รีวิว The Light Between Oceans อย่าปล่อยให้รักสลาย

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว The Light Between Oceans อย่าปล่อยให้รักสลาย

หลังจากที่ได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง The Light Between Oceans อย่าปล่อยให้รักสลาย จบ ก็ทำให้ผมอยากรู้ตอนจบของภาพยนตร์ทันที ว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร เพราะเนื้อเรื่องที่ถ่ายทอดออกมาเพียงสองนาทีกว่า แม้ดูเผิน ๆ พล็อตเรื่องดูจะไม่มีความซับซ้อนให้ยากเกินความเข้าใจ แต่กลับสร้างเหตุการณ์ในลักษณะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่เนือง ๆ เข้าทำนองว่า “ใจหนึ่งก็รัก อีกใจหนึ่งก็เจ็บ” ยิ่งทำให้ผมอยากรู้ว่าที่สุดแล้วทางออกของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะปิดฉากในรูปแบบไหนกันแน่

the-light-between-oceans-1-600x891

The Light Between Ocean อย่าปล่อยให้รักสลา ว่าด้วยเรื่องราวของ ทอม เชอร์บอร์น รับบทโดย ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ (Michael Fassbender) ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่เฝ้าประภาคารอันห่างไกลชุมชน และ อิซาเบล รับบทโดย อลิเซีย วิกานเดอร์ (Alicia Vikander) ผู้เป็นภรรยา เฝ้ารอว่าวันหนึ่งพระเจ้าจะประทานลูกมาให้ หลังจากที่อิซาเบลเสียลูกไปหลังคลอด ปาฏิหาริย์ก็คล้ายจะเป็นจริงขึ้นมา พวกเขาพบทารกหญิงคนหนึ่งลอยมาเกยฝั่งพร้อม ๆ กับเศษซากเรือ พวกเขาตั้งชื่อเด็กทารกว่า ลูซี่ ฟูมฟักหนูน้อยด้วยความรักทั้งหมดที่มี

วันหนึ่งทอมและอิซาเบลเดินทางเข้าไปในเมือง และพบว่าหญิงคนหนึ่ง รับบทโดย เรเชล ไวซ์ (Rachel Weisz) กำลังหัวใจสลาย เพราะสูญเสียลูกน้อยจากอุบัติเหตุทางเรือเมื่อไม่กี่ปีก่อน เทียบวันและเวลาดูแล้ว มีความเป็นไปได้สูงว่าทารกของหญิงคนนั้น คือ ลูซี แก้วตาดวงใจของทอมและอิซาเบลนั่นเอง

light-1

ภาพยนตร์เดินเรื่องอย่างไม่รีบเร่งนัก ปล่อยให้ผู้ชมได้ทำความรู้จักกับนายทหารหนุ่มที่ตัดสินใจมาอยู่กับตัวเองเพียงลำพังบนเกาะแห่งหนึ่งที่น้อยคนนักอยากจะเดินทางมา จนได้พบกับหญิงสาวสุดน่ารักที่ทำให้จิตใจที่ด้านชาของชายหนุ่มผู้ที่รู้จักแต่ระเบียบวินัยและด้านชาจากภัยสงครามได้รู้จักความรัก กระทั่งเกิดเป็นเรื่องเป็นราวตามมา ฉากต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะถ่ายทำที่ประภาคารริมทะเล ผู้ชมจะได้ยินเสียงคลื่น เสียงนกร้อง และได้เห็นวิวที่สวยงามเป็นระยะ ๆ ซึ่งช่วยผ่อนคลายบรรยากาศเคยชินนอกโรงภาพยนตร์ได้พอสมควร

light-2

ตัวละครที่ปรากฏในเรื่องมีไม่มากนัก ทำให้ผู้ชมโฟกัสไปยังตัวละครหลัก ๆ ได้เป็นอย่างดี ส่วนตัวขอชื่นชมการแสดงของ อลิเซีย วิกานเดอร์ ผู้รับบทเป็น อิซาเบล ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดท้องก่อนจะคลอด อาการสูญเสียที่เกิดขึ้น และความรักที่ยิ่งใหญ่ของความเป็นแม่ ก็ล้วนแล้วแต่ทำออกมาได้น่าประทับใจ

light-4

ปมปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวละครค่อนข้างชัดเจน เมื่อผู้หญิงสองคนที่ได้ชื่อว่าแม่ถูกพระเจ้าเล่นตลกสลับโชคชะตากันอย่างน่าเจ็บปวดใจ เมื่อคนหนึ่งมีลูกต้องเสียลูกไป แต่อีกคนเสียลูกไปกระทั่งได้ลูกมา จึงมีน้ำหนักให้เชื่อได้ว่าทำไมตัวละครตัวนั้นจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แม้ว่าหน้าหนังเรื่องนี้ดูจะเน้นไปที่ความรักระหว่างทอมกับอิซาเบล แต่ส่วนตัวคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีสัดส่วนเรื่องราวความรักของแม่ที่มีต่อลูกมากกว่าความรักระหว่างสองหนุ่มสาวอยู่เล็กน้อย

light-6-2-pic

ฉากที่พีคที่สุดในภาพยนตร์ ส่วนตัวขอเลือกฉากการพบกันระหว่าง เรเชล ไวซ์ กับ อลิเซีย วิกานเดอร์ ในร้านค้าแห่งหนึ่ง โดยมีหนูน้อย ลูซี รับบทโดย ฟลอเรนซ์ เคลอรี (Florence Clery) อยู่ด้วย เมื่อผู้ที่มีจิตวิญญาณของความเป็นแม่ทั้งสองคนอยู่ต่อหน้าเด็กอันเป็นที่รักยิ่งสุดหัวใจ คนหนึ่งคือแม่ผู้ให้กำเนิด แต่คนหนึ่งคือแม่ผู้เลี้ยงดูผู้ต่อชีวิตจากความเป็นความตาย ความรู้สึกอึดอัดใจแล่นขึ้นมาในทันที หากแทนตัวเองเป็นแม่คนใดคนหนึ่งก็เข้าใจถึงอารมณ์ที่ตัวละครรู้สึกได้อย่างชัดเจน และฉากสุดท้ายของภาพยนตร์ที่ยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียดในที่นี้ ก็สามารถเรียกน้ำตาให้รื้น ๆ ได้เลย

light-7

นอกจากเรื่องราวความรักที่เด่นชัดในภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังแฝงความคิดที่ถูกที่ควรที่เหมาะสมจากตัวละครที่ชื่อทอมไว้ด้วย เพราะความผิดที่ทำไว้เมื่อในอดีต มีเพียงพระเจ้าที่รู้ว่าผลของมันจะกลับมาทำร้ายได้เมื่อไร ภาพยนตร์เรื่องนี้เปรียบเสมือนกาแฟดำที่มีรสขมจนเจ็บปวดหัวใจ แต่ก็ใส่ความหวานของความรักที่ยิ่งใหญ่ของความเป็นแม่ลงไปด้วยเช่นกัน ขณะที่ได้ละเลียดความรู้สึกอึดอัด แต่กลับได้รสชาติแห่งความรักความปรารถนาดีไปพร้อมกัน