The Man from U.N.C.L.E. : สายลับเด็กหลังห้อง

Home / วิจารณ์หนัง / The Man from U.N.C.L.E. : สายลับเด็กหลังห้อง

The Man from U.N.C.L.E.

นับตั้งแต่การเปิดหลักสูตรฝึกน้องใหม่ของ Kingsman: The Secret Service เมื่อเดือน ก.พ. มาจนถึงเจ๊ปุ้มปุ้ย Spy และพี่หล่อเกาะเครื่องบิน ใน MI5 ปี 2015 นี้อาจต้องจารึกลงในประวัติศาสตร์ว่า เป็นปีทองแห่งเหล่าพยัคฆ์ร้ายโดยแท้จริง เพราะทุกๆเรื่องช่างมีเอกลักษณ์โดดเด้งเฉพาะตัว ซึ่งกับ The Man from U.N.C.L.E. ที่หลายๆ คนอาจมองข้ามไปยัง เจมส์ บอนด์ ที่จะเข้าฉายต่อจากนี้ไปแล้ว เราขอให้คุณเลี้ยวกลับมาให้ไว เพราะคู่ซ่าแสบทรวงคู่นี้ มันมีดีมากกว่าการเป็นเพียงสายลับคั่นเวลาเยอะ

The Man from U.N.C.L.E. ถ่ายทอดเรื่องราวในยุคสงครามเย็น กำแพงเบอร์ลินยังคงตั้งตระหง่าน ท่ามกลางสถานการณ์ไม่สู้ดีนักระหว่างสองมหาอำนาจอย่างอเมริกาและโซเวียต แต่ทว่าเมื่อองค์กรก่อการร้ายข้ามชาติ ได้ผงาดขึ้นพร้อมอาวุธมหาประลัยในกำมือ เบื้องบนจึงสั่งแกมบังคับให้ นโปเลียน โซโล (เฮนรี คาวิลล์) สายลับฝีมือดีสังกัดซีไอเอ ต้องมาร่วมมือกับ อิลย่า เคอร์ยากิน (อาร์มี่ แฮมเมอร์) สายลับโหดสังกัดเคจีบี ทั้งๆทีี่เคยวัดฝีมือเอาเป็นเอาตายกันมาแล้ว แถมเหม็นขี้หน้ากันสุดๆ เพื่อหยุดยั้งความวินาศที่กำลังจะเกิดขึ้น

เอาเข้าจริงเรื่องทำนองนี้ เราๆ ก็คงเคยเห็นในหนังสายลับมานับไม่ถ้วนอยู่แล้ว หนังเรื่องนี้จึงแห้งแล้งไร้ความสดใหม่ในเชิงบท ตั้งแต่ต้นจนจบก็ว่ากันตรงๆ ไหลไปเรื่อยๆ ใครใคร่เดา ผลก็ออกมาทำนองนั้น ก็ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมายสักเท่าไหร่ จนหนักข้อไปทางเฉิ่มเชยเสียด้วยซ้ำ แต่ถึงกระนั้น หากไม่ถือสาหาความกับโครงเรื่องดังกล่าว ผู้กำกับ กาย ริตชี่ ที่เคยพาเชอร์ล็อก โฮมส์ และหมอวัตสันออกโลดแล่นได้อย่างประทับใจ ก็ยังคงทำให้ The Man from U.N.C.L.E. เต็มไปด้วยสไตล์จัดจ้าน และหว่านความก๋ากั่นยียวน กวนอวัยวะเบื้องล่าง ไว้อย่างถึงใจ

The Man from U.N.C.L.E.

The Man from U.N.C.L.E. ผลักตัวเองให้ไปไกลกว่าหนังสายลับดาษดื่น ความโดดเด่นครั้งนี้ ต้องยกให้สไตล์ภาพสวยสดของยุค 60 ที่เก็บได้เนี้ยบกริบสมจริงทุกรายละเอียด ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย ของประกอบฉาก ไปยันสถานที่ถ่ายทำ ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นหัวนอกทั้งหลาย เมิ่อทั้งหมดถูกเคล้าคลอไปด้วยเพลงประกอบและจังหวะการตัดต่อ และอีกหลากตัวละครเปี่ยมเสน่ห์ หนังเรื่องนี้จึงมอบความบันเทิงชั้นดี ที่ทั้งสวยงามและชวนยิ้มไปพร้อมๆ กัน

นอกจากนี้ สองสายลับที่ต่างก็สุดโต่งไปคนละทาง ในขณะที่นโปเลียน แสนจะสำอาง สูทเนี้ยบผมเป๊ะ แถมเจ้าคารม ฝั่งอิลย่า กลับแข็งกระด้าง หัวรุนแรง เมื่อใดที่ปรอทแตก ก็พร้อมจะต่อยปากถอนฟันหน้าได้ทุกเมื่อ ถ้าหนังเรื่องนี้เป็นห้องเรียน สายลับทั้งสองก็มีลักษณะไม่ต่างจากเด็กหลังห้อง เมื่อไอ้หนุ่มกวนเจ้าเสน่ห์ ต้องทำรายงานเล่มโตกับนายโหดจอมต่อยตี นำมาซึ่งการถ่มถุย จิกกัด และข่มกันเองสารพัด ความฮาชวนระบมตับจึงบังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างมีชั้นเชิงน่าสนใจ ถึงแม้บางครั้งมันจะดูเลยเถิดล้นทะลัก จนทำให้หาความเชื่อถือไม่ได้ คล้ายตัวการ์ตูนที่ไม่รู้เจ็บไม่รู้ตาย ไปบ้างก็ตาม

หาก อีธาน ฮันท์ คือนักกีฬาสาวกรี๊ด หาก เจมส์ บอนด์ คือเด็กหน้าห้องมาดนิ่งจอมซีเรียส นโปเลียน โซโล และ อิลย่า เคอร์ยากิน ก็เป็นตัวแสบหลังห้อง ที่เอะอะโวยวายเสียงดัง ชอบเล่นมุขระหว่างคาบเรียน และเอาเนื้อหาสาระไม่ค่อยจะได้ คนดูอย่างเราๆ ในฐานะอาจารย์ผู้เฝ้ามอง ถึงจะจบไปนานแค่ไหน เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเหล่าตัวแสบพวกนั้น มันก็ยังคงฝังความประทับใจ จนอาจารย์จำได้ไปอีกนานแสนนาน ว่าไหมล่ะครับคุณผู้อ่าน

เรื่องนี้ให้ 8 / 10 ครับ

lecter Lecter.

———————————————-