ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ

“เทพยเจ้าทั้งหลายอันมีมหิทธิฤทธิ์และทิพจักขุ ทิพโสต ซึ่งสถิตอยู่ทุกทิศานุทิศจงเป็นทิพยาน ด้วยพระเจ้าหงสาวดีมิได้ตั้งอยู่โดยคลองสุจริตมิตรภาพขัตติยประเพณี

เสียสามัคคีรสธรรม ประพฤติพาลทุจริตคิดจะทำภยันตรายแก่เรา ตั้งแต่วันนี้ไป กรุงพระมหานครศรีอยุธยากับเมืองหงสาวดี มิได้เป็นสุวรรณปฐพีเดียวดุจหนึ่งแต่ก่อน ขาดจากกันแต่วันนี้ไป ตราบเท่ากัลปาวสาน”

 - พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา -

 

ความตอนหนึ่งที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารและเป็นฉากสำคัญในหนัง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ภาค 2 ตอนประกาศอิสรภาพ…ด้วยความยาวเพียงไม่กี่นาที แต่คำพูดประโยคนี้ทำให้เราขนลุกซู่ หัวใจพองโตฮึกหาญ พลางนิมิตไปว่า หากมีชีวิตอยู่ ณ ช่วงเวลานั้น คงต้องน้อมจิตก้มกราบศิรวาท ด้วยสำนึกในพระปรีชาชาญอันเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในการประกาศอิสรภาพไม่ยอมตกเป็นประเทศราชใต้อาณัติอาณาจักรหงสาวดีอีกต่อไป

 เรื่องราว “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ภาคประกาศอิสรภาพ เริ่มต้นเมื่อปี 2114 พระนเรศวรมหาราช(พ.ต.วันชนะ สวัสดี) และสหายรักพระราชมนูหรือไอ้ทิ้ง (นพชัย ชัยนาม) เจริญพระชันษาเติบใหญ่วัยหนุ่มฉกรรจ์ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง (สมภพ เบญจาธิกุล) สถาปนาสมด็จพระมหาธรรมราชา (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา แล้วโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นอุปราชครองเมืองพิษณุโลก ด้วยชื่อเสียงในพระปรีชาสามารถเชิงยุทธ์ระบือไกล เจ้าเมืองจากหัวเมืองน้อยใหญ่จึงเข้ามาสวามิภักดิ์มากมาย ทั้งพระชัยบุรี (ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง) พระศรีถมอรัตน์ (พ.ต.คมกริช สุวรรณบาง) พระยาราชวังสรรค์ (ร.อ.กัมปนาท อั้งสูงเนิน) และ พระยาเสนาภิมุข (ยาโน่ คาซูกิ) ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดกลายเป็นขุนศึกคู่ใจในเวลาต่อมา

 ปี 2124 พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองเสด็จสวรรคต และพระเจ้านันทบุเรง (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) ขึ้นเสวยราชย์สืบแทน พร้อมสถาปนาพระโอรสมังสามเกียด (นภัสกร มิตรเอม) ขึ้นเป็นพระมหาอุปราชารัชทายาท แต่ทว่าเจ้าฟ้าไทยใหญ่ (ชุมพร เทพพิทักษ์) ผู้ครองเมืองคัง กลับไม่ยอมร่วมสวามิภักดิ์ พระเจ้านันทบุเรงจึงมอบหมายให้พระมหาอุปราชา, พระราชนัดดา ‘นัดจินหน่อง’ พระโอรสเมืองตองอู และพระนเรศวร ช่วยกันนำทัพตีเมืองคัง…แม้องค์ดำ จะถูกสั่งให้เข้าตีเป็นทัพสุดท้าย ด้วยพระมหาอุปราชาหมายมั่นว่า จะหักหน้านำทัพเข้าตีได้ก่อน แต่ด้วยภูมิประเทศเมืองคังตั้งอยู่บนภูเขายากแก่การเข้าตี อีกทั้งพระธิดา เลอขิ่น (ทราย เจริญปุระ) นำทหารตั้งรับโจมตีเป็นสามารถ ทัพของมหาอุปราชาและโอรสเจ้าเมืองตองอู จึงแตกพ่ายกลับมา ทว่าทัพของพระนเรศวร แม้มีจำนวนน้อยเพียงหยิบมือ แต่ด้วยกลยุทธ์การรบที่ได้ร่ำเรียนมา จากพระมหาเถรคันฉ่อง (สรพงษ์ ชาตรี) ทำให้พระนเรศวรมีชัยเหนือทัพเจ้าฟ้าเมืองคังและพระธิดาเลอขิ่น พร้อมจับกุมตัวมายังกรุงหงสาวดี…หนังยังให้ภาพขององค์ดำที่ทรงเปี่ยมพระเมตตา ทูลขอชีวิตกบฏเมืองคังรวมทั้งไพร่พลมิให้ตายตกตามกัน อีกทั้งยังเพิ่มความแค้นเคืองต่อพระมหาอุปราชา ที่เป็นคู่ปรับกันมาตั้งแต่วัยเยาว์จากคราวชนไก่แพ้ต่อหน้าพระที่นั่ง

 “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ในภาค 2 ดูจะเข้มข้นและสนุกสนานมากกว่าตอนองค์ประกันหงสาอยู่พอสมควร โดยเฉพาะการบอกเล่าวิธีวางหมากกลในเชิงศึก ที่แต่ละฝ่ายต่างจดจ้องหักเหลี่ยมเฉือนคมในการสัปยุทธ์ เพราะหลังจากศึกเมืองคังไม่นาน เมืองอังวะก็เกิดกระด้างกระเดื่อง พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง จึงให้สมเด็จพระนเรศวรแต่งทัพจากกรุงศรีอยุธยาขึ้นมาช่วยรบ ช่วงนี้เองพระมหาอุปราชาสบช่องที่จะแก้แค้นจึงสั่งให้พระยาเถียน (ศักราช ฤทธิ์ธำรงค์) และพระยาราม (ประดิษฐ์ ภักดีวงษ์) ฉวยโอกาสระหว่างที่พระนเรศวรทรงยั้งทัพอยู่ ณ เมืองแครง แอบลอบปลงพระชนม์ แต่ทว่าทั้งคู่เห็นแก่มิตรภาพที่เคยเป็นเพื่อนกันมาครั้งเยาว์วัยสมัยบวชเรียนวิชากับพระมหาเถรคันฉ่อง จึงเปิดเผยแผนร้ายของพระมหาอุปราชาให้ได้ทรงทราบ ในที่สุดพระนเรศวรก็ได้ถือเป็นเหตุในการประกาศอิสรภาพ ตัดสัมพันธไมตรีกับหงสาวดี กวาดต้อนไพร่พลชาวไทย-มอญ กลับคืนพระนครศรีอยุธยา

 ท่านมุ้ย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เพิ่มรายละเอียดของเรื่องราวด้วยการให้น้ำหนักสำหรับเหตุผลในการประกาศอิสรภาพมากขึ้นกว่าเดิม โดยตอนหนึ่งพระนเรศวรปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาสามัญ ออกเดินทางปะปนกับผู้คนเมื่อครั้งเสด็จกรุงศรีอยุธยา และบังเอิญไปพักหลบฝนในบ้านหญิงชราตาบอด (เดือนเต็ม สาลิตุล) ซึ่งในระหว่างสนทนาพระองค์ทรงล่วงรู้ถึงความจริงอันน่าเจ็บปวดว่า เธอสูญเสียดวงตาไปจากการถูกระเบิดเมื่อครั้งสงครามเสียกรุง ส่วนลูกชายก็ตายในศึกสงครามด้วยเพราะถูกเกณฑ์ไปร่วมรบในกองทัพพระนเรศวร (เธอไม่รู้ว่าคนที่กำลังนั่งคุยด้วยคือพระองค์) ที่ยกทัพไปช่วยรบพม่า ในฐานะเมืองขึ้น หาได้ต่อสู้เพื่อบ้านเกิดเมืองนอนไม่

 ความตอนนี้เอง เสมือนหนึ่งการเน้นย้ำให้เห็นว่า หัวอกผู้ตกเป็นเบี้ยล่างของชนชาติอื่นนั้น ชอกช้ำเพียงใด เป็นเหตุให้พระองค์สั่งสมความโหยหาอิสรภาพ หาใช่เพราะความแค้นที่รู้ว่าถูกแอบลอบสังหาร แต่ส่วนหนึ่งเพราะเห็นถึงความยากแค้นเข็ญใจของอาณาประชาราษฎร์

 การทำสงครามเพื่อยุติสงครามจึงเริ่มต้น ครั้นฝ่ายพม่าเมื่อทราบข่าวความล้มเหลวในการลอบปลงพระชนม์สมเด็จพระนเรศวร จึงให้แม่ทัพนายกอง สุระกำมา (โสธรณ์ รุ่งเรือง) เร่งนำทัพออกติดตาม ในขณะที่ข้างฝ่ายพระนเรศวรมอบหมายให้พระราชมนู, พระชัยบุรี และพระศรีถมอรัตน์ นำทหารเข้าสกัดบริเวณช่องเขาขาด ประวิงเวลาเพื่อให้พระองค์นำไพร่พลแลสรรพกำลังข้ามแม่น้ำสะโตง จนเกิดการสู้รบครั้งใหญ่ กลายเป็นฉากต่อสู้อันดุเดือดน่าตื่นตาตื่นใจและทำให้ความยาวร่วม 3 ชั่วโมงหดสั้นลงไปถนัดใจ เพราะหนังเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระทึกใจชวนให้ติดตามอยู่ตลอดเวลา

 มีข้อสังเกตที่อาจจะเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์หรือไม่ก็ตาม ศึกสงครามทุกครั้ง กรุงศรีอยุธยาแทบไม่เคยเริ่มต้นก่อน เราแทบไม่เคยยกทัพไปรุกรานเมืองใคร นั่นอาจหมายถึงคนไทยมิใช่พวกกระหายศึกสงคราม เพราะแม้แต่องค์มหาราชดำ ยังยกทัพไพร่พลกลับไปตั้งรับยังพระนคร หาได้ตีเอาบ้านเมืองอื่นเพื่อช่วงชิงประเทศราชเป็นของตนไม่…แม้เรื่องราวการประกาศอิสรภาพของ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ในภาค 2 เพิ่งจะเริ่มต้น แต่การรักษาไว้นั้นยากยิ่งกว่า ในภาค 3 ‘ศึกยุทธหัตถี’ ที่กำลังจะมาถึง ทำให้เราได้รำลึกถึงวีรกรรมของบรรพบุรุษอันที่ยังจำได้ขึ้นใจว่า…ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่

ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

khunpeejo@hotmail.com

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

ติดตาม ! หนังใหม่ เช็ครอบหนัง ข่าวหนัง บน Facebook คลิกเลยที่นี่
แสดงความคิดเห็น

  1. (#163668) :

    ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ

    ต้องดูครับ

    โดย : s1s2r3r4 , เขียนเมื่อ March 7, 2011 เวลา 10:53 IP : 183.89.64.x| Permalink
  2. (#56880) :

    ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ

    อนากดู ถึงแม้จะดูแล้ว ก็อยากดูอีก

    โดย : บัuLทิJ , เขียนเมื่อ February 5, 2010 เวลา 19:15 IP : 180.183.147.x| Permalink
  3. (#10744) :

    ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ

    อยากดู

    โดย : กฤษฎา , เขียนเมื่อ August 11, 2009 เวลา 20:06 IP : 222.123.100.x| Permalink
  4. (#200) :

    ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ

    น่าจะเป็นเรื่องมากกว่า

    โดย : wranang , เขียนเมื่อ June 20, 2009 เวลา 17:03 IP : 115.67.131.x| Permalink