The Monkey King 2 : การเดินทางแห่งคุณธรรม

Home / วิจารณ์หนัง / The Monkey King 2 : การเดินทางแห่งคุณธรรม

876fe0c8-caf3-11e5-9c95-074a8ff7bdd1_1280x720

หลังจากที่ภาคแรกทำเงินไปอย่างมหาศาลในบ้านเกิด แน่นอนอยู่แล้วว่าตัวหนังก็ได้ไฟเขียวให้ไปต่อจากสตูดิโอ พร้อมกับแผนที่วางไว้ว่าจะสร้างไตรภาคทันที และนี่ก็คือภาคที่ 2 ของการเดินทางของ เห้งเจีย ใน The Monkey King 2 ซึ่งในไทยเรานั้นเข้าฉายกันเป็นที่เรียบร้อย พร้อมๆกับประเทศบ้านเกิดที่เมืองจีนเลยทีเดียว

The Monkey King 2 ว่าด้วยเรื่องราวหลังจากที่ “ซุนหงอคง” ถูกจองจำนานกว่า 500 ปี “พระถัมซัมจั๋ง” ก็ได้ปลดปล่อยซุนหงอคง โดยมีภารกิจสำคัญคือการอัญเชิญพระไตรปิฎก ณ ชมพูทวีป เสริมทัพคาราวานด้วย “ตือโป๊ยก่าย” และ “ซัวเจ๋ง” แต่ทั้งสามตนก็ยังปรับตัวเข้าหากันไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นการเดินทางครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างใจคิด อุปสรรคนานัปการรอคอยทีมแสวงบุญกลุ่มนี้อยู่ เริ่มเปิดฉากด้วยปีศาจกระดูกขาว บทพิสูจน์แรกที่ทำให้รู้ว่าทีมนี้จะสตรองหรือไม่

ตัวหนังยังคงกำกับการแสดงโดย เจิ้งป๋อไช่ จากภาคแรก ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากพูดแบบไม่อ้อมค้อม ใครที่เคยดูภาคแรกมาแล้ว น่าจะจับทางหนังชุดไซอิ๋วฉบับใหม่ของผกก.นี้ได้ ว่าตัวหนังเป็นการเน้นระห่ำทั้งซีจี และ ฉากแอ็คชั่นแฟนตาซีกันอย่างทะลุจอ โดยแน่นอนว่าในภาคต่อนี้ ก็ไม่ได้ลดละความโดดเด่นในด้านนั้น เพราะความสนุกอย่างนึงที่สุดโต่งจริงๆใน The Monkey King 2 คือ คิวบู๊ ที่ผสมผสานทั้งมวยจีนศิลปะการต่อสู้ และ ฉากแอ็คชั่นแฟนตาซีเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็นฉากการเจอกันครั้งแรกของ ซุนหงอคง และ ตือโป๊ยก่าย/ซัวเจ๋ง หรือแม้แต่ในฉากการต่อสู้กับ ปีศาจกระดูกขาว ที่จัดเต็มในด้านเอฟเฟกต์ซึ่งน่าจะเหมาะกับใครที่ชื่นชอบความอลังการ และฉากบู๊ที่มีกลิ่นไอของศิลปะการต่อสู้เข้ามารวมอยู่ด้วย

โดยแน่นอนว่าสิ่งที่ดีขึ้นกว่าภาคแรกในภาคนี้คือ เมื่อมันหันมาเล่าเรื่องของ ไซอิ๋ว ที่เป็นสากลมากขึ้น และเป็นตอนที่คนดูน่าจะรู้จักมากที่สุด กับช่วงการเดินทางไปชมพูทวีปของทีม พระถัมซัมจั๋ง เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าเสน่ห์อย่างนึงที่ตัวหนังยังคงไว้ครบถ้วนไม่ต่างจากซีรี่ย์ที่เคยดูตอนเด็กๆ คือการที่มันยังคงมีความขัดแย้งกันระหว่างเรื่องราวของ ศีลธรรม และ ความชอบ ผ่านตัวของ ซุนหงอคง และ พระถัม ที่สามารถออกมาเป็นบทสวดสั่งสอนคนดูได้อย่างตรงไปตรงมา และรู้ถึงจิตสำนึกของคำว่า บริสุทธิ์ใจ

ซึ่งทั้งนักแสดงอย่าง กัวฟู่เฉิง ที่เปลี่ยนบทบาทจาก ปีศาจกระทิง ในภาคแรก มาเป็น หงอคง ในภาคนี้แทน ดอนนี่ เยน ก็สามารถทำหน้าที่เป็น หงอคง ที่มีความจริงจังมากขึ้นได้เป็นอย่างดี ในขณะที่นักแสดงสาว กงลี่ ที่นานๆทีจะมาปรากฏตัวบนจอภาพยนตร์ให้เราได้เห็น ก็สามารถเผยแพร่ออร่าความงดงาม และ น่ากลัวในขณะเดียวกัน กับบทบาทของ ปีศาจกระดูกขาว ได้ยอดเยี่ยมในอารมณ์ไม่แพ้ เคท แบล็ตเชตต์ จาก Cinderella หรือ แองเจลีน่า โจลี่ จาก Maleficent กันเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วผมจึงคิดว่า ถ้าหากใครที่ชื่นชอบหนังบู๊แฟนตาซีเป็นทุนเดิม The Monkey King 2 สามารถตอบโจทย์นั้นแก่คุณได้ และที่สำคัญคือตัวหนังค่อนข้างดีกว่าภาคแรกตรงที่ว่า มันสามารถเล่าเรื่องเป็นเส้นตรง และแทรกคติสอนใจเข้าไปได้อย่างมีเสน่ห์ครบถ้วนไม่ต่างจากตัวซีรี่ย์สมัยก่อนเลยครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ