รีวิว โดเรม่อน เดอะมูฟวี่ ตอน โนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว โดเรม่อน เดอะมูฟวี่ ตอน โนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ

นับเป็นการกลับมาอีกครั้งของทูตสันทวไมตรีด้านวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น สำหรับ โดเรม่อน หุ่นยนต์แมวสีฟ้าที่เป็นที่รักของแฟน ๆ ทั่วทั้งโลก ซึ่งในครั้งนี้โดเรม่อนและผองเพื่อนทั้งหลายได้กลับมาในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่นลำดับที่ 35 โดยใช้ชื่อตอนว่า โดเรม่อน เดอะ มูฟวี่ ตอน โดนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ ผลงานการกำกับของ โอสุงิ โยชิฮิโระ

โดเรม่อน เดอะ มูฟวี่ ตอน โดนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ เล่าถึงกลุ่มของโนบิตะที่เอาของวิเศษของโดเรม่อนมาใช้ถ่ายทำหนังซุปเปอร์ฮีโร่กัน ส่งผลให้อารอน มนุษย์ต่างดาวพลัดถิ่นเข้าใจผิดและขอให้พวกโนบิตะเดินทางไปกอบกู้ดาวพ็อคคุรุ บ้านเกิดของตนที่กำลังถูกกลุ่มโจรสลัดในคราบนักลงทุนสวนสนุกเข้ามารุกล้ำจนสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม งานนี้กลุ่มเพื่อนซี้ทั้งห้าจึงต้องสวมบทบาทเป็นผู้พิทักษ์แห่งทางช้างเผือก ที่มาพร้อมกับของวิเศษจากโดเรม่อนที่สามารถดึงความสามารถพิเศษของแต่ละคนออกมาเป็นท่าไม้ตายในการต่อสู้

แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายที่ประเทศญี่ปุ่นไปตั้งแต่ปี 2015 แต่เชื่อได้ว่าแฟน ๆ โดเรม่อนชาวไทยจำนวนไม่น้อยยังคงตั้งหน้าตั้งตารอภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ เพราะไม่ใช่เพียงแต่ภาพของตัวละครที่คุ้นตา หากยังได้นักพากย์ต้นตำรับ เจ้าของเสียงที่คุ้นหู ไม่ว่าจะเป็น ป้าติ๋ม ฉันทนา ธาราจันทร์ (ให้เสียงพากย์ โดเรม่อน) ป้านิด ศันสนีย์ วัฒนานุกูล (ให้เสียงพากย์ โนบิตะ) และน้าต๋อย นิรันดร์ บุญยรัตพันธุ์ (ให้เสียงพากย์ ไจแอนท์) กลับมาร่วมงานอย่างครบถ้วน

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้ชมจะได้พบกับความสนุกสนานในวัยเด็กแบบที่หลาย ๆ คนน่าจะมีประสบการณ์อยากเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ หากแต่ในความเป็นจริงการเป็นฮีโร่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่สามารถที่จะเก๊กทำเท่อยู่ไปวัน ๆ การยอมรับของผู้คนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ หรือภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ภาพยนตร์ก็ได้แสดงให้เห็นว่า…เราทุกคนสามารถเป็นฮีโร่ได้ด้วยกันทั้งนั้น

นอกจากนี้ ผู้ชมก็จะได้เห็นถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อนซึ่งเป็นแก่นหลักที่พบได้ในภาพยนตร์โดเรม่อนทุกภาค เพราะการเป็นเพื่อนนั้นต่อให้มีขัดแย้งกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่สุดท้ายเพื่อนก็จะไม่ทิ้งกัน และร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไปด้วยกันจนประสบความสำเร็จในที่สุด

จุดเด่น

– ความคลาสสิกแบบหนังโดเรม่อนที่แฟน ๆ คุ้นเคย พร้อมด้วยตัวละครใหม่ที่เข้ามาร่วมทีมกับกลุ่มของโดเรม่อนได้อย่างลงตัวและสมเหตุสมผล

– เหมาะสำหรับผู้ชมทุกเพศทุกวัย เนื้อเรื่องสนุกสนาน มีความเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ในช่วงฝึกฝนพลังใหม่ ๆ และเลือกใช้สีประจำตัวแต่ละคนล้อไปกับขบวนการ 5 สี (เซนไต) ของญี่ปุ่น

– ภาพสวย คมชัด มีสีสันในแบบการ์ตูนญี่ปุ่น อีกทั้งมีฉากเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมได้อยู่เรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียดเข้ามา

จุดอ่อน

– เนื้อเรื่องใช้โครงสร้างแบบหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่เดาทางได้ง่าย กล่าวคือ ตอนแรกต้องพ่ายแพ้แก่ตัวร้าย จากนั้นจึงไปฝึกฝนตัวเองและกลับมาสู้ใหม่ ตลอดจนการต่อสู้กับบอสฝั่งตัวร้ายจะต้องมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับพระเอกของเรื่อง

 

สุดท้ายนี้…ขอมอบคะแนนการกลับมาของโดเรม่อนและผองเพื่อนเอาไว้ที่ 3.5 / 5 ก่อนนะครับ

บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ