Maze Runner: The Scorch Trials : วิ่งผลัดผ่านโลก

Home / วิจารณ์หนัง / Maze Runner: The Scorch Trials : วิ่งผลัดผ่านโลก

Hypable-First-look-at-The-Maze-Runner-sequel-The-Scorch-Trials--888x456

นับตั้งแต่ผู้นำขบวนอย่าง พ่อมดแว่นแผลเป็นฟ้าผ่า กับมหากาพย์แหวนครองพิภพ ได้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม การหยิบวรรณกรรมในกลุ่ม Young Adult มาเล่นแปรธาตุกลายเป็นภาพยนตร์ จึงเป็นช่องทางฮอตฮิตของอุตสาหกรรมหนังฮอลลีวูด ทัี่บ้างก็คุณภาพได้มาตรฐาน (The Hunger Games) บ้างก็ลุ่มๆดอนๆ (Divergent) และอีกมากมายที่ลาลับจากไป ซึ่งกับหนังชุด The Maze Runner ที่ภาคแรกอยู่ในระดับกลางๆ แต่กวาดรายได้เสียอิิ่มแปล่นี้ ผู้กำกับ เวสส์ บอล จึงได้มาทรมานทรกรรมเหล่าวัยรุ่นวิ่งสู้ฟัดกันต่อ

แต่อย่างว่านะครับคุณผู้ชม นักวิ่งต่อให้แกร่งแค่ไหน วิ่งนานๆ ไป แรงก็ตกได้อยู่ดี

Maze Runner: The Scorch Trials เล่าเรื่องราวต่อจากครั้งกระโน้น เมื่อกลุ่มทหารลึกลับได้พาโทมัส (ดีแลน โอ บรีน) และผองเพื่อนขึึ้นเฮลิคอปเตอร์มาสู่ฐานบัญชาการหลบภัยจากเชื้อมรณะ ภายใต้การนำของ แจนสัน (เอแดน กิลเลน กับบุคลิกตีสองหน้า ราวกับการกลับชาติมาเกิดของ ลอร์ดเบลิช ใน Game of Thrones) ที่รับประกันความปลอดภัยในชีวิตใหม่ของทุกคน แต่ทว่า โทมัสเริ่มได้กลิ่นไม่ชอบมาพากล จนสถานการณ์พาไปให้ค้นพบความจริงบางอย่าง และตัดสินใจพาเพื่อนเผ่นแน่บจากฐาน ออกสู่แดนมอดไหม้อันร้อนระอุ สถานที่ที่พวกเขากำลังจะเจอกับเหล่าผู้คนห่างไกลนอกองค์กร WICKED และภยันตรายสุดสยอง

ดูเหมือนว่าเชื้ออาถรรพ์หนังของภาคต่อ ที่มักออกอาการหลงทิศหลงทาง จะลามมาถึง Maze Runner: The Scorch Trials เรื่องนี้ด้วย ในขณะที่ภาคแรกนั้นรักษาอารมณ์ของหนังทั้งเรื่อง ให้ดูคลุมเครือ เต็มไปด้วยความลับชวนค้นหา และสารพัดตัวตนที่ถูกปกปิดไว้ ทั้งของโทมัสเองที่สูญเสียความทรงจำครั้งยังเป็นเจ้าหน้าที่ ตัวจริงของสัตว์ประหลาดกรีฟเวอร์ และผู้อยู่เบื้องหลังวงกตใหญ่ยักษ์ ด้วยวิธีการค่อยๆ ให้ข้อมูลกับคนดูอย่างไม่รีบร้อน ชี้ชวนให้คาดเดาไปต่างๆ นานา ก่อนจะเฉลยไปทีละประเด็นจนครบถ้วน เมื่อรวมกับเทคนิคพิเศษด้านภาพและฉากแอ็คชั่นในระดับสอบผ่านแล้ว วงกตมรณะครั้งนั้นดูจะรักษาทิศทางของหนังได้เป็นอย่างดีกว่าภาคนี้อย่างเห็นได้ชัด

หากการเอาตัวรอดจากวงกต จะเป็นภารกิจใหญ่หนึ่งเดียวที่สำเร็จลุล่วงไปแล้ว เมื่อเรื่องราวใน Maze Runner: The Scorch Trials เริ่มต้น บรรดาตัวละครจึงเคว้งคว้างไร้จุดหมายปลายทางของชีวิต ชะตากรรมของพวกเขาที่ถูกคลายความลับเสียเกือบเกลี้ยงไปตั้งแต่ภาคแรก ทำให้ครั้งนี้สูญเสียกลิ่นอายทริลเลอร์ลึกลับไปไม่น้อย หลงเหลือเพียงการหาวิธีเอาตัวรอดแบบหุนหันไม่ยั้งคิด อีกทั้งเมื่อกลุ่มวิ่งสู้ฟัด ถูกชักจูงโดยความคิดของวัยรุ่นเลือดร้อนกล้าได้กล้าเสียอย่าง โทมัส แล้ว คนทั้งกลุ่มจึงต้องจำยอมตกอยู่ในสถานการณ์ “ไปตายเอาดาบหน้า” กันให้รู้แล้วรู้รอด ผ่านการฝ่าฟันเผ่าพันธุ์หฤโหด ที่ไข้มรณะได้เปลี่ยนคนให้กลายเป็น แครงก์ ซอมบี้จอมหิวกระหาย พบเจอผู้คนใหม่ๆ ในสังคมที่แตกต่างจากวิถีชีวิตชาวทุ่ง และหนีจากเกมแมวจับหนูของ WICKED ที่ยังตามรังควาญหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ

scorchtrials-7-gallery-image

ราวกับถูกพระเจ้าขีดชะตาวางแผนมาอย่างหมดจด ลำดับเหตุการณ์เหล่านั้น และสารพัดความพอเหมาะพอเจาะเกินพอดี ถูกวนลูปซ้ำไปมา และย้ำหนักๆ ดังท่องฮุคเพลงร็อกด้วยการเพิ่มตัวละครหน้าใหม่เข้ามา ซึ่งปกตแล้วการเรื่อยๆ มาเรียงๆ เหล่านี้คงชวนเบื่อเอาง่ายๆ แต่หนังเรื่องนี้ก็ยังสอบผ่านด้วยคะแนนฉิวเฉียด จากการตัวช่วยเป็นบรรดาฉากแอ็คชั่น เล่นไล่จับผนวกกับซ่อนหาให้พ้นจากพวก แครงก์ ที่ เวสส์ บอล ยังคงเอาอยู่ สามารถมอบความลุ้นระทึกให้คนดู ในระดับเดีบงกับการไล่ล่าของกรีฟเวอร์ในภาคแรก และเหมือนกับว่าผู้กำกับจะจับทางแฟนคลับได้อย่างไรไม่ทราบ ตัวละครที่เป็นตัวแปรเด่นๆ อย่างมินโฮ (คี ฮง ลี) จึงถูกลดมิติเชิงลึกลงมาก แต่เน้นไปที่การปรากฏตัวโชว์ออฟ เป็นไอ้หนุ่มกังฟูแทนเสียอย่างนั้น

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ ในขณะที่ภาคแรก เหล่าชาวทุ่งต้องปกครองกันเอง ด้วยระบบการจัดการแบบบ้านๆ และมีปมขัดแย้งกันเองในตัวเด็กที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ในความกลัวที่จะเติบโต หลุดจากอ้อมอกแห่งความปลอดภ้ยแล้วล่ะก็ Maze Runner: The Scorch Trials ก็นำพาให้กลุ่มของโทมัส ได้เจริญเติบโตขึ้นไปอีกขั้น จากปัญหาภายในจิตใจอันวกวนสับสนราววงกต ที่สามารถตัดสินใจชีวิตตนเองได้ สู่การเผชิญหน้ากับผู้คนสังคม อิทธิพลที่เหนือกว่าด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ ไปจนถึงอำนาจรัฐ ที่เกินขอบเขตควบคุมของวัยรุ่นตอนต้นตัวเล็กกระจ้อยร้อย ที่ได้แต่ใช้ชีวิตไหลไปตามกระแสเหล่านั้น ที่ต้องพบพานโลกภายนอกที่เต็มไปดวยความปลิ้นปล้อนหลอกลวง และหาผลประโยชน์จากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยเฉพาะ โทมัส ที่ในร่างกายของเขามีตัวแปรสำคัญ ที่ผู้ใหญ่เล่นไม่ซื่อทั้งหลาย พร้อมจะเอาออกมาใช้ประโยชน์เพื่อพวกพ้องของตนเองได้ทุกเมื่อ

ดังที่ภาคสองนี้ทิ้งท้ายไว้ เราจะได้เห็นว่า โทมัส ได้เรียนรู้ชีวิตอันโหดร้ายพังทลาย ทั้งจากซากปรักหักพังของแดนมอดไหม้ และพฤติกรรมของผู้คนหน้าใหม่ทั้งหลายตามสภาพความเป็นจริง เขาได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น สู่ความเป็นวัยรุ่นหัวขบถ และมีแนวคิดที่แรงกล้าของตนเอง และน่าสนใจอย่างยิ่งว่า ภาวะการเติบโตของปลาที่กล้าว่ายทวนกระแสน้ำเชี่ยวกรากนี้ จะเป็นอย่างไรต่อ

สำหรับหนังชุด Maze Runner นั้น ในภาคแรกโทมัสได้พาเพื่อนวิ่งข้ามสิ่งกีดขวาง แน่นอนว่ามันต้องผ่านอุปสรรคเป็นรั้วสูงมากมาย แต่ด้วยการใช้พลังกายเข้าว่าบวกกับจังหวะพอดีสักหน่อย พวกเขาก็ผ่านมาจนเข้าสู่เส้นชัยไปแล้วเรียบร้อย มาถึงในภาคสองนี้ เหล่าวัยรุ่นต้องลงแข่งวิ่งผลัดเสียหนึ่งรอบใหญ่ ผ่านโลกของผู้ใหญ่อันโหดร้าย วนเวียนส่งไม้ต่อให้ผู้คนที่พบเจอระหว่างทาง ได้นำพาเรื่องราวให้ไปถึงจุดหมาย แต่คุณผู้ชมครับ ในภาคสามที่กำลังจะมานี้ล่ะ

เราขอเดาเอาเองว่า โทมัส คงถึงคราวได้ลงวิ่งมาราธอนเสียที เพราะมันหมายถึงการเอาชีวิตรอดให้ถึงเส้นชัย ที่ระยะทางไกลแสนไกล อาจไม่ท้าทายเท่ากับการที่นักวิ่งต้องมีจิตใจแข็งแรงพอ ที่จะฝ่าฟันไปจนถึงปลายทาง

7.5 / 10 ครับ

lecter  Lecter.

————————————-