รีวิว Operation Avalanche : การโกหกครั้งสำคัญของ แมตต์ จอห์นสัน

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Operation Avalanche : การโกหกครั้งสำคัญของ แมตต์ จอห์นสัน

รีวิว Operation Avalanche : การโกหกครั้งสำคัญของ แมตต์ จอห์นสัน

โปสเตอร์ของภาพยนตร์ Operation Avalanche ปฏิบัติการลวงโลก สามารถดึงความสนใจแวบแรกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคีมหนีบลูกโลกนั้นกำลังตกแต่งภาพล้อเลียนก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติที่ไปเหยียบดวงจันทร์ แน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะบอกว่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ทุกคนเห็นนั้นคือการจัดฉาก ผมจึงตีตั๋วเข้าไปดูเพื่อให้รู้ว่าผู้กำกับจะจัดฉากเหตุการณ์ครั้งสำคัญนั้นอย่างไร

unnamed (1)

Operation Avalanche ปฏิบัติการลวงโลก ว่าด้วยเรื่องราวในยุคปลาย 60 ยุคที่อเมริกาเผชิญหน้ากับสงครามเย็น จึงแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ เมื่อหน่วยซีไอเอสงสัยว่าองค์การนาซาจะมีสายลับโซเวียตแฝงตัวอยู่เพื่อทำลายภารกิจพิชิตดวงจันทร์ ซีไอเอจึงส่งสองสายลับ แมตต์ จอห์นสัน รับบทโดย แมตต์ จอห์นสัน (Matt Johnson) และ โอเวน วิลเลียมส์ รับบทโดย โอเวน วิลเลียมส์ (Owen Williams) ในคราบของคนทำหนังสารคดีเข้าไปในนาซาเพื่อสืบหาความจริง แต่ทั้งคู่กลับพบความจริงที่ตะลึงยิ่งกว่า เมื่อรู้ว่านาซายังไม่มีศักยภาพและเทคโนโลยีดีพอที่จะพามนุษย์เหยียบดวงจันทร์ได้ พวกเขาจึงเริ่มปฏิบัติการบางอย่างที่พลิกประวัติศาสตร์โลกอย่างสิ้นเชิง

Op 1

ภาพยนตร์เล่าเรื่องผ่านกล้องที่มีบุคคลที่สามกำลังถ่ายทำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าบางฉากอาจจะมีการสั่นไหวพอให้เห็นเล็กน้อย และมีการตัดฉากสลับไปมาจนอาจทำให้เกิดความสับสนได้ แต่การถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยวิธีนี้สร้างความสมจริงจนทำให้ผมรู้สึกราวกับเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ผ่านกล้องเก่า ๆ ตัวหนึ่ง และด้วยความไม่คุ้นเคยกับภาพยนตร์แนวนี้ ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความน่าสนใจในช่วงแรก

op 2

ตัวละครหลัก ๆ มีเพียงสองคนตามที่ระบุในเนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์ แต่ แมตต์ จอห์นสัน ผู้เป็นทั้งผู้กำกับ ผู้เขียนบท และนักแสดงนำ คือบุคคลเพียงคนเดียวที่แบกรับภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้งเรื่อง แต่ด้วยคาแรกเตอร์เฉพาะตัวที่มีลูกบ้าอยู่เต็มพิกัด เขาได้กลายเป็นเสาหลักและความหวังเดียวที่ทำให้ผู้ชมทุกคนที่อาจจะรู้สึกเริ่มเบื่อหน่ายได้อยู่กับภาพยนตร์เรื่องนี้จนถึงฉากสุดท้าย

Op 3

ภาพยนตร์เรื่องนี้ฟันธงเรียบร้อยแล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันประวัติศาสตร์นั้นเป็นสิ่งที่จัดฉากขึ้นมา เพราะได้ข้อมูลว่านาซายังไม่สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ได้ แน่นอนว่าเหตุการณ์ทั้งเรื่องจะเผยให้เห็นช่วงต้นของการวางแผนทำหนัง การหาโลเคชั่น การหาเทคนิคที่ทำให้สมจริง และการถ่ายทำที่จะนำไปออกอากาศบนโทรทัศน์ เพื่อให้ทุกคนเชื่อว่ามนุษย์ได้ขึ้นไปบนอวกาศที่เคว้งคว้างกว้างใหญ่ และเขาได้เหยียบบนพื้นดวงจันทร์จริง ๆ

op 4

เมื่อเป็นดังที่กล่าวมาแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงไม่มีการเจือปนข้อมูลอีกฟากฝั่งที่ระบุว่านาซาสามารถพามนุษย์ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ได้ ด้วยความที่คาดหวังว่าอาจจะมีการพูดถึงประเด็นว่าจริงหรือไม่อย่างไรระหว่างทฤษฎีสมคบคิดกับความจริงที่นาซาเปิดเผยนั้นแทบไม่มีให้เห็น กล่าวโดยสรุปแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับทุกคน น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบทฤษฎีสมคบคิด การถ่ายทำหนังแนวสารคดี และความสามารถทางการแสดงของ แมตต์ จอห์นสัน