Cub : โปรดเก็บของมีคม ให้พ้นมือเด็ก

Home / วิจารณ์หนัง / Cub : โปรดเก็บของมีคม ให้พ้นมือเด็ก

CUB ปิดค่ายเชือด

ไม่ว่าคุณผู้อ่านจะอยู่ในช่วงกระโปรงบานขาสั้น หรือเลยวัยนั้นมาหลายช่วงตัวแล้ว เราขอให้ลองนึกถึงช่วงเวลาสุดโปรด (และเชื่อว่าบางคนอาจเป็นสุดทรมานทรกรรม) ของการเข้าค่ายลูกเสือดูนะครับ คุณจะนึกถึงอะไรบ้าง? จะเป็นฐานเกมผจญภัย ไข่เจียวในจานหลุม หรือสนุกกับกิจกรรมรอบกองไฟ ของพวกนั้นอาจดูธรรมดาไปครับ เมื่อมาเทียบกับเรื่องผีและวิญญาณเฮี้ยนประจำถิ่น ที่เล่าปากต่อปากกันมา และทำเอาเหล่าลูกหมาป่านอนผวาไปหลายคืน Cub เลือกใช้เรื่องเล่าตำนานหลอนเหล่านี้ มาปรุงรสเสียใหม่ กลายเป็นอาหารจานเด็ด กินแบบดิบๆ และคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือด

Cub (หรือ Welp) หนังสัญชาติเบลเยี่ยม ที่เคยเรียกเสียงอื้อหือ! ให้อึงอลไปทั่วโรงฉาย ในเทศกาลหนังโตรอนโตเมื่อปีที่ผ่านมา เล่าเรื่องราวของ “แซม” เด็กชายวัย 12 ปี ที่มาเข้าค่ายลูกเสือพร้อมเพื่อนๆ และพี่เลี้ยง ในป่าแห่งหนึ่งที่มีเรื่องเล่าสยองมาอย่างหนาหูว่า ยามค่ำคืนจะมี “ไค” เด็กชายลึกลับ ที่กลายร่างเป็นหมาป่า ออกไล่ล่าชีวิตมนุษย์ แต่คณะลูกหมาป่าก็หาได้เกรงกลัวเรื่องนี้ และมุ่งหน้าไปตั้งค่ายตามกำหนดการ มีเพียง แซม เท่านั้น ที่ได้กลิ่นไม่ชอบมาพากล ก่อนจะค้นพบบางอย่าง ที่นำความสยองมาเยืิอนชาวค่ายแบบถึงเลือดถึงเนื้อ

Cub ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม ในการสร้างสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ มืดทึม และชี้ชวนคนดูให้เกิดความรู้สึกหวาดระแวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้ แซม เด็กน้อยพระเอกของเรา ต้องตกอยู่ในภาวะของคนน่าสงสารมากที่สุดในเรื่อง เพราะต้องแบกรับความป่าเถื่อนของคนรอบข้างไว้ ตั้งแต่เด็กอายุเท่ากัน อันเป็นเพื่อนร่วมค่ายที่ดูจะไม่ชอบขี้หน้าเอามากๆ ไปจนถึงหัวหน้าลูกเสือวัยผู้ใหญ่พร้อมสุนัขบลูเทอเรีย ที่คอยกลั่นแกล้งทรมานเขาด้วยความสะใจส่วนตัว ถึงแม้ แซม จะยังมีพ่อพระและเพื่อนสุดติ๋มคอยดูแลอยู่ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตของเขา เป็นสุขในค่ายพักแรมนี้เอาเสียเลย

แซม ตกอยู่ในวงล้อมความวิปลาสของมนุษย์ จนกลายเป็นเด็กมีปัญหา และจดจ่อหมกมุ่นอยู่กับตำนานเรื่องหลอนประจำป่า จนเมื่อเขาได้พบ ไค เข้าอย่างจัง พร้อมการเปิดเผยตัวละครลึกลับ ที่มีฤติกรรมวิปริตผิดมนุษย์อยู่ไม่น้อยอีกหนึ่งคน ทำให้สถานะผู้ถูกกระทำของแซม ค่อยๆ กลายเป็นผู้กระทำบ้าง Cub ถ่ายทอดความรุนแรงนี้ไม่ยั้งมือ การกระทำโหดร้ายอันมีบ่อเกิดจากแรงผลักด้านมืดของมนุษย์ ถูกแปรสภาพกลายเป็นฉากอำมหิต สารพัดความตาย และกับดักมรณะถูกประเคนใส่คนดูจนชวนเหวอ ไปจนถึงชวนแหวะในบางครั้ง

จะว่า Cub มีความเป็น SAW ฉบับบ้านๆ ดิบๆ กว่าก็คงได้

CUB ปิดค่ายเชือดสิ่งที่ทำร้ายคนดูหนักมือที่สุดคือ ความรุนแรงส่วนใหญ่ของ Cub ถูกกระทำขึ้นด้วยน้ำมือของเด็ก คำเตือนที่เห็นกันทั่วไปอย่าง โปรดเก็บของมีคมให้พ้นมือเด็ก ถูกแหกออกด้วยการที่หนังเลือกยื่นมีดให้เด็กแทน และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น หากจะแก้ต่างด้วยคำว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็คงไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะครับ เพราะอย่างมาก เด็กคงไม่เอามีดไปแทงใครถึงตายหรอก หากการกระทำนั้นมันไม่ได้เกิดจากคำสั่ง แรงผลักดัน หรือการเก็บกดอารมณ์ที่มีสาเหตุมาจากผู้ใหญ่ แซม ใช้อารมณ์ที่ถูกกดทับของเขา พาคนดูไปสู่ฉากโหดร้าย ที่สมาคมคนรักสุนัขอาจถึงขั้นต้องเดินออกจากโรงแทบไม่ทัน

อาจกล่าวได้ว่า Cub สามารถถ่ายทอดความรุนแรงได้อย่างถึงกึ๋น และคงได้ใจคอหนังสายโหดไปไม่น้อย แต่หนังก็ํละเลยที่จะสำรวจตัวละครอย่างจริงจัง ทุกๆคนมีบุคลิกเพียงด้านเดียว สุดโต่งคนละแบบ ไม่เว้นแม้แต่ แซม ที่สภาพจิตปูมหลังของเขา ถูกเล่าด้วยบทสนทนาของพี่เลี้ยงลูกเสือเพียงสั้นๆ เท่านั้น คนดูจึงไม่รู้สึกรักหรืออยากอาใจช่วยใครเป็นพิเศษแต่อย่างใด แต่ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของ Cub อยู่ตรงที่การปล่อยผ่านตัวละครฆาตกรในป่าใหญ่ ให้กลายเป็นเพียงมาสคอตความโหดร้ายวิปริตของมนุษย์เท่านั้น เรายังไม่ทันรู้เลยเสียด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใครามาจากไหน และกระทำการเหล่านั้นไปเพื่ออะไรกันแน่

แต่ความน่าสนใจของหนังคือตัวละคร ไค ที่เหมือนผู้สร้างจะให้ความสำคัญของเขาอยู่ไม่น้อย ทั้งการที่ได้ไปปรากฏอยู่บนโปสเตอร์ เป็นเจ้าของตำนานสยอง และกุมเงื่อนงำทั้งหมดของเรื่องด้วย นอกจากบทในด้านความโหดเหี้ยมแล้ว ไค ได้กลายเป็นกระจกสะท้อน ที่ถ่ายทอดสัญชาตญาณดิบของเด็กชายวัยกำลังโต ความปรารถนาเพศตรงข้ามที่ค่อยๆคุกรุ่นขึ้นของ แซม ที่ือยากรู้อยากเห็นเรื่องของผู้ใหญ่ไปเสียทุกอย่างอีกด้วย แน่นอนว่าหากมีกรอบความเหมาะสมของสังคม หรือคำสั่งสอนของผู้ใหญ่มาครอบไว้ เด็กเหล่านี้ก็คงทำได้เพียงหลบๆซ่อนๆ เก็บความอยากนั้นไว้ใต้หมอน แล้วแอบมองเฉพาะยามที่เหล่าผู้ใหญ่หลับใหล แต่หากเราทลายกรอบนั้นไปเสียล่ะ? สัญชาตญาณดิบก็คงทำหน้าที่ของมันอย่างไม่มีอะไรขวางกั้น ดังที่ แซม ได้ค้นพบของที่ ไค แอบไปขโมยมา และแสดงออกถึงการกระทำตามธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์ ในบ้านต้นไม้สถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กชายแปลกแยกทั้งสองด้วย

Cub ทำให้คนดูเสียวสันหลัง และสะท้อนภาพความโหดร้ายของมนุษย์ได้ดีเป็นฉากๆ ไปครับ แต่หากมองในภาพรวมทั้งหมดแล้ว หนังยังมีรอยโหว่อีกมากมายที่หาเหตุผลตรรกะไม่ได้ จับต้นชนปลายไม่ถูก เราจึงไม่อาจบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้ดีพร้อมทุกอย่าง และสำหรับใครที่ยังลังเล และเห็นว่า Cub ดูเป็นหนังไร้พิษภัยของการเข้าค่ายลูกเสือ เราของเตือนกันดังๆ ตรงนี้อีกครั้งว่ามันไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชนสักเท่าไหร่ ชนิดที่ผู้ปกครองให้คำแนะนำก็คงจะยังไม่ไหว แต่หากคุณพร้อมและมั่นใจจะรับมือทุกสิ่งที่เรากล่าวไปแล้วล่ะก็ ขอเชิญผูกผ้าพันคอให้แน่น สวมเครื่องแบบให้มั่น ยกไม้ง่ามขึ้นประทับ แล้วไปเข้าค่ายรับรสกลิ่นคาวเลือดกับ Cub ก่อนที่หนังหาดูยากเรื่องนี้ จะออกจากโรงไปเสียก่อนละกันครับ

ป.ล. Cub อาจเหมาะกับผู้ที่ความหลังฝังใจไม่สวยงามนัก กับวิชาลูกเสือเป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าจะคำปฏิญาณ หรือกฎของลูกเสือสำรอง สามัญ วิสามัญ หรือรุ่นไหนก็ตามแต่ หนังเรื่องนี้ แหกหมดเกือบทุกข้อเลยล่ะครับคุณผู้อ่าน (โดยเฉพาะกฎข้อ 6)

เรื่องนี้จัดไป 6.5 / 10 ครับ

Lecter.

————————————————