The Martian : วิทยาศาสตร์ช่วยชีวิต

Home / วิจารณ์หนัง / The Martian : วิทยาศาสตร์ช่วยชีวิต

martian-gallery3-gallery-image

จัดได้ว่าเป็นการกลับมาของเจ้าแห่งหนังไซไฟของจริง สำหรับ ริดลี่ย์ สก็อตต์ ที่หลังจากในอดีตเคยพาเอาคนดูไปรู้จักกับห้วงลึกของหนังสยองขวัญบนยานอวกาศอย่าง Alien มาแล้ว ตอนนี้เขาขอหยิบจับอีกหนึ่งนิยายขายดีมาทำเป็นหนังใน The Martian กับฝีมือการเขียนบทของ ดรูว์ กอร์ดาร์ด จาก Cabin in the Woods นั่นเอง

หนังเป็นเรื่องราวของนักบินอวกาศ มาร์ค วัทนีย์ ที่หลังจากภารกิจบนดาวอังคารที่ในครั้งนี้ดูเหมือนจะราบรื่น แต่ความจริงแล้วกลับกลายเป็นว่าเขาเป็นคนที่ถูกลูกเรือ และเพื่อนทอดทิ้งไว้เนื่องจากพายุครั้งใหญ่ จนทำให้หลายคนคิดว่าเขานั้นตายแล้ว แต่เรื่องจริงกลับไม่ใช่เช่นนั้นเมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ราวกับปาฏิหารย์ ทำให้เขาต้องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจาก Nasa และลูกเรือของเขา แต่เนื่องด้วยระยะเวลาการเดินทางข้ามดาวที่ยาวนาน ทำให้ระหว่างนั้นเขาต้องเอาตัวรอดก่อนที่ความช่วยเหลือจะมาถึงให้จงได้

จากพล็อตเรื่องแนวคนเอาตัวรอด เราอาจจะพาลให้ไปนึกถึงหนึ่งในหนังคลาสสิคของ โรเบิร์ต เซ็ตมิคคิส อย่าง Cast Away ที่ในเรื่องนั้น ทอม แฮงค์ รับบทเป็นคนติดเกาะ พร้อมกับช่วยให้คนดูได้รับรู้ถึงสารพัดวิธีในการเอาตัวรอด เมื่อคุณขาดทั้งน้ำ และ อาหาร เป็นเวลาร่วมเดือน ส่วนในเรื่องนี้ The Martian ก็มีวิธีการถ่ายทอดไม่แพ้กัน เพียงแต่ว่าตัวเรื่องอาจจะไกลตัวคนดูไปสักนิด เมื่อ นักบินอวกาศ ได้ดันไปติดอยู่บนดาวอังคาร ที่ไม่มีทั้งน้ำ และ อาหาร ให้เขาดำรงชีวิตอยู่ได้ (ก่อนที่ภายหลังตอนนี้ นาซ่า จะเพิ่งมาบอกว่าบนดาวอังคารมีน้ำแล้ว) ซึ่งถึงแม้ว่าเรื่องราวของมันจะไกลตัว แต่การดำเนินเรื่องแบบ ต้องรอด ของตัวละคร ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องใกล้ตัวของคนเราทั้งนั้นที่พยายามจะคอยเอาใจช่วยเพื่อมนุษย์ ให้รอดจากสถานการณ์อันยากลำบากต่างๆ ซึ่งในที่นี้คืออุปสรรค์อย่าง พายุ และ สถานที่ (ดาวอังคาร) ซึ่งเป็นสิ่งที่ขวางกั้นความช่วยเหลือของเขา และ ลูกทีม

โดยแน่นอนว่าตัวหนังใช้ทีมนักแสดงทั้ง แมตต์ เดม่อน และ เจสสิก้า เชสแทน ต้องทำให้ใครหลายคนนึกถึง Interstellar หนังนักบินอวกาศข้ามมิติเมื่อปีที่แล้วอย่างแน่นอน แต่ก็ดูเหมือนว่าในขณะที่ตัวหนัง Interstellar ค่อนข้างขายหลักวิทยาศาสตร์ที่ไกลตัว และดูเพ้อฝัน ตัวหนัง The Martian จะทำได้ดีกว่าในด้านนั้น โดยการที่พาเอาหลักวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่สามารถใช้ได้จริงจากบนพื้นผิวโลก มาถ่ายทอดให้คนดูได้เห็นกันบนดาวอังคาร ไม่ว่าจะเป็นวิธีการปลูกพืช, สร้างน้ำ หรือแม้แต่การสร้างธาตุ และของเหลวชนิดต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วอาศัยมาจากความรู้ที่มีอยู่จริง และสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยในข้อนี้นอกจากมันจะเป็นเครื่องมือชั้นดีในการให้ความรู้แก่คนดูอย่างแนบเนียน และเต็มไปด้วยความบันเทิง มันยังเป็นหนังนักบินอวกาศที่ถ่ายทอดเรื่องราวของวีรบุรุษได้อย่างยอดเยี่ยม จนน่าจะทำให้เด็กๆหลายคนที่หลังจากเจอแต่หนังนักบินอวกาศน่ากลัวๆ (เช่น Apollo 18 หรือ Europa Report) จะได้กลับมาหลงรัก และมีความใฝ่ฝันเป็นนักบินอวกาศอีกครั้ง

ซึ่งงานนี้ในฉากไคล์แมกซ์ของหนัง ถึงแม้อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นการถ่ายทอดที่ค่อนข้างเกินจริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งฉากที่น่าประทับใจ และบ่งบอกถึงแรงศรัทธาของการรวมใจสำหรับมนุษย์โลกได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้ยังต้องขอยกย่องอีกว่า นี่เป็นหนังที่สามารถถ่ายทอดฉากในห้องควบคุม Nasa ออกมาได้อย่างสนุก และลุ้นระทึก ไม่ต่างจาก Apollo 13 เลยสักนิด

ทั้งนี้ทั้งนั้น ทีมนักแสดงในหนังเรื่องนี้นอกจาก แมตต์ เดม่อน และ เจสสิก้า เชสแทน ยังอุดมไปด้วยทีมนักแสดงชั้นนำของฮอลลีวู้ดอย่าง ฌอน บีน, เคท มาร่า, ซิวอิเทล เอจิโอเฟอร์, เจฟฟ์ แดเนียล, แม็คเคนซี่ เดวิส, ไมเคิล เพน่า และรวมถึง คริสเต็น วิกก์ โดยแน่นอนว่าเยอะกันขนาดนี้ แต่ละคนก็ต่างมีบทเล็กบทน้อย แยกแยะกันไป แต่นั่นเองก็ดูเหมือนจะเป็นข้อดีสุดๆของหนัง เพราะทำให้ไม่ว่าตัวหนังจะแพน หรือไปเข้าเรื่องราวของเหล่าตัวละครที่พยายามจะช่วยเหลือ มาร์ค ในทิศใด เราก็ล้วนได้เห็นฝีมือการแสดงจากนักแสดงที่คุ้นหน้าหลากตา จนทำให้ตัวละครเหล่านั้นไม่ใช่คนไกลอื่น แต่เหมือนเป็นบุคคลที่เรารู้จักกันดี และพร้อมจะเอาใจช่วยให้ภารกิจการกู้ตายครั้งนี้สำเร็จโดยไว

เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วผมจึงคิดว่า The Martian จัดได้ว่าเป็นหนังนักบินอวกาศในปีนี้ ที่เหนือกว่า Interstellar อย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้มันอาจจะขาดฉากลุ้นระทึก หรือแอ็คชั่นฟอร์มใหญ่แบบเรื่องดังกล่าว แต่ถ้าหากคุณอยากจะดูเพื่อความรู้ ควบคู่กับความบันเทิง ที่ไม่เหนือจริง พร้อมอิงหลักวิทยาศาสตร์ทุกเมื่อ นี้คือหนังที่เป็นคำตอบนั้นของคุณอย่างแน่นอน

เรื่องนี้ผมให้ 8.5/10 ครับ