เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ : ฐานันดรและการแบ่งชนชั้นของวัยเรียน

Home / วิจารณ์หนัง / เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ : ฐานันดรและการแบ่งชนชั้นของวัยเรียน

url

หลังจากส่งฟรีแลนซ์เข้าฉายจนได้เงิน และคำวิจารณ์เป็นกอบเป็นกำไปแล้ว มาถึงตอนนี้ จีทีเอช ก็ไม่รอช้าที่จะส่งหนังใหม่เข้าฉายติดต่อกันไม่ห่างจากเรื่องก่อนเลย สำหรับหนังแนวโรแมนติค คอมเมดี้ อย่าง เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ นำแสดงโดยทีมนักแสดงที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีแล้วจากซีรี่ย์ฮอร์โมนส์ กับเรื่องราวรักป่วนๆวุ่นๆ เมื่อหญิงสาวนามว่า เมย์ไหน ดันมีพลังไฟฟ้าอยู่ในตัว แต่เธอดันไปแอบชอบรุ่นพี่สุดฮ็อต จนต้องขอความช่วยเหลือจากคนที่ไม่เอาไหนอย่าง ป๋อง ในภารกิจพิชิตรักในครั้งนี้

ตัวหนังเป็นผลงานการกำกับของ หมู ชยนพ บุญประกอบ จากหนังวัยรุ่นเรื่องฮิตเมื่อหลายปีก่อนอย่าง Suckseed ที่ทำเอาวัยรุ่นทั่วบ้านทั่วเมือง หันมาตั้งวงดนตรี และเริ่มเดินตามความฝันอย่างจริงๆจังๆ มาคราวนี้หลังจากที่ทิ้งช่วงห่างเวลาไปนาน เขาก็กลับมาแล้วพร้อมกับหนังใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตของตนเองในวัยมัธยม ผสมผสานกับเรื่องราวเหนือจินตนาการอย่าง พลังการช็อต ไฟฟ้า จนได้ออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ ซึ่งพูดตามตรงว่าในทีแรกที่เห็นตัวอย่างของหนังเรื่องนี้ ตัวผมเองนั่นค่อนข้างไม่มั่นใจว่าตัวหนังจะไปในทิศทางไหน จะเป็นหนังตลกโปกฮาไร้สาระ สไตล์ขายเด็กวัยรุ่น หรือว่าจะเป็นหนังแนว coming of age ที่ จีทีเอช ชอบทำในช่วงแรกกันแน่

แต่หลังจากที่ดูมาแล้วก็ต้องขอบอกเลยว่า แท้จริงแล้วตัวหนังสามารถผสมผสานเรื่องราว 2 อย่างเข้าด้วยอย่างสนุกสนานมากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างแรกที่ในด้านของ มุกตลก ที่ในตอนแรกคิดว่าจะเป็นเพียงมุกตลกน่ารักๆที่ทำมาเพื่อขายเด็กมัธยมอย่างเดียว แต่เอาจริงๆแล้วกลับไม่ใช่เช่นนั้น เพราะทาง ผู้กำกับ ดูเหมือนยังคงมีความแหลมคมในด้านการหยอด และ ใส่ลูกเล่นของมุกต่างๆได้เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยไม่ต่างจาก Suckseed หนำซ้ำมุกตลกในคราวนี้ที่เป็นการผลักดันความเป็น แฟนตาซี และ โอตาคุ แบบไปสุด โดยอาศัยทั้งในแง่ของดนตรีประกอบ และผลงานด้านภาพที่เป็นการตัดสลับไปกับฉากอนิเมชั่นคอมพิวเตอร์ ล้วนแล้วแต่นอกจากจะสามารถสร้างสรรค์ตัวหนังที่มีอารมณ์สไตล์ มังงะญี่ปุ่น อย่างที่มันต้องการ ยังมีความแปลกใหม่ที่ไม่ค่อยได้เห็นหนังไทยเล่นลูกเล่นนี้กันมากนักอีกด้วย

โดยนอกไปกว่านั้นแล้ว อีกสิ่งที่สามารถผลักดันให้ตัวหนังดีอย่างน่าสนใจคือในเรื่องของการแบ่ง ฐานันดร และ ชนชั้น ที่เสียดสีกันกับสังคมสมัยเรียน และรวมถึงโลกภายนอกในปัจจุบัน ที่เป็นเรื่องราวของการดิ้นรนเพื่อให้มี ตัวตน ของเหล่าบุคคลไร้ตัวตน ซึ่งนอกจากจะสามารถสอดคล้องไปกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในรั้วโรงเรียนได้อย่างแทงใจดำ มันยังเป็นเครื่องมืออย่างดีต่อผู้ปกครองที่ได้เห็นสังคมภายในโรงเรียนว่าการดิ้นรนภายในสังคมรั้วนี้ ต่างมีความยากลำบาก และล้วนอาศัยการเปรียบเทียบความเป็นสัตว์อยู่เสมอมา

ซึ่งทางด้านนักแสดงนำอย่าง แบงค์ ธิติ และ ปันปัน สุทัตตา ก็ล้วนแล้วเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้ตัวหนังมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะผลงานการกำกับแสดงนำเรื่องแรกของพระเอกหนุ่มอย่าง แบงค์ ธิติ ที่นอกจากคาแรกเตอร์ที่เขียนออกมาจะสามารถจี๊ดแทงใจดำ สำหรับหนุ่มๆที่ไม่กล้าคุยกับหญิงสาวที่ตนเองชอบได้อย่างน่ารักน่าหื่น ตัวนักแสดงเองก็ยังมีลีลาท่าทางในการถ่ายทอดคาแรกเตอร์นั้นออกมาได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย

โดยเอาเข้าจริงๆผมก็ไม่แน่ใจว่ามุกตลก และเรื่องราวสมัยมัธยมที่ตัวหนังสร้างขึ้นมา จะสามารถจูนติดกับทุกคนหรือไม่ แต่ถ้าหากในสมัยมัธยมคุณเป็นคนที่มีความทรงจำวัยเรียนกับทั้งเหล่าแก๊งค์เพื่อนวัยป่วน หรือช่วงกีฬาสีสุดเหน็ดเหนื่อย รับรองเลยว่า เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ นอกจากจะเสมอความฮา มันยังเป็นเครื่องมือชั้นดีในการย้อนวันเวลากลับไปสู่ที่แห่งนั้นอีกด้วย

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ