Southpaw : หมัดนี้เพื่อลูก

Home / วิจารณ์หนัง / Southpaw : หมัดนี้เพื่อลูก

cdn.indiewire.com

ในที่สุดก็เข้าฉายในไทยกันแบบรวดเร็ว ก่อนอเมริกา สำหรับหนังใหม่ของพ่อหนุ่ม เจค จิลเลนฮาล ที่ไม่รู้เอาเวลาที่ไหนไปบิ้วกล้ามจนขึ้นมาเป็นนักมวยรูปสวยงามขนาดนี้ หลังจากล่าสุดเพิ่งจะผอมแห้งไปหยกๆใน Nightcrawler กับหนังเรื่องล่าสุดของเขาอย่าง Southpaw นั่นเอง

เรื่องราวชีวิตของ บิลลี่ โฮป (เจค จิลเลนฮาล) นักมวยผู้ยิ่งใหญ่กำลังอยู่บนจุดสูงสุดของอาชีพ แม้ว่า มัวรีน (ราเชล แมคอดัมส์) ภรรยาที่รักได้เรียกร้องให้เขาลาสังเวียนเพื่อกลับมาดูแลเธอและ เลล่า ลูกสาวของเขา แต่แล้ววันหนึ่ง เขาต้องสูญเสียมัวรีนอย่างไม่มีวันกลับ ซ้ำร้ายเขาต้องสูญเสียสิทธิ์การเลี้ยงดูลูกสาวตามกฎหมายเนื่องจากพฤติกรรมก้าวร้าวของเขาเอง โลกที่เขาสร้างมากับมือเหมือนพังทลายไปต่อหน้าต่อตา แต่ชีวิตก็ยังมีความหวังที่จะกลับคืนวงการ เขาจึงมุ่งมั่นฝึกฝนโดยมี ไททัส (ฟอเรส วิเทคเกอร์) เป็นเทรนเนอร์และสู้สุดใจเพื่อชื่อเสียงและทวงศักดิ์ศรีของคนเป็นพ่อให้ได้

ตัวหนังเป็นผลงานของผกก.อย่าง อังตวน ฟูกัวร์ ที่กลับมาทำหนังอย่างรวดเร็ว หลังจากเมื่อปีที่แล้วเพิ่งจะส่ง The Equalizer ออกมาให้แฟนๆได้มันส์กันไปหยกๆ โดยสำหรับ Southpaw ในหนังเรื่องล่าสุดนี้เขาขอย้อนกลับไปเป็นโทนแอ็คชั่น ดราม่า ที่ตนเองเคยทำได้ดีมาแล้วในอดีตครั้ง กับการหยิบจับเอาเรื่องของนักมวยที่เคยรุ่งโรจน์ และตกต่ำ จนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อทวงคืนชีวิตของตนเองกลับมาให้ได้ครับ ซึ่งงานนี้แน่นอนว่าใครหลายคนเห็นหน้าหนังคงจะนึกถึงหนังนักมวยจำพวก Rocky และอื่นๆมากมาย ที่คงคิดในใจไว้แล้วว่ายังไงมันก็คงจะต้องตามสูตรอย่างไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งตัวผมก็ต้องบอกไว้ตรงนี้เลยว่า แน่นอนครับว่ามันตามสูตรไม่ผิดเพี้ยนกับหนังแนวนี้ แต่หัวใจหลักสำคัญของมันเนี่ยสิ ที่ยังคงสามารถซื้อใจคนดูได้อย่างไม่น่าผิดหวัง

โดยจุดแข็งที่ดีที่สุดของ Southpaw จนทำให้มันสามารถพาเอาเรื่องราวเดิมๆเหล่านี้ไปถึงจุดสูงสุดได้ไม่ต่างจากชีวิตของตัวละคร คงต้องให้การแสดงของ เจค จิลเลนฮาล ที่สามารถทุ่มสุดตัวไปกับบท บิลลี่ โฮป ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกที่ถูกเหินห่าง หรือแม้แต่ฉากแอ็คชั่น ชกมวยบนเวทีสุดเดือด ซึ่งในจุดนั้นไม่ว่าจะเป็นทั้งฉากวอร์มเครื่อง หรือแม้แต่ ไคล์แมกซ์ ตัว ผู้กำกับ ฟูกัวร์ ก็สามารถที่จะเลือกหยิบจับเอามุมกล้อง และลีลาของฉากแอ็คชั่นในสังเวียนออกมาได้อย่างดุเดือด น่าชื่นชม โดยเฉพาะการต่อยแบบนันสต็อปในฉากสุดท้าย ที่เอาคนดูอยากยืนลุ้นติดขอบไปเลยก็ว่าได้

ซึ่งประเด็นความน่าสนใจนอกเหนือจากนั้นแล้วคือ หัวใจหลักของหนัง อย่างประเด็นเรื่องของสิทธิการเลี้ยงดูบุตร และรวมไปถึงหลักการยุติธรรมในสังคมมนุษย์ ที่ล้วนแล้วแต่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านบทแนวตัวละครสู้ชีวิต ตกอับ ที่ดูแล้วชวนให้นึกถึง Rocky กับการที่พยายามเลือกที่จะรับหมัด และสิ่งร้ายๆที่พุ่งตรงมาในชีวิต มากกว่าจะหลบเลี่ยงมัน จนท้ายสุดแล้วทำให้ตัวของพวกเขาเอง ที่กลับกลายเป็นผู้แพ้ในที่สุด

และโดยสรุปแล้ว ถึงแม้ว่าตัวหนังจะค่อนข้างตามสูตรอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น อาจจะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่มากนักจากหนังแนวกีฬาประเภทนี้ แต่ก็ยังอยากให้ไปดูกัน เพราะเนื่องด้วยการแสดงทุ่มสุดตัวของ เจค จิลเลนฮาล ที่มันสามารถพยุงหนังทั้งเรื่อง และรวมถึงความดุเดือดในฉากต่อยมวยที่ยากเกินจะลืมเลือนอีกด้วยครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ