รุ่นพี่ : ความยุติธรรม ที่ใครๆก็ต้องการ

Home / วิจารณ์หนัง / รุ่นพี่ : ความยุติธรรม ที่ใครๆก็ต้องการ

thumbnail

เข้าฉายกันแล้ว สำหรับหนังใหม่จากค่าย M39 กับการกลับมากำกับหนังอีกครั้งของสุดยอดผู้กำกับอย่างคุณ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง หลังจากหายไปนาน นับตั้งแต่ อินทรีแดง ฉบับ อนันดา ซึ่งการกลับมาคราวนี้เขายังคงขอลองทำอะไรใหม่ๆอีกเช่นเคย กับการจับเอาหนังแนว โรแมนติค สยองขวัญ แฟนตาซี มาผสมปนเปกันจนได้หนังเรื่อง รุ่นพี่

โดย รุ่นพี่ คือเรื่องราวของ คู่หูนักสืบต่างมิติที่โคจรมาพบกันเพื่อสะสางคดีเก่าในอดีต หนึ่งคือ เด็กนักเรียนสาวชั้น ม.6 ในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง เธอมีนิสัยประหลาด ชอบเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร และชอบพูดคนเดียว จนเพื่อนๆ ทุกคนหาว่าเธอเพี้ยน แต่จริงๆ เธอมีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งคือ เธอได้กลิ่นวิญญาณคนตาย ส่วนอีกหนึ่งคือ วิญญาณของชายหนุ่มลึกลับ ที่เธอเรียกเขาว่า “รุ่นพี่” ไม่เคยมีใครเคยเห็นเขาแม้แต่ตัวเธอเอง เพราะเขาบอกว่า คนที่จะมองเห็นเขาได้ คือคนที่กำลังจะตายแล้วเท่านั้น!!! ทั้งสองต้องร่วมกันสืบคดีฆาตรรมที่เกิดขึ้นเมื่อ 50 ปีก่อนในวังเก่าของเชื้อพระวงศ์ท่านหนึ่ง  ซึ่งปัจจุบันก็คือโรงเรียนประจำที่เด็กสาวเรียนอยู่

ตัวหนังมีนักแสดง/นักร้องสาว ที่กำลังมาแรงอย่าง พลอยชมพู ญานนีน ภารวี ไวเกล แสดงนำ ร่วมด้วยพระเอกหน้าใหม่อย่าง บอม พงศกร โตสุวรรณ ซึ่งนับได้ว่าเป็นผลงานที่ฉีกแนวจากผลงานเรื่องก่อนๆของตัวผกก.มากทีเดียว กับการที่จับเอาดาวรุ่งพุ่งแรงมาแสดงนำในหนังแนวนี้ แต่ก็อย่าเพิ่งจะตัดสินว่านี่แท้จริงแล้วจะเป็นเพียงหนังแนวสยองขวัญที่มีประปรายอยู่ตามตลาดทั่วไป เพราะแน่นอนว่าเห็นชื่อผู้กำกับเบอร์นี้แล้ว เขาย่อมมีอะไรมานำเสนอมากกว่าการตุ้งแช่ให้กับคนดู หรือหยอกล้อกับอารมณ์ที่จบแล้วจบกันแน่นอน

และหลังจากที่ได้ไปรับชมมาแล้ว ก็ยืนยันตามคำกล่าวข้างต้นได้เลยว่า รุ่นพี่ ไม่ใช่เป็นเพียงหนังสยองขวัญ โรแมนติค หรือ แฟนตาซี ที่มุ่งเน้นจะขายแต่นักแสดง หรือ ความบันเทิง เพราะสิ่งนึงที่ทำให้ รุ่นพี่ โดดเด่นกว่าหนังแนวนี้ทั่วๆไป คือการที่มันหยิบเอาเรื่องราวของ เชื้อพระวงศ์ มาเล่นได้อย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะการที่มันมีกลิ่นไอของความเป็นหนังสืบสวน ที่ให้ตัวเอกเป็น เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ ที่ไม่ค่อยจะได้รู้เรื่องราวของชนชั้น และ ฐานะ แบบที่ในสมัยก่อนเคารพนับถือ ไปสืบสานเรื่องราวของ เชื้อพระวงศ์ ที่เปรียบเสมือนคนชนชั้นสูงสมัยนั้นที่ไม่สามารถแตะต้อง ออกมาได้อย่างค่อนข้างลงตัว ซึ่งนอกจากจะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวความต่างยุคของคน 2 เจเนเรชั่น ได้อย่างน่าค้นหา ตัวหนังยังมีการสอดแทรกนัยยะต่างๆ ผ่านทั้งฉากการเซ็ตติ้ง โดยเฉพาะการมีอยู่ของ ถนนราชดำเนิน ในหนัง ซึ่งนับได้ว่าน่าคิดเป็นอย่างมาก

โดยนอกจากนั้น ในอีกด้านนึงของตัวหนังอย่าง ฉากสยองขวัญ ก็ล้วนแล้วทำออกมาได้สนุกสนาน และแตกต่างไปจากหนังไทยเรื่องอื่นๆที่เน้นขายฉากสะดุ้ง และ สะอิดสะเอียน เพราะตัวผี ใน รุ่นพี่ ถ้าหากจะพูดให้ถูกต้องคือมันเป็นผีที่ได้กลิ่นไอแบบการ์ตูนของ จุนจิ อิโต้ ยังไงยังงั้น และประเด็นสำคัญคือมันสามารถทำออกมาได้ดีด้วย จนทำให้นี่อาจจะเป็นหนังผีน้อยเรื่องที่คนดูอยากลุ้นให้มันถึงฉากสยองขวัญเร็วๆ เพราะดีไซน์ฉาก และ การครีเอท ตัวผี ล้วนแล้วออกมาในรูปแบบที่ปั่นประสาท และเล่นกับความกลัวของคนดูโดยที่ไม่ต้องสะดุ้งให้เสียแรงกันอีกด้วย

ซึ่งถ้าจะให้ติ มันก็ยังมีสิ่งเล็กน้อยที่นับได้ว่าเป็นความน่าหงุดหงิดไปบ้างที่มีอยู่ในหนัง รุ่นพี่ สิ่งที่เห็นใหญ่ๆคือเรื่องของการ ตัดต่อ ที่ยังค่อนข้างมีความเป็นฉากเชื่อมฉาก มากกว่าจะเป็นการเล่าเรื่อง จนทำให้การสืบสานในรูปคดีบางช่วงอาจจะดูตลกไปบ้าง ส่วนอย่างที่ 2 คงเป็น เคมี ของ 2 นักแสดงนำ ที่เอาเข้าจริงๆทั้งตัวของ พลอยชมพู และ บอม ล้วนมีเสน่ห์อยู่ในคาแรกเตอร์ของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเมื่อมันมาอยู่ด้วยกัน เลยอาจจะมีหลายช่วงที่ออร่าเหล่านั้นค่อนข้างแข่งกันเด่น จนไม่สามารถทำให้คนดูรู้สึกได้ถึงความรัก และ เข้าขากันไปบ้าง

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากช่วงนี้คุณผู้ชมอยากจะหาหนังไทยแนวที่ไม่ซ้ำซากเพื่อรับชมในช่วงนี้ รุ่นพี่ เป็นหนังที่จะทำให้คุณไม่ผิดหวัง เพราะนอกจากจะมีสไตล์ในการเป็นหนังสืบสวนที่สนุก ฉากสยองขวัญ ที่เหมือนหนังญี่ปุ่นสุดเฮี้ยน ก็เป็นอีกสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กับความหล่อ ความน่ารัก ของ 2 นักแสดงนำเลยทีเดียว

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ