Jurassic World : กลับสู่ฝันวัยเด็ก

Home / วิจารณ์หนัง / Jurassic World : กลับสู่ฝันวัยเด็ก

video-undefined-237F6F8600000578-935_636x358

หลังจากมีปัญหาเรื่องบทกันมาเป็นเวลาหลายปี รวมถึงกว่าจะหาผู้กำกับใจกล้าที่จะสานต่อเรื่องราวของหนังสุดคลาสสิคเรื่องนี้ได้ก็เป็นเวลายาวนาน แต่ท้ายสุดแล้วตอนนี้มันก็เข้าฉายให้เราชมกันแล้ว สำหรับ Jurassic World หนังภาคต่ออย่างเป็นทางการของ Jurassic Park ที่มีการอ้างอิงมาเป็นกิมมิคเรื่อยๆ เพื่อให้การสร้างจักรวาลใหม่นี้ได้รับการยอมรับ และล้างมลทินที่มีในภาค 3 ให้หมดไปครับ

ซึ่งงานนี้ตัวหนังจะเป็นการเล่าเรื่องถึงสวนสนุกที่เปิดใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก จูราสสิค พาร์ค แต่ก็ไม่วายยังมีเรื่องวุ่นๆตามมา เมื่อ ไดโนเสาร์ ที่พวกเขาผสมพันธุ์กันเอง ดันหลุดออกมาจากกรงเสียได้ โดยงานนี้ตัวหนังได้ผกก.จากสายอินดี้อย่าง โคลิน เทรโวลโล่ว มารับหน้าที่กำกับ พร้อมดึงพระเอกหนุ่มสุดฮ็อตอย่าง คริส แพร็ตต์ และ ไบร์ส ดัลลัส ฮาวเวิร์ด ลูกสาวสุดเสน่ห์ของ รอน ฮาวเวิร์ด มารับบทพระนางในเรื่องนี้ครับ

โดยถ้าหากถามว่าความดีงามที่สุดของ Jurassic Park มันอยู่ตรงไหน คำตอบของใครหลายๆคนคงจะออกมาในทางเดียวกันคือ มันเป็นหนังในวัยเด็กที่ช่วยเติมเต็มความฝันของพวกเราได้อย่างสนุก และยังไม่พอ มันยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ใครหลายๆคน ซึ่งในที่นี้รวมทั้งตัวผมเองด้วย ที่อยากจะเรียนรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์ให้มากกว่านี้จากหนังภาคแรกของมันครับ ในขณะที่ภาค 2 และ 3 ที่ตามออกมากลับยังทำได้ไม่ดีเท่า และกลายเป็นหนังตลาดธรรมดาไปเสียได้ เพราะฉะนั้นการกลับมาของภาค 4 ที่ใช้เวลาบ่มเพาะอยู่หลายสิบปี ก็แน่นอนว่าผมต้องมีความคาดหวังต่อหนังชุดนี้เป็นธรรมดา และหลังจากดูจบนั่นก็บอกได้เลยว่า ตัวหนังไม่แย่จนทำลายความเชื่อถือของหนังชุดนี้เหมือนภาค 3 อย่างแน่นอน ถึงแม้มันอาจจะไม่ได้เรียกส่วนที่ดีที่สุดของ จูราสสิค พาร์ค ออกมาได้อย่างเต็มที่ก็ตาม

แต่สิ่งนึงที่ต้องชื่นชมในหนังภาคนี้ ที่สามารถทำได้ดีเลยคือ การพยายามดึงเอาคนดูวัยผู้ใหญ่ กลับไปสู่ความเป็นเด็ก และอารมณ์ในช่วงเวลาที่ดู จูราสสิค พาร์ค ภาคแรกอีกครั้งได้อย่างสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ฉากการเปิดตัวแนะนำสวนสนุก หรือแม้แต่ไดโนเสาร์ ที่ต่างมีกิมมิคเล็กๆน้อยๆ และฉากคารวะต้นฉบับ ที่ทำให้นึกถึงตอนดูภาคแรกอย่างไม่มีผิด ในขณะที่ความเอนเตอร์เทนของมันในภาคนี้ ก็แน่นอนว่าต้องเปลี่ยนแปลงตามหลักสูตรภาพยนตร์ของแต่ละยุคสมัย มันจึงอาจจะล้มเหลวไปบ้างในการบิ้วเรื่องราวให้คนดูค่อยๆติดตามในเรื่องแรก แต่พอมาถึงฉากแอ็คชั่นในแต่ละซีนก็ต้องยอมรับเลยว่า ตัวหนังสามารถทำออกมาสนุก และก็ยังคารวะถึงไดโนเสาร์รุ่นเก่าได้อย่างกำลังดีครับ

ซึ่งสิ่งที่ตัวหนังในภาคนี้พูดเติมเสริมแต่งเข้ามาจากภาคก่อนๆก็ถือว่ามีปริมาณที่ไม่เลี่ยนจนเกินไป กับการแสดงออกถึงความพยายามเป็นพระเจ้าที่ล้มเหลวของมนุษย์ และรวมถึงการพยายามเสียดสีการวางฐานะ และให้ค่าชนชั้นของ สัตว์ และ มนุษย์ ออกมาได้อย่างพอดิบพอดีตามสไตล์หนังป๊อปคอร์นซัมเมอร์

โดยนอกจากนั้นแล้วคู่พระนางอย่าง คริส แพร็ตต์ และ ไบร์ส ดัลลัส ฮาวเวิร์ด ก็ต่างทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างดีงามมากๆ โดยเฉพาะรายหลัง ที่อาจจะโดนล้อว่าคาแรกเตอร์ และ หน้าตาเรื่องนี้เหมือน เจสสิก้า เชสแทน เสียเหลือเกิน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอสามารถมอบออร่าความอ่อนโยนแบบเดียวกับที่ ลอว์ร่า เดิร์น ทำในภาคแรกได้อย่างยอดเยี่ยมครับ

เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้ว มันถึงอาจจะยังไม่คลาสสิคในทุกองค์ประกอบแบบที่ภาคแรกเคยทำไว้ แต่ จูราสสิค เวิล์ด ก็จัดได้ว่าเป็นหนังภาคต่อที่ไม่ผิดหวัง เป็นหนังป๊อปคอร์นประจำซัมเมอร์ที่ดูแล้วสนุก เติมเต็มความฝันวัยเด็กที่อยากจะกลับไปสู่ จูราสสิค พาร์ค อีกครั้ง

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย Agent17