No Escape : หนีตาย ปัญหาประเทศโลกที่ 3

Home / วิจารณ์หนัง / No Escape : หนีตาย ปัญหาประเทศโลกที่ 3

no-escape-trailer

จากที่ในตอนแรกเหมือนตัวหนังจะมีปัญหากันระหว่างเรื่องของการโดนแบน ที่มีการถ่ายทำในประเทศไทยและใช้สถานที่เกี่ยวกับเรื่องราวการคอรัปชั่นในประเทศ แต่ตอนนี้ล่าสุดตัวหนังก็ได้เข้าฉายเรียบร้อยแล้ว สำหรับ No Escape หนังแนวแอ็คชั่นที่มี โอเว่น วิลสัน และ เพียร์ซ บรอสแนน นำแสดง ที่เคยมาถ่ายทำในประเทศไทยเมื่อต้นปีก่อนนู้นนั่นเอง

No Escape เป็นเรื่องราวของนักธุรกิจหนุ่ม ได้เพิ่งย้ายบ้านใหม่เพื่อมาอยู่อาศัยในแถบประเทศแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่หารู้ไม่ว่าประเทศดังกล่าวของเขากำลังจะเกิดเหตุรุนแรงเกี่ยวกับการ คอรัปชั่น รวมไปถึงการที่ประเทศจะทำการฆ่าล้างโคตรกับชาวต่างชาติอีกด้วย จึงทำให้เขาต้องพาครอบครัวหนีไปยังที่ปลอดภัยก่อนโดนสังหารกันหมด

หนังเป็นผลงานการกำกับของ จอห์น เอริค ดาวเดิล หนึ่งในผู้กำกับพี่น้อง ดาวเดิล ที่เคยจับมือกันสร้างชื่อมาแล้วในหนังสยองขวัญอย่าง Devil และ As Above, So Below โดยงานนี้เขาขอลุยเดี่ยว กับงานกำกับหนังแนวแอ็คชั่น ทริลเลอร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจเมื่อคราวที่เขาเคยมาเที่ยวเมืองไทย แล้วเจอเรื่องราวคล้ายๆกันนั่นเอง จึงได้ออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ที่ถึงแม้จะไม่ได้กล่าวอ้างถึงชื่อของ ประเทศไทย แต่เปลี่ยนเป็นประเทศนึงในแถบเอเชีย ซึ่งให้ค่ามันว่าเป็น ประเทศโลกที่ 3 อย่างที่ฝรั่งตาน้ำข้าวเห็นเราอย่างทุกวันนี้นี่เอง

ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ก่อนดูหนังเรื่องนี้ไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนเลยว่าจะได้เจออะไร เพราะจากตัวอย่าง และ เรื่องย่อ ล้วนแล้วแต่ไม่ได้สื่อสารกับคนดูในแง่ใดๆทั้งสิ้น แต่พอหลังจากดูจบแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า เออ ที่จริงมันก็สนุกดีแหะ ซึ่งก่อนที่จะไปพูดถึงการใช้โลเคชั่นประเทศไทยในตัวเรื่อง ขอพูดถึงเปลือกนอกของมันอย่างฉากแอ็ตชั่น ไล่ล่า ซึ่งอัดแน่นตลอดทั้งเรื่องกันก่อน เพราะในเรื่องนี้ตัวพระเอก และ ครอบครัว ต้องวิ่งหนีตายจากกลุ่มผู้ประท้วงที่ฆ่าทุกคนแบบแทบจะไม่รู้เหตุผลกันตั้งแต่ต้นเรื่อง ยันท้าย โดยมีช่วงเวลาให้หยุดพักเพียง 10-15 นาที ซึ่งนับว่าเป็นความบ้าระห่ำ และ ใจกล้า ของหนังมาก ที่พาเอาคนดูหนีตายไปกับพระเอกขนาดนี้ และพร้อมด้วยกับโลเคชั่นใน ลำปาง และ เชียงใหม่ ที่ผู้กำกับได้สรรหามา ล้วนแล้วแต่พาเอาให้บรรยากาศมีอารมณ์แบบหนังยุค 80-90 ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะนอกจากมันจะนำหน้าที่ เรโทร ไปในตัว ยังอาจจะแสดงถึงความล้าหลังในเทคโนโลยี และ ทรัพยากร ที่เข้าไม่ถึงอีกด้วย

โดยนอกจากความสนุกแบบหนัง 80 แล้ว อีกสิ่งนึงที่รู้สึกว่าตัวหนังพยายามได้ดี และไม่สุดโต่งกันจนเกินไป คือในด้านของการที่มันมีการเสียดสีตัวเองไปในตัว เมื่อเรื่องเริ่มเผยไต๋ออกมาว่าแท้จริงแล้ว กลุ่มผู้ประท้วงมีเหตุผลอะไร ซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะค่อนข้างมีบางประเด็นที่แตะเรื่องการเหยียดเชื้อชาติระหว่าง คนเอเชีย ไปบ้าง แต่อย่างน้อยการที่มันยังมีการกลับลำให้เห็นถึงความแย่ และ การพยายามเป็นมหาอำนาจของประเทศตนเอง ก็นับได้ว่าไม่เลวนัก

เช่นกันกับทางด้านนักแสดงอย่างทั้ง โอเว่น วิลสัน, เลค เบลล์ และ เพียร์ซ บรอสแนน ที่ 2 รายแรกในข้างต้น ตอนเห็นในตัวอย่าง ไม่คิดว่าจะสามารถรับบทคู่รักครอบครัวได้ แต่ท้ายสุดแล้วทั้งคู่ก็ยังพามันไปรอด โดยเฉพาะ โอเว่น วิลสัน ที่ห่างไกลจากบทบู๊มานานนับตั้งแต่ Behind Enemy Lines แฟนๆก็จะได้เห็นเขากลับมาหลบฝ่าดงกระสุนกันอีกครั้ง เช่นเดียวกับ เพียร์ซ บรอสแนน ซึ่งแน่นอนอยู่ว่ามีหนังแอ็คชั่นให้ชมกันอย่างไม่ขาดสาย แต่ในเรื่องนี้ยังดีที่เขาค่อนข้างออกน้อย และแชร์บทบาทความเด่นกับ วิลสัน ได้อย่างลงตัว จึงมีความรู้สึกว่าความสัมพันธ์แบบคู่หูที่ผิวเผินแบบนี้ สามารถทำให้คนดูลุ้นความเป็นความตายของทั้งคู่ได้ดีมากกว่าทีเดียว

ซึ่งโดยรวมแล้วผมจึงคิดว่า No Escape เป็นหนังที่ถือได้ว่าบันเทิงอยู่พอสมควรเรื่องนึงในอาทิตย์นี้ ทั้งในแง่ของการที่มันพาเอาย้อนยุคไปได้อารมณ์หนังแบบยุค 80-90 และรวมไปถึงการเลือกใช้โลเคชั่นในไทย สร้างประเทศใหม่ขึ้นมา โดยถึงแม้อาจจะน่าเสียดายที่ไม่มีประเด็นการเมืองเจ๋งๆแบบที่เคยหวังเอาไว้ตอนมันมีข่าว แต่การที่ได้เห็น โอเว่น วิลสัน กลับมาวิ่งฟัดดงกระสุนอีกครั้งก็นับว่าน่าพอใจ

เรื่องนี้ผมให้ 7.5/10 ครับ