The Hateful Eight : สงครามจำลอง

Home / วิจารณ์หนัง / The Hateful Eight : สงครามจำลอง

The_Hateful_Eight-665363117-large

มาแบบไม่ต้องรอนาน สำหรับหนังใหม่ของสุดยอดผู้กำกับอย่าง เควนติน ทารันติโน่ ที่เรื่องมาเป็นเรื่องที่ 8 แล้ว กับ The Hateful Eight กับบทหนังที่เขาฟูมฟักอยู่หลายปีกว่าจะออกมาให้เห็นกันเช่นนี้ ซึ่งแน่นอนว่ายังคงสไตล์ของความยอดเยี่ยม และ เก๋าเกมส์ซึ่งแฟนๆจะต้องชื่นชอบ

เรื่องราวเมื่อหลังเหตุสงครามกลางเมืองสิ้น สุดลง มือแขวนคอในตำนาน จอห์น รูธ ต้องพานักโทษหญิง เดซี่ โดเมิร์กู ไปยังเรดร็อกเพื่อประหารชีวิต ทว่าทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับผู้พัน มาควิส วอร์เรน สุดยอดนักล่าค่าหัว และนายอำเภอ คริส แมนนิกซ์ แล้วทั้งสี่คนมีเหตุบางอย่างที่ทำให้พวกเข­าต้องติดอยู่ในกระท่อมหลังหนึ่ง ที่ได้พบกับคนแปลกหน้าอีกสี่คนอย่างชายชาว­เม็กซิกัน โคบาลจอมเก๋า ไอ้ตัวน้อยจอมโหด และนายพลคนฝ่ายใต้ คนแปลกหน้าแปดคนเหล่านี้มีความลับและความแ­ค้นบางอย่างที่ต้องชำระด้วย ลูกปืนและเลือด

แน่นอนว่าใครที่คุ้นเคยกับผลงานเก่าๆของผู้กำกับ เควนติน จะรู้ว่าตัวหนังของเขาจะมาพร้อมกับความรุนแรง และ ประเด็นการพูดเรื่อง เชื้อชาติ, สีผิว, สงคราม และ อีกมากมาย ซึ่งเรื่องนี้ก็เรียกได้ว่ายังคงเก็บไว้ครบประเด็นข้างต้นอย่างไม่ต้องสงสัย โดยถ้าหากจะให้กล่าวสั้นๆแบบที่เข้าใจได้ มันคือ Django Unchained + Reservoir Dogs ที่มาพร้อมกับความกวนตีนที่มากขึ้น 100% ซึ่งถ้าหากใครที่เคยชมผลงานเก่าของเขาอย่าง Reservoir Dogs จะพบว่า เควนติน ทารันติโน่ เป็นคนที่เขียนบทสนทนาได้เก่ง และสามารถยึดคนดูอยู่กับที่นั่งได้ โดยไม่ต้องมีฉากแอ็คชั่น หรือระเบิดตูมตาม ซึ่งเช่นเดียวกันกับใน The Hateful Eight ที่ถึงแม้หนังจะยาวเกือบ 3 ชั่วโมง และเต็มไปด้วยบทสนทนาในห้องปิดตาย แต่ตัวหนังก็สามารถใส่เรื่องราวต่างๆใน คำพูด เหล่านั้นออกมาได้อย่างสนุก เต็มไปด้วยลูกเล่นที่สามารถยึดติดคนดูไว้อยู๋กับที่

นอกจากการสร้างปมความน่าสงสัยของเหล่าตัวละครทั้ง 8 ตัวได้อย่างแยบยล การที่มันพูดถึง ผลของสงครามกลางเมือง ซึ่งเป็นยุคสมัยนั้นที่ส่งผลต่อมาถึงเรื่อง ชนชั้น, ความเป็นใหญ่ของคนผิวขาว และรวมถึง เชื้อชาติ ก็ยังสามารถรับส่งออกมาผ่านบทสนทนาเหล่านั้นได้อย่างแนบเนียนโดยไม่ได้รู้สึกว่ายัดเยียดจนทำร้ายเส้นเรื่องหลักนัก โดยเฉพาะความเจ๋งที่สุดของมันคือการที่มันเป็นภาพการจำลองถึง สงครามครั้งใหม่ในห้องปิดตาย ซึ่งแบ่งแยกตัวละครไว้เป็นโซนๆอย่างชัดเจน

โดยสิ่งที่มาพร้อมกับ บทสนทนา ต่างๆ ทั้งลูกปืน และ ความรุนแรง ก็ยังจัดได้ว่าเด็ดดวงไม่แพ้ผลงานเรื่องก่อนๆของ เควนติน รวมไปถึงการกระทำต่อเรื่องของ สตรีเพศ อันเจ็บแสบอีกด้วย โดยแน่นอนว่าทีมนักแสดงของหนังเรื่องนี้ เควนติน ก็ล้วนแล้วสามารถเขียนบทของเหล่าตัวละครเหล่านี้ออกมาได้แจ้งเกิดนักแสดงสุดๆ ซึ่งนอกจากนักแสดงคู่บุญอย่าง แซมมัวร์ แอล แจ็คสัน จะแจ้งเกิดสุดๆ ทีมนักแสดงสมทบทั้ง เคิร์ต รัสเซล และ เจนนิเฟอร์ เจสัน ลีห์ ก็ล้วนแล้วแต่มีสิทธิ์ลุ้นบนเวทีรางวัลได้อย่างไม่ต้องสงสัย โดยนอกจากนั้นดูเหมือนว่า เควนติน ก็ยังสามารถทำให้ วอลตัน ก็อกกินส์ ที่หลังจากเป็นตัวประกอบในหนังหลายเรื่องมานาน ได้แจ้งเกิดกับบทแสบๆจริงๆเสียทีอีกด้วย

เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วแน่นอนว่านี่คือหนังสำหรับ คอหนัง เควนติน ของแท้ ที่ยังมาพร้อมกับความโหด และ บทสนทนาที่มันส์ไม่แพ้ไปกว่าการดวลลูกปืนของจริง กับการรวมตัวกันของโลกคนบ้า ซึ่งถ้าหากใครที่ยังไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติของหนัง เควนติน เลย จะบอกว่าใช้เรื่องนี้เป็นหนังเปิดเพื่อเข้าไปสู่โลกของความรุนแรงจากผู้กำกับสุดเท่คนนี้ก็ได้อย่างไม่ผิดจุดประสงค์ใดๆครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8.5/10 ครับ