Attack on Titan : คนล่ายักษ์

Home / วิจารณ์หนัง / Attack on Titan : คนล่ายักษ์

attack-on-titan_

หลังจากรอมาเนิ่นนาน ตอนนี้มันก็เข้าฉายเสียที สำหรับหนังที่ดัดแปลงมาจากมังงะชื่อดังอย่าง Attack on Titan ที่หลังจากสร้างความโด่งดังจากทั้งฉบับมังงะ และ อนิเม ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ฉบับหนังจะออกมาให้พวกเราได้ชมกัน โดยอย่างที่รู้กันว่าตัวหนังได้ถูกแบ่งออกมาเป็น 2 ภาค โดยในตัวภาคที่ 2 นั่น จะมีคิวเข้าฉายตามมาติดๆในบ้านเรา 1 ตุลาคมนี้ครับ

เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตจำพวกหนึ่งที่เรียกว่า ไททัน ออกล่าเขมือบมนุษย์เป็นอาหาร มนุษย์ผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งจึงสร้างป้อมปราการไว้แน่นหนา พวกเขาเชื่อว่าไททันจะไม่มีทำลายกำแพงนี้ได้ แต่พวกเขาคิดผิดมหันต์ วิกฤตครั้งนี้ทำให้มวลมนุษย์ต้องตั้งกองทัพทหารเพื่อต่อกรกับเหล่าไททัน ก่อนมนุษยชาติจะดับสูญ

ตัวหนังกำกับโดย ฮิกูชิ ชินจิ จาก Sinking of Japan หนังภัยพิบัติฟอร์มยักษ์เมื่อปี 2006 โดยงานนี้เขาได้รับหน้าที่กำกับหนังแนวแอ็คชั่นฟอร์มใหญ่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ แล้วก็ดันเลือกหยิบจับมังงะ ที่ภายในตัวหนังสือการ์ตูน บทของมันเรียกได้ว่านอกจากจะมีฉากแอ็คชั่นที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์ ยังสามารถสร้างประเด็นเรื่องการเมือง การปกครอง ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับตัวผมในฐานะแฟนการ์ตูนคนนึงก็ต้องขอบอกว่าค่อนข้างคาดหวังกับตัวหนังมากพอสมควร โดยอาจจะไม่ได้หวังว่ามันต้องเก็บรายละเอียดตามตัวมังงะทุกอย่าง แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีกลิ่นไอความมืดม่นของมันมาบ้างก็ยังดี

attack-on-titan-141044

แต่ก็นั่นแหละ น่าเสียดายที่ท้ายสุดแล้วตัวหนังกลับไม่ได้ทำตามความคาดหวังนั่นได้ และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มันเป็นหนังที่สร้างจากมังงะชื่อดัง แล้วค่อนข้างทำออกมาได้น่าผิดหวังมากพอสมควร ซึ่งอย่างแรกที่น่าเสียดายที่สุดคือการที่ตัวหนังเลือกที่จะเปลี่ยนเค้าโครงเรื่องออกใหม่หมด เหลือไว้แค่สถานการณ์ และ ตัวละครเด่นๆจากมังงะ แล้วจับพวกเขาไปเล่นกับสถานการณ์ คนล่ายักษ์ แทน โดยไร้เรื่องราวเกี่ยวกับการเมือง หรือเรื่องราวความเป็นสัตว์ของมนุษย์แบบในมังงะเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งนอกจากนั้นแล้ว หลากตัวละครโปรดจากมังงะ ก็ยังโดนตัดออกอย่างไม่เหลือซาก พร้อมกับใส่เหล่าตัวละครร่างทรง ซึ่งมีคาแรกเตอร์คล้ายกันเข้ามาแทน หรือหนักกว่านั้นคือตัวละครที่เขียนขึ้นมาใหม่ แต่ไร้ความเป็นมิติ และทำให้เรื่องยืดเยื้อไปอย่างน่าเสียดาย

ซึ่งผมคิดว่าถ้าหากใครที่ไม่ได้อ่านตัวมังงะมาก่อน ก็อาจจะสนุกไปกับหนังแบบไม่คิดอะไรมากก็ได้ เพราะถ้าหากมองในแง่ของความเป็นหนังป๊อปคอร์นดูเอามันส์เรื่องนึง Attack on Titan ก็ถือว่าจะตอบสนองสิ่งเหล่านั้นให้แก่คุณได้เป็นอย่างดี เพราะตัวบทจะเป็นการขับเคลื่อนด้วยฉากแอ็คชั่น ที่มาเร็ว ไปเร็ว ไม่ต้องมีอะไรให้ติดขัดกันระหว่างทางเลยแม้แต่น้อย และนอกจากนั้นแล้วทั้งฉากโหด ฉากเลือดสาด ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้สะใจคอโหดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

และเอาเข้าจริงๆ อีกอย่างนึงที่จะไม่ชมไม่ได้ ถึงแม้ว่าอาจจะถูกเหล่าไททั่นกลืนกินความเด่นไปเกือบหมด แต่ยังไงเธอก็ยังเป็นเพชรเม็ดงามแห่งหนังเรื่องนี้อยู่ดี สำหรับนางแบบสาวอย่าง กิโกะ มิซูฮาระ ในบท มิคาซะ ที่ถึงแม้คาแรกเตอร์จะแตกต่างจากการ์ตูนโดยสิ้นเชิง แต่ด้วยออร่าความงดงามก็นาง ก็ทำให้ มิคาสะ ในฉบับหนังนี่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และก็เป็นเพียงคาแรกเตอร์เดียวที่ผมรู้สึกว่าดูแล้ว คนดูน่าจะลุ้นเอาใจช่วยอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากกว่าเหล่าตัวละครอื่นๆในทีมเสียอีก

เพราะฉะนั้น โดยสรุปแล้ว ผมคิดว่า Attack on Titan ฉบับหนัง น่าจะทำงานได้ดีกับเหล่าคนที่ไม่เคยอ่านมังงะมาก่อน และต้องการดูหนังแอ็คชั่นเลือดสาด มันส์ๆสักเรื่อง แต่ถ้าหากว่ากันตามฐานะคนอ่านมังงะมาแล้ว ยังค่อนข้างผิดหวังที่ตัวเรื่องในหนังยังไม่ได้พามันออกไปไกลเท่าที่ควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าภาค 2 อาจจะพัฒนามากขึ้นก็เป็นได้ครับ

เรื่องนี้ผมให้ 5.5/10 ครับ