The Hunger Games : Mockingjay Part 2 : ผู้แพ้ที่แท้จริง

Home / วิจารณ์หนัง / The Hunger Games : Mockingjay Part 2 : ผู้แพ้ที่แท้จริง

The Hunger Games : Mockingjay Part 2

หลังจากที่ Part 1 ทำเอาแฟนหนังบ่นกันขรมถึงความเอื่อยเฉื่อยเนิบนาบ เหล่าสาวก #ทีมแคทนิส ก็ตั้งตารอว่าบทสรุปสงครามใน The Hunger Games : Mockingjay Part 2 จะออกมาหน้าตาเป็นเช่นไรกันแน่ ซึ่งผู้กำกับ ฟรานซิส ลอว์เรนซ์ ได้ทำการปิดทุกประเด็น สมานทุกรอยแผลที่เปิดทิ้งไว้ในภาคก่อนๆ ได้อย่างแนบเนียน แต่ทว่าแผลฉกรรจ์จากไฟสงคราม ก็ได้ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้หนังชุดนี้ นางสาวแคทนิส และคนดูอย่างเราๆ ด้วย

ใน Part 1 เราจะเห็นได้ว่า แคทนิส เอเวอร์ดีน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ถูกสั่งย้ายฝ่ายจากแนวหน้าของสงคราม ไปเป็นประชาสัมพันธ์กองทัพ ที่ประธานาธิบดีคอยส์ (จูลีแอนน์ มัวร์) แห่งเขต 13 ใช้เป็นตัวละครสำคัญฐานะศูนย์รวมจิตใจนาม “ม็อกกิ้งเจยฺ์” ในโฆษณาชวนเชื่อ โดยเป้าประสงค์เพื่อให้เกิดแรงผลักดันแก่ชาวพาเน็ม ได้พร้อมใจกันลุกฮือขึ้นปฏิวัติแคปิตอลและประธานาธิบดีสโนว์ (โดนัลล์ ซัทเธอร์แลนด์) ต่อเนื่องมายัง Part 2 เมื่อแคทนิสปฏิบัติภารกิจในเขต 2 สำเร็จเรียบร้อยแล้ว จึงถูกคอยส์เขี่ยทิ้งออกจากแผนการ แต่เธอก็ทำการ “ปฏิวัติ” ระเบียบของคอยส์ ด้วยการแอบหนีมาแนวหน้าด้วยตนเอง ซึ่งนำไปสู่ส่วนสำคัญของหนังภาคจบนี้

สิ่งน่าตื่นตาตื่นใจในเชิงวิชชวล คือการปรากฏขึ้นของสารพัดกับดักมรณะ ที่ปกติแล้วจะอยู่ในสนามประลองกลางป่าเขาลำเนาไพร มาติดตั้งไว้ตามตรอกซอกซอยในแคปิตอลรอบนอก ที่หลงเหลือเพียงสภาพเมืองที่ถูกทิ้งร้าง เพื่อหมายหัวเด็ดชีวิตเหล่าคณะปฏิวัติที่บุกเข้ามา แต่เมื่อแบ่งจากความยาวของหนังทั้งหมดแล้ว The Hunger Games : Mockingjay Part 2 ใช้เวลาไปกับการระเบิดภูเขาเผาแคปิตอลอย่างสิ้นเปลืองยาวนาน ไม่บันยะบันยัง และไม่นำไปสู่อะไรใหม่ๆ นอกเสียจากความตายของเพื่อนร่วมกองกำลัง 451 ที่เกิดขึ้นรายทาง และอาการฟูมฟายคุ้มดีคุ้มร้ายของตัวละคร แม้ฉากแอ็คชั่นเหล่านี้ จะมอบความบันเทิงได้ในระดับมาตรฐานก็ตามที ก่อนจะมาเร่งเล่าเรื่องอย่างกระชับฉับไว อันเป็นใจความสำคัญของหนังในตอนปลาย

สิ่งที่น่าสนใจของ The Hunger Games : Mockingjay Part 2 ที่ถูกแทรกไว้ตลอดทั้งเรื่อง และบังเอิญสะท้อนสังคมอยู่ในที คือการจับแคทนิส (และคนดู) โยนลงไปกระดานเกมการเมือง ในฐานะเบี้ยตัวเล็กๆ ที่เดินไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ และพร้อมจะถูกชักจูงด้วยพลังอานุภาพของสื่อที่ถูกควบคุมโดยผู้มีอำนาจอีกที ฉากที่เย้ยหยันชวนหัวเราะและน่าสมเพชไปพร้อมๆ กัน คงไม่พ้น “รายการบังคับดู” ที่รายงานความตายของแคทนิสและเพื่อนร่วมทีม พร้อมคำสรรเสริญสดุดีปลอมๆ เพื่อระลึกถึงม็อกกิ้งเจย์อีกต่างหาก ทั้งๆ ที่เจ้าตัวก็ยังมีชีวิตรอดอยู่เห็นๆ และอีกหลากหลายนัยยะที่ผู้นำสาดใส่กัน โดยมีเราๆ ท่านๆ ทำได้เป็นแค่คนเฝ้ามองโดยไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเพียงเท่านั้น

คุณงามความดีทั้งหมด The Hunger Games : Mockingjay Part 2 ต้องยกให้องก์ที่ 3 ของหนัง ที่กระแทกย้ำเตือนคนดูแรงๆ ครั้งใหญ่ว่า แท้จริงแล้ว สงครามและเกมการเมืองให้อะไรให้กับเรากันแน่ มันอาจนำมาซึ่งอิสรภาพ ความยุติธรรม หรือแม้แต่อำนาจ แต่สิ่งที่หลีกหนีไม่พ้น ก็เป็นดังที่แคทนิส สโนว์ ชาวแคปิตอล คอยส์ และชาวพาเน็ม ต่องเผชิญในตอนสุดท้าย เพราะสงครามทั้งสองฝ่ายไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ ความสูญเสียที่ต้องจ่ายไป ก็ทำให้เราทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในวงจรอุบาทว์นี้

กลายเป็นผู้แพ้ที่แท้จริง

8 / 10 ครับ

lecter  Lecter.

——————————————