The DUFF : ย้อนวัยใส ไฮสคูล

Home / วิจารณ์หนัง / The DUFF : ย้อนวัยใส ไฮสคูล

td_09481

ต้องยอมรับเลยว่าหลังจากได้ดู Mean Girls เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว และพอหลังจากนั้นกระแสหนังวัยรุ่นไฮสคูลก็เริ่มหายไปทุกทีๆ เพราะไม่ว่าเรื่องไหนจะสร้างมาก็ไม่สามารถสู้เรื่องดังกล่าวได้ จนกระทั่งในช่วง 2-3 ปีมานี้ ไม่ได้มีหนังแนวไฮสคูลให้เราได้ดูกันในโรงเลยแม้แต่เรื่องเดียว จนกระทั่งตอนนี้สำหรับ The DUFF หนังวัยรุ่นไฮสคูลที่ได้คะแนนจากมะเขือเน่าไปกว่า 70% ซึ่งก็น่าจะการันตีได้เป็นส่วนนึงว่าความดีงามของหนังเรื่องนี้มันต้องมีอยู่บ้างแน่ๆ

เดอะ ดัฟฟ์ (DUFF Designated Ugly Fat Friend) คือคำนิยามของคนๆหนึ่งที่อยู่ภายในกลุ่มเพื่อนที่มีลักษณะ ไม่สวยหรือดูดีน้อยกว่าเพื่อนคนอื่นๆภายในกลุ่ม คนที่เป็นดัฟฟ์จึงโชคร้ายเพราะเป็นข้อเปรียบเทียบเพื่อทำให้เพื่อนคนอื่นดู ดีขึ้นเท่านั้น บิอังก้า กำลังเรียนไฮสคูลปีสุดท้าย จากโลกที่สดใสกลับต้องพังทลาย เพราะเธอเพิ่งได้เรียนรู้ว่าเธอเป็นดัฟฟ์ของกลุ่มเพื่อนของเธอ เธอจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดคำครหาเหล่านี้พร้อมๆกับหาวิธีพิชิต ใจคนที่เธอแอบชอบไปพร้อมๆกัน

หนังกำกับโดยผกก.หน้าใหม่ อาริ ซานเดลล์ ผกก.ที่เคยพาหนังสั้นของตนไปชนะรางวัลออสการ์มาแล้วเมื่อปี 2006 โดยครั้งนี้ถือเป็นการกระโดดมาทำหนังใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งหนังที่เขาเลือกทำคือ หนังไฮสคูล ซึ่งห่างหายไปนานอย่างที่บอกกล่าวไว้แล้วนั่นเอง โดยตัวผมเองนั้นก็ต้องยอมรับเลยว่า ค่อนข้างชอบดูหนังไฮสคูลมากพอสมควรเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเล่าเรื่องที่ดูสนุกสนาน, ตัวละครที่มีสีสัน และรวมถึงรอดูการจัดการเอาคืนของเหล่า Underdog ในไฮสคูล ว่าแต่ละเรื่องจะมีวิธีการอย่างไร และถ้าหากท่านผู้อ่านชอบหนังไฮสคูลในจุดๆเดียวกับที่ผมกล่าวมา แน่นอนว่าคุณต้องตกหลุมรัก The DUFF อย่างถอนตัวไม่ได้

เพราะตัวหนังถึงแม้อาจจะเรียกได้ว่าดำเนินเรื่องตามแพทเทิร์นของหนังไฮสคูลเสียแทบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการวางคาแรกเตอร์ทั้งพระเอก นางเอก และ แก๊งค์วายร้าย ที่ไม่ได้พัฒนาขึ้นจาก 10 ปีก่อนนัก แต่ก็เถียงไม่ได้เลยว่า สิ่งเหล่านี้แหละ มันคือเสน่ห์อย่างนึงของหนังแนวไฮสคูลที่เราต้องพบเจอ โดยสำหรับเหล่าตัวละครในหนังเรื่องนี้ทั้งตัวนางเอกเอง และ ร็อบบี้ อาร์เมลล์ ที่ใครได้ดูซีรี่ย์ The Flash ก็น่าจะคุ้นหน้าตากันมาก่อนแล้ว ก็สามารถทำให้เราตกหลุมรักพระเอกคนนี้ได้อย่างหมดหัวใจ ไม่ว่าเขาอาจจะทำตัวงี่เง่า หรือไร้สาระไปบางที เช่นกันกับ เบลล่า ธอร์น ในบทตัวร้าย ที่มีหวังแจ้งเกิดเช่นเดียวกับ เรเชล แม็คอดัมส์ ใน Mean Girls เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเป็นอย่างแน่นอน

ซึ่งนั้นรวมไปถึงเหล่าดนตรีประกอบ และวัฒนธรรม ป๊อปๆ ตามโรงเรียนที่ตัวหนังก็ต่างหยิบมาแต่งแต้มเติมสีสันให้มันมีความฉูดฉาดในหนังไฮสคูลยุค 2015 แต่ยังคงคอนเซปต์ถึงการให้กำลังใจเหล่า Underdog ในไฮสคูลให้รู้จักยอมรับตัวเอง และเชื่อมั่นว่าตัวตนที่แท้จริงนั้นสำคัญกว่าการแสแสร้งในการเป็นคนอย่างที่ไม่ใช่เราเป็น อย่างแน่นอน

โดยสรุปแล้วเนื่องจากการที่เราคงไม่ได้ดูหนังแนวไฮสคูลนาน และคงรวมไปถึงการที่ไม่ได้มีหนังแนวนี้ออกมาให้ดูกันเลย การมาถึงของ The DUFF จึงถือว่าเปรียบเสมือนเป็นความสนุกที่คืนย้อนวัยอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของการเรียกความน่ารักสดใส และโหดร้ายในสังคมวัยรุ่นแบบ Mean Girls เวอร์ชั่น 2015 ซึ่งดูสนุก และเหมาะกับทุกเพศทุกวัยอย่างแท้จริง

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ