45 Years : รักแท้แพ้อดีต

Home / วิจารณ์หนัง / 45 Years : รักแท้แพ้อดีต

45-Years-xlarge

เป็นหนังจากประเทศอังกฤษที่เข้ามาชิงชัยในเวทีออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงจนทำให้ตอนนี้ตัวหนังจากที่โด่งดังจากคำวิจารณ์อยู่แล้ว ก็ได้เพิ่มความร้อนแรงเข้าไปอีก สำหรับ 45 Years หรือในชื่อไทย ‘เจ็บ รัก เก่า’ ที่ส่งให้นักแสดงนำหญิงอย่าง ‘ชาร์ล็อตต์ แรมปลิง’ ไปเข้าชิง และคว้ารางวัลมาอีกจากหลายเวที

เรื่องราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนงานครบรอบแต่งงาน 45 ปี คู่สามีภรรยาเมอเซอร์พบกับ บทพิสูจน์รักของพวกเขาจดหมายจ่าหน้าถึง เจฟ เมอเซอร์ ผู้เป็นสามีระบุถึงการพบศพของแฟนเก่าซึ่งต­ายไปเมื่อ 45 ปีก่อนเคท ผู้เป็นภรรยา สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนไประหว่างเขากับเธ­อบางที เธออาจจะไม่รู้จักชายที่เธอแต่งงานมาด้วยก­ว่าครึ่งชีวิตก็เป็นได้

45 Years เป็นผลงานการกำกับของ แอนดรูว์ เฮดจ์ จากซีรี่ย์ Looking ซึ่งแน่นอนว่าในไทยเราก็น่าจะได้เคยสัมผัสหนังรักวัยชรากันไปไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นหนังสุดนิ่งช้าอย่าง Amour หรือแนววัยชรารักหวานใส่อย่าง ‘ความจำสั้น..แต่รักฉันยาว’ แต่แน่นอนว่าเชื่อเลย ไม่มีหนังรักวัยชราเรื่องไหนที่จะสามารถนำเอาเรื่อง ‘อดีต’ มาเป็นตัวแปรผันให้เกิดเรื่องราวซึ่ง น้อยแต่ต่อยหนัก ได้เท่ากับ 45 Years อีกแล้ว

ซึ่งก่อนอื่นเราคงต้องมาตีความกันเรื่องของ อดีต ในแต่ละรูปแบบที่แต่ละคนคิดแตกต่างกันออกไปก่อน ใครหลายคนก็อาจจะคิดว่า อดีต มันคือผีที่คอยตามหลอกหลอน เป็นความทุกข์ แต่หลายคนก็อาจจะคิดว่ามันเป็น ความสุข ถ้าหากอดีตเหล่านั้น สามารถใช้เป็นเครื่องขัดเกลาความทุกข์ในปัจจุบันของตนได้ แต่แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่สำหรับคู่ของ เคท ที่อดีตคอยมาเป็นตัวตามหลอกหลอนเธอก่อนวันครบรอบแต่งงาน 45 ปี ซึ่งตัวเลขนี้หลายคนน่าจะตัดสินได้ว่ามันเป็นระยะเวลาการใช้ชีวิตคู่ที่ยาวนาน ยาวนานจนไม่คิดว่าจะมีอะไรที่จะมาขวางกั้นพวกเขาได้อีกแล้ว แต่แน่นอนว่าพวกเขาคิดผิด

โดยแน่นอนว่าในเมื่อตัวหนังขึ้นชื่อกันว่าเป็นเรื่องราวของการใช้ชีวิตตามประสาคุณปู่ คุณย่า ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบตามวัยชรา การที่ตัวหนังมาในลักษณะเนิบช้า แต่สามารถเก็บเรื่องราวได้หมดนั่น นับได้ว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของตัวหนัง กับการที่ยกเรื่องราวทั้งหมดไปไว้วิธีการแสดงสีหน้าท่าทางของตัวละคร โดยที่ไม่ต้องใช้บทสนทนามาเป็นส่วนกั้นความรู้สึกของทั้งคู่ เพราะจากตัวเลข 45 ปี ที่คนดูได้ทราบถึงการใช้ชีวิตของพวกเขา ก็เป็นเครื่องเตือนสติได้ดีว่าตัวหนังเรื่องนี้มักจะเป็นการถ่ายทอดผ่านแววตา และ การกระทำ เสียมากกว่า ซึ่งการแฝงไปด้วยการกระทำ และ ท่าทางต่างๆถึงความเจ็บปวดภายใต้การกลับมาของรักเก่าของสามี สำหรับคุณภรรยาอย่าง เคท นับได้ว่าเป็นบทบาทที่ต้องพึ่งฝีมือการแสดงเป็นอย่างมาก ถึงจะสามารถถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาได้อย่างเพอร์เฟ็คโดยไม่กลายเป็นเพียง นางมารร้าย ที่คอยทำหน้าให้คนดูรำคาญ

และ ชาร์ล็อตต์ แรมปลิง เธอก็สามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างสำเร็จ โดยเฉพาะการที่นอกจากตัวหนังจะดันเธอสุดๆ ด้วยการเต็มไปด้วยช็อต Dead Air และแน่นิ่งไว้เพียงสายตาที่เธอมีต่อสามี เช่นกันกับการแสดงของฝ่ายชายอย่าง ทอม คอร์ตนี่ย์ ที่สามารถปั้นบทบาทของตนออกมาได้อย่างเห็นใจไม่แพ้กับ เคท กับการพยายามหวนย้อนรำลึกถึงอดีตที่เขานั้นได้เสียมันไป โดยในขณะที่การอยู่กับ ปัจจุบัน ที่มาถึงบั้นปลายของชีวิตกลับดูจะเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญสำหรับเขาอีกต่อไป

ซึ่งภายใต้เรื่องราวของการใช้ อดีต เป็นทางหนีปัญหาจากปัจจุบันของเขาทั้ง 2 คน นอกจากจะถูกถ่ายทอดออกมาอย่างปราณีต และเข้ากับเรื่องราวอันสงบนิ่งของช่วงชีวิตบั้นปลายวัยชราได้อย่างเจ็บปวด การที่ตัวหนังมาในโทนที่มีกลิ่นไอของความสยองขวัญ ก็เป็นอีกบริบทของมันที่สามารถสร้างเรื่องความน่ากลัวให้แก่ ชีวิตคู่ ได้อย่างสะพรึง ซึ่งภายใต้การวางตัวเป็นหนังวัยรักคนชรา ก็ดูเหมือนว่าท้ายสุดแล้ว 45 Years จะทำหน้าที่การสร้างชีวิตของมนุษย์ ที่มี อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต หลอมรวมอยู่ในตัวเราอย่างได้อย่างเพอร์เฟ็ค ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นหนังที่ไม่ควรพลาดสำหรับคอหนังคุณภาพที่ต้องการพิสูจน์ฝีมือการแสดง และ ตัวหนังเองอีกด้วย

เรื่องนี้ผมให้ 8.5/10 ครับ