Fantastic Four : ยุคมืดของเหล่าฮีโร่

Home / วิจารณ์หนัง / Fantastic Four : ยุคมืดของเหล่าฮีโร่

thing-fantastic-four2-600x300

เข้าฉายกันไปแล้ว กับอีกหนึ่งหนังฮีโร่ของปี ที่ดูเหมือนจะเป็นความหวังใหม่ของค่าย ฟ็อกซ์ กับ Fantastic Four ฉบับรีบู็ท ของผกก. จอช แทรงก์ จาก Chronicle ที่หวังจะมากอบกู้เฟรนไซส์ให้ได้ไปต่อเพื่อปะทะ และ รวมจักรวาลกับ X-Men แบบที่ มาร์เวล เคยทำกับหนังในค่ายของตัวเองนั่นเอง

ภาพยนตร์เป็นเรื่องราวของเด็กวัยรุ่นธรรมด­า 5 คน ที่สร้างเครื่องเดินทางทะลุมิติจนไปเจอดวงดาวลึกลับแห่งนึง ซึ่งที่นั่นเองเขาได้พลังประหลาดที่ทำให้ร่างกายของพวกเขาแต่ละคนเปลี่ยนไป แต่หารู้ไม่ว่าเพื่อนคนนึงที่พวกเขาได้ทิ้งไว้ข้างหลัง กำลังจะกลับมาใช้พลังเหล่านั้นเพื่อทำลายพวกเขา และ โลก อีกด้วย

โดยเป็นอย่างที่รู้กันว่า Fantastic Four เวอร์ชั่นเก่า เป็นหนังฮีโร่ที่ค่อนข้างแย่เอามากๆในทุกด้าน เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าในยุคหนังฮีโร่ครองเมืองอยู่ตอนนี้ การพัฒนาการของเหล่านั้นฮีโร่ที่ออกมาในแต่ละเรื่องก็ต้องย่อมถูกคาดหวังว่าจะมีความสนุกเทียบเท่ากับเหล่าของหนัง มาร์เวล ที่ตั้งบาร์ไว้ค่อนข้างสูงทีเดียว โดยก่อนดู Fantastic Four ฉบับนี้ก็ต้องยอมรับว่าค่อนข้างตั้งความหวังไว้สูงทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทั้งจากชื่อผู้กำกับ และ ทีมนักแสดงที่ถือว่าแปลกแหวกแนวจากฉบับก่อนๆ และในคอมมิคมากพอสมควร ซึ่งก็หวังว่ามันจะได้นำอะไรใหม่ๆมาสู่เฟรนไซส์ของ ฟ็อกซ์ เรื่องนี้ได้บ้าง แต่ก็น่าเสียดายที่หลังจากดูจบแล้วต้องบอกว่าไม่เลยสักนิด

เพราะแท้จริงแล้วนี่อาจจะจัดได้ว่าเป็นหนังฮีโร่ที่ค่อนข้างแย่ที่สุดในรอบหลายปีนับจาก Green Lantern เลยก็ว่าได้ ซึ่งส่วนนึงก็น่าเสียดายเหมือนกันที่เบื้องหลังดูเหมือนผู้กำกับจะมีปัญหากับทางสตูดิโอ เลยทำให้หลายฉากที่เราได้เห็นในตัวอย่าง ไม่ได้ใช้ในหนังจริง รวมถึงโทนอารมร์มืดๆม่นๆที่ไปไม่สุดอีกด้วย แต่ก็อย่างว่า ในเมื่อหนังมันออกมาเช่นนี้แล้วเราก็ต้องว่ากันไปตามเนื้อผ้า

ซึ่งถ้าหากจะให้นับเอาข้อดีของ Fantastic Four ฉบับนี้ก่อน คงต้องยกให้ความดีความชอบในครึ่งแรก ที่ผู้กำกับสามารถถ่ายทอดโทนของความสยองขวัญ ทั้งในแง่ของการพูดถึงเรื่องของวิทยาศาสตร์ และ มิติอื่น ออกมาได้ค่อนข้างโอเค พยายามจะดัดแปลงโทนอารมณ์นี้ให้เข้ากับหนังฮีโร่ยุคมืด ซึ่งแตกต่างจาก มาร์เวล ที่มักทำหนังของตนเองออกมาในด้านสว่างเสียมากกว่า และนั่นก็รวมถึงทีมนักแสดงของเรื่องนี้ ที่จัดได้ว่าไม่แย่ทีเดียว โดยเฉพาะตัว ซูซาน สตอร์ม ฉบับใหม่ ที่รับบทโดย เคท มาร่า ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวละครขโมยซีนทั้งในด้านความงาม และ คาแรกเตอร์ ที่โดดเด่นไม่แพ้กันกับ เจสสิก้า อัลบ้า ในฉบับก่อนเลยก็ว่าได้

แต่ก็น่าเสียดายที่นอกเหนือจากนั้นแล้ว ทุกอย่างกลับค่อนข้างพังไม่เป็นท่า ไม่ว่าจะเป็นตัวคอนเซปต์หนังที่ดูมึนงง หรือจะพูดกันในแง่ของความสนุก และ บันเทิง ตามหลักของหนังฮีโร่เองก็แล้วแต่ หนังก็ไม่สามารถพาให้ดูไปถึงจุดนั้นได้ โดยเฉพาะการที่หนังเลือกจะใช้เวลาปูบทเกินเกือบครึ่งเรื่อง แต่ครึ่งหลังของหนังกลับไร้วี่แววความสนุกแบบหนังฮีโร่ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของหนังแอ็คชั่นเอง หรือว่าการจะพยายามพูดถึงการเมืองในแนวเดียวกับเหล่า X-Men ก็ตาม

ซึ่งโดยรวมแล้วก็น่าเสียดายเหมือนกัน เพราะถ้าหากว่ากันตามเนื้อผ้า โทนหนังในเรื่องนี้ค่อนข้างดูจะชัดเจนมากกว่าว่าจะทำอะไร เมื่อเทียบกับอีกหนึ่งหนังฮีโร่แย่ๆอย่าง Green Lantern แต่ท้ายสุดพอมันหลุดจากการปูบทเข้าสู่โลกของฮีโร่ได้แล้ว มันกลับไม่สามารถนำเอาศักยภาพเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ จนกลายเป็นว่าความหวังใหม่ของค่ายอาจจะต้องดับสูญกันแน่นอนหล่ะทีนี้

เรื่องนี้ผมให้ 5/10 ครับ