พี่ชาย My Hero : ความสัมพันธ์ที่โหยหา

Home / วิจารณ์หนัง / พี่ชาย My Hero : ความสัมพันธ์ที่โหยหา

พี่ชาย-My-Hero-3

จัดได้ว่าเป็นหนังไทยที่มาแบบเงียบๆ แต่กระแสหลังจากเทศกาล เกย์ แอนด์ เลสเบี้ยน ทำให้มันน่าสนใจทันที สำหรับ พี่ชาย My Hero ผลงานการกำกับของผกก. จอช คิม ที่หันมาจับเอาหนังไทยที่เล่าประเด็น ทหาร ที่ในไทยไม่ค่อยมีคนทำกัน ออกมาเป็นหนังดราม่ารสเยี่ยมเรื่องนี้

โดยเมื่อชายไทยอายุย่างเข้า 21 ปี จะต้องเข้าการคัดเลือกเกณฑ์ทหารประจำปี (หรือการจับใบดำใบแดง) การจับได้ใบดำ หมายถึง อิสรภาพ แต่การจับได้ใบแดงหมายถึง การที่จะต้องเข้ารับใช้ชาติเป็นเวลา 2 ปี ในเช้าวันที่เขาต้องไปเข้าการคัดเลือกเกณฑ์ทหารโอ๊ตมองย้อนกลับไปในวัยเด็ก นึกถึงวันที่ เอก พี่ชายของเขา เผชิญหน้ากับการที่ได้ไปเป็นทหาร แม้โอ๊ตจะพยายามบอกทางที่ไม่ต้องไปเป็นทหาร ให้กับเอกซักกี่ครั้ง แต่ก็ไม่อาจทำให้เขาเปลี่ยนใจได้ โอ๊ตเสี่ยงชะตาชีวิตของตนเองเพื่อพี่ชาย แต่ผลลัพธ์นำไปสู่เหตุการณ์ที่ยากเกินคาดเดา

ซึ่งถ้าหากลองมองย้อนไป หนังที่จะเล่าถึงเรื่องการจับใบดำใบแดง หรือที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับทหาร หรือ รด. ในไทยที่เข้าฉายตามโรงปกติ เห็นจะมีแต่แนวตลก ไม่ก็สยองขวัญเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นการมาของ พี่ชาย My Hero จึงจัดได้ว่าเป็นหนังไทยที่น่าจับตามองว่าจะวิพากย์วิจารณ์ถึงเรื่องราวดังกล่าวเป็นเช่นไร และหลังจากดูจบก็ต้องขอชื่นชมในสิ่งที่ตัวหนังสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างหมดเปลือกจริงๆ

กับการที่มันไม่ได้ทำตัวเป็นศูนย์กลาง หรือตัดสินถึงปัญหาของการเกณฑ์ทหารที่มีทั้งเส้นสาย และ เรื่องสกปรก มากมาย แต่ตัวหนังมันดันทำให้เรายืนมองอยู่ห่างๆ พร้อมแทรกแซงด้วยเรื่องปัญหาที่ใหญ่กว่าคือด้านครอบครัวของตัวละครทั้ง 2 ที่มาจากบ้านที่ฐานะไม่ได้ร่ำรวย และพี่ชายยังคงต้องช่วยดูแลน้องชายของตนที่ไม่ได้บรรลุนิติภาวะอย่างพอสมควร ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ถ้าหากว่ากันปากเปล่าก็จะพบได้ว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นพื้นฐานที่สุดสำหรับการทำหนังเลยก็ว่าได้ ที่ต้องทำให้คนดูรู้สึกเชื่อใจกับระดับความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครว่าคนนี้เป็นพี่น้อง หรือพ่อแม่ แต่ก็อย่างที่รู้ว่าส่วนมากหนังไทยมักจะล้มเหลวในด้านนี้พอสมควร

แต่มันกลับไม่สำหรับ พี่ชาย My Hero ที่สามารถเล่าเรื่องราวของ พี่น้อง และขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ออกมาจากตัวนักแสดงทั้งสิ้น ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลต้องขอชื่นชมว่าการแสดงของนักแสดงนำทุกคน สามารถทำให้คนดูสามารถซื้อเรื่องราวที่พวกเขากำลังเล่าอยู่ได้อย่างหมดจด ไล่ตั้งแต่ความสัมพันธ์ของตัวพ่อ และน้องชาย ไปจนถึงปัญหาที่ใหญ่กว่าคือ พี่ชาย และ น้องชาย ในตัวหนังเรื่องนี้

ซึ่งลองมองย้อนกลับไป โดยส่วนตัวของผมนั้นไม่ได้มีพี่น้องแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นเวลาเจอหนังที่หยิบยกประเด็นดังกล่าวมาเล่าก็มักจะไม่ได้อินกับเรื่องเหล่านี้มากนัก แต่สำหรับ พี่ชาย My Hero ต้องขอยกให้จริงๆที่มันสามารถพูดถึงประเด็นอันละเอียดละอ่อนนี้ออกมาได้อย่างสวยงาม พร้อมกับการหาทางออกของตัวละครที่สามารถทำให้คนดูรู้สึกเหมือนเคว้งคว้าง และไร้อนาคต จนอยากจะมีพี่ชายดีๆแบบนี้สักคนก็ว่าได้

เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ