อาปัติ : บาปกรรม ที่นำไปสู่ความดี

Home / วิจารณ์หนัง / อาปัติ : บาปกรรม ที่นำไปสู่ความดี

ah-but-03

จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนังที่โด่งดังจากกระแสการโดนแบนในรอบหลายปี แต่ล่าสุดตัวหนังก็ได้ฉาย สำหรับหนังเกี่ยวข้องกับศาสนา ที่นำเสนอตัวละคร พระ ในด้านมืด กับ อาบัติ หรือ อาปัติ ผลงานการกำกับของ ขนิษฐา ขวัญอยู่ มือเขียนบท และผู้กำกับหนังสั้น ที่เคยโด่งดังจนเป็นต้นแบบให้กับการสร้างหนังอย่าง ความจำสั้น..แต่รักฉันยาว มาแล้วนั่นเอง

เรื่องราวของ “ซัน” เด็กหนุ่มวัย 19 ปีผู้เอาแต่ใจตนเอง ไม่สนใจใคร และใช้ชีวิตคึกคะนองอย่างสุดขั้ว เขาจึงถูกพ่อบังคับให้มาบวชเณรเพื่อดัดนิสัย การบวชอย่างไม่เต็มใจ ไร้ศรัทธา และด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจว่าตนเองทำผิดอะไรนักหนา จึงทำให้ซันยังคงใช้ชีวิตเหมือนปกติทั่วไปแม้จะอยู่ในผ้าเหลืองแล้วก็ตาม รวมถึงการแอบคบหากับ “ฝ้าย” สาววัยรุ่นท้องถิ่นผู้โหยหาในความรักซึ่งเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่ ทั้งคู่มีให้แก่กันและเชื่อมั่นว่าไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด ทุกการกระทำที่ท้าทายการอาบัตินี้ ทำให้เณรซันต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ลึกลับชวนขนหัวลุกที่ถูกปกปิดไว้ ภายในวัด ทั้งเรื่องราวความสัมพันธ์ของสีกากับพระ, การเผชิญหน้ากับผีเปรตที่ตามมาขอส่วนบุญและทวงคืนชีวิตที่ต่างเชื่อมโยงกัน อย่างคาดไม่ถึง

ซึ่งแน่นอนว่าในอดีต หนังที่เกี่ยวกับพระและนำเสนอในด้านแย่ที่เราคงคุ้นเคยกัน คงจะหนีไม่พ้น ศพไม่เงียบ, นาคปรก หรืออาจจะรวม แสงศตวรรต ไปด้วยอีกนิดหน่อย โดยแน่นอนว่าทั้ง 3 เรื่องข้างต้นต่างมีประเด็นฉาวเกี่ยวกับการโดนเซ็นเซอร์มาแล้วทั้งสิ้น หรือแม้แต่ความแรงของตัวมันเองอีกด้วย โดยในที่นี้ผมจะขอยกตัวอย่าง อาปัติ ไปเปรียบเทียบกับอีกหนัง 2 เรื่องข้างต้นอย่าง ศพไม่เงียบ และ นาคปรก ที่มีตัวละครหลักเป็น พระ ที่ไม่ยึดตามหลักศาสนาเหมือนกัน ซึ่งในขณะที่ตัวละครของ ศพไม่เงียบ และ นาคปรก จะเป็น พระ ที่กระทำความเลวมาตั้งแต่ในอดีต แต่ต้องมาพัวพันกับสถานการณ์ที่ตนเองพุ่งเข้าไปหามัน / ต้องตามแก้ไขอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีตัว ศาสนา เป็นกิมมิคเล็กๆภายในนั้น

แต่สำหรับ อาปัติ กลับไม่ใช่เช่นนั้น เพราะตัวหนังกลับเลือกที่จะใช้ความเป็น ศาสนา เข้ามามีส่วนร่วมเกี่ยวกับตัวหนังมากกว่า และน่าสนใจกว่า ซึ่งนั่นทำให้มันมีราคาที่ดีกว่า 2 เรื่องข้างต้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะส่วนที่ชอบสุดๆคือเรื่องราวของการทำ ‘บาป’ หรือ ‘อาบัติ’ (*คำว่า อาบัติ ไม่ได้ใช้กับเณร) ของเณรซัน ที่นำพาเขาไปสู่ความลับภายใต้ผ้าเหลืองที่สกปรกกว่า เปรียบเสมือนว่าถ้าหาก เณรซัน เป็นคนที่ยึดตามหลักศาสนาปกติ เขาคงไม่พบเจอเรื่องราวแย่ๆแบบนี้ เพราะฉะนั้นการสร้างสถานการณ์ที่ตึงเครียดอย่างการทำบาปเพื่อไปหาความดี ในหนังเรื่องนี้จึงนับได้ว่าเป็นความโดดเด่นในการเล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนาที่ตามหามานานในแวดวงของหนังสตูดิโอใหญ่ๆ

โดยนอกเหนือไปกว่านั้น อีกความน่าสนใจของตัวหนังคือ ตัวละคร ในหนังเรื่องนี้ ที่นอกจากตัวของ เณรซัน ที่รับบทโดย แน็ค จะสามารถเขียนออกมาเพื่อแสดงถึงความโลเล และหลงทางของ วัยรุ่น สมัยนี้ได้เป็นอย่างดี ความแข็งแรงของตัวหนังที่มีต่อตัวละครรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น หลวงพี่ทิน หรือแม้แต่ ฝ้าย เอง ก็ต่างสร้างความเป็นมิติให้แก่ตัวเองได้อย่างดีไม่แพ้ตัวละครหลัก โดยเฉพาะ ฝ้าย ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์หญิงสาววัย 16 ปี ที่มีหลักการ และ ความคิด แบบที่เราไม่ค่อยกล้าเห็นบ่อยนักที่ผู้สร้างจะเขียนทัศนคติแบบนี่ให้กับตัวละครเพศหญิง และอายุเท่านี้ ซึ่งนับได้ว่าต้องขอชื่นชมมากๆ

แต่ถ้าหากให้ว่ากันตรงๆ สำหรับที่หวังจะเข้าไปดูหนังเรื่องนี้เพื่อความสยอง ตุ้งแช่ แบบหนังผีทั่วไป อาจจะต้องหวังพึ่งกับเรื่องอื่น เพราะใน อาปัติ แท้จริงแล้วกลับไม่ได้เน้นความสยองขวัญเลยแม้แต่น้อย มีเพียงแค่ตัวละคร เปรต เป็นตัวเสริมเรื่องราวของ บาป เท่านั้น แต่หาได้เป็นการเกี่ยวข้องเข้ามาเพื่อมีบทบาทต่อการสร้างความน่ากลัวให้แก่เห็นคนดูแต่อย่างใด

แต่ถึงกระนั้นแล้ว อาปัติ ก็นับได้ว่าเป็นหนังที่อยากให้ไปลองกัน เพราะในขณะที่ผู้สร้างอาจจะโดนจำกัดอยู่ในกรอบจึงทำให้มันไม่ได้สามารถพูดถึงศาสนาได้ไปไกลกว่านี้ แต่เอาแค่ศักยภาพที่ถูกบีบอัดอยู่ในกรอบ และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของความไม่ยุติธรรม และ ความสกปรกภายใต้ผ้าเหลือง ของมัน ผมจึงขอยกให้เรื่องนี้ดีกว่า ศพไม่เงียบ และ นาคปรก เสียอีกครับ

เรื่องนี้ผมให้ 7.5/10 ครับ