The Taking of Tiger Mountain : ถล่มหุบผาพยัคฆ์ แบบฉบับ ฉีเคอะ

Home / วิจารณ์หนัง / The Taking of Tiger Mountain : ถล่มหุบผาพยัคฆ์ แบบฉบับ ฉีเคอะ

url

ถึงแม้จะช้าไปหน่อย แต่ล่าสุดตัวหนังก็ได้เข้าฉายในไทยแล้ว สำหรับผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับขวัญใจชาวบู๊อย่าง ฉีเคอะ ที่แน่นอนว่าคุ้นชื่อทางด้านความมันส์จากหนังจีนเป็นทุนเดิม ทั้ง ตี๋เหรินเจี๊ย หรือแม้แต่ หวงเฟยหง แต่ล่าสุดผลงานใหม่ที่เขาจะกลับมาในครั้งนี้ ไม่ใช่หนังแนววิทยายุทธแบบเรื่องก่อนๆ แต่เขาจะเน้นไปทำหนังแนวแอ็คชั่นที่ใช้ปืนเป็นอาวุธหลักแทน สำหรับ The Taking of Tiger Mountain ที่เข้าฉายในโรงภายนตร์ทั่วไปแล้ววันนี้

ภาพยนตร์เรื่อง The Taking of Tiger Mountain ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมชื่อดังของ ฉู โบ ในชื่อ “Track in the Snowy Forest” เป็นเรื่องราวในช่วงสงครามกลางเมืองในปี คศ. 1946 เมื่อกลุ่มโจรที่ปกครองแผ่นดินในทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจีนได้คุกคามชีวิต และทรัพย์สินของผู้คนในแถบนั้นนำโดยผู้นำจิตใจโหดเหี้ยมอย่าง “ประมุขเหยี่ยว” (โทนี่ เหลียง กา ไฟ) เขาได้ยึดป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งอยู่บนผาพยัคฆ์ พร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์การตั้งรับอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้กองกำลังทหารที่นำโดย 203 ได้รับคำสั่งให้ไปจัดการพวกมัน

The Taking of Tiger Mountainซึ่งแน่นอนว่าได้ยินพล็อตเรื่องแบบนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าตัวหนังคงมาในรูปแบบของหนังจีนประวัติศาสตร์ ที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายจากสงคราม และรวมไปถึงฉากบีบน้ำตาสุดเศร้า แต่ก็นั่นแหละ สิ่งที่ตัวผมอยากจะบอกหลังจากนี้เกี่ยวกับตัวหนังเรื่องนี้คือ คุณคิดผิดทั้งหมด เพราะแท้จริงแล้ว ถึงแม้ตัวหนังจะมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตยุค 1946 แต่ผู้กำกับ ฉีเคอะ กลับสามารร่ายรำความมันส์ให้แก่ตัวหนังเรื่องนี้ได้อย่างกับหนังยุคปัจจุบันปี 2015 ซึ่งเรียกได้ว่านี่อาจจะเป็นหนังแนวสงครามจากจีนที่มันส์ที่สุดก็ว่าได้ ไม่ว่าจะด้วยฉากแอ็คชั่นสุดโม้ระห่ำ หรือมุมกล้องสุดเว่อวังอลังการ ที่ทำขึ้นมาเพื่อตอบสนองระบบ 3D และสายตาความกว้างแบบ 3 มิติ เกี่ยวกับฉากการต่อสู้ด้วยกระสุนปืน และรวมถึงลูกระเบิดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนับได้ว่าเป็นรูปแบบที่แปลกตา และไม่ค่อยจะเห็นคนใช้กันในหนังเอเชียครับ

โดยฉากแอ็คชั่นของมันที่เป็นจุดขาย ที่ต้องการพูดถึง และน่าจะตอบโจทย์ความมันส์ได้เป็นอย่างดีแก่ผู้ชม คือการที่ตัวผู้กำกับ ฉีเคอะ เหมือนรู้ตัวว่าตนเองไม่ได้ต้องการจะเผยแพร่ประวัติศาสตร์ให้แก่คนดูอย่างเต็มที่นัก แต่ต้องการจะไปให้สุดทางในแง่ของความเป็นหนังแอ็คชั่นเสียมากกว่า เพราะฉะนั้นการละเลงฉากแอ็คชั่นตลอดทุกๆ 10-15 นาทีของเรื่อง โดยไม่ปล่อยให้มีช่วงน่าเบื่อ นับได้ว่าเป็นสวรรค์ของคอหนังบู๊ทั้งแนวฮอลลีวู้ด และ เอเชีย ซึ่งสามารถตอบสนองความมันส์ของมันได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะด้วยการจัดองค์ประกอบที่มีความเป็นยุคสมัยใหม่ หรือการดีไซน์ที่เอาไว้เล่นกับอาวุธเก่าๆก็ตาม

The Taking of Tiger Mountainซึ่งนอกเหนือจากนั้น ข้อดีของหนังอีกประการคือการที่ตัวหนังทำท่าเหมือนจะเป็นการยกย่องสงคราม และ ทหาร ทั้งที่ภายในแท้จริงตัวหนังกลับสร้างสรรค์ฉากสงครามต่างๆมาก็เพื่อที่จะเย้ยหยัน และเสียดสีถึงความโหดร้ายของสงคราม ซึ่งเป็นกิมมิคเล็กๆของมัน ที่สามารถทำงานได้ดีเมื่อผ่านตัวของมุกตลกคลายเครียด ที่ทำให้เรื่องราวเหล่านั้นซึมซับเข้าสู่ตัวคนดูได้อย่างไม่ยัดเยียด ถึงแม้จะมีปัญหาในด้านของช่องโหว่ระหว่างบทที่ยังไม่เนี๊ยบพอมากก็ตาม

เพราะฉะนั้นถ้าหากให้เทียบแล้ว ใครที่กำลังมองหาความมันส์แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก The Taking of Tiger Mountain ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานจากผู้กำกับ ฉีเคอะ ที่เรียกได้ว่าบู๊ ซัดแหลก แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ก็ยังทำออกมาได้ค่อนข้างสนุก และลุ้นจนตัวโก่ง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสวรรค์ของเหล่าคอหนังแอ็คชั่นตลอด 141 นาทีของจริง

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ