โคโยตี้ แข้งปืนกล Planet Terror

โคโยตี้ แข้งปืนกล Planet Terror

คอลัมน์ หนังเด่น


ตอนแรกตั้งใจจะดู Planet Terror ต่อด้วย Death Proof (ดูเรื่องแรกรอบ 11 โมง เรื่องหลังรอบบ่ายโมง) แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจาก Death Proof ถูกจัดให้ฉายในโรงราคาแพง (ราคาสูงกว่าปกติ 50 บาท)

เรื่องราคาค่าดูนั้นผมจ่ายได้ถ้าเป็นการจ่ายอย่างเหมาะสม แต่กรณีนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่

ที่จริงถ้าจะให้เหมาะกับแนวหนัง น่าจะดูหนังสองเรื่องนี้แบบสองเรื่องควบ แล้วคิดค่าดูสูงกว่าปกติ 50 บาท อย่างนี้จึงจะสมเหตุสมผล

หลังจากดู Planet Terror จบ เลยรู้สึกเหมือนกับว่าได้ดูจบแบบไม่ครบสูตร

ที่มาของหนังสองเรื่องนี้ก็คือการที่ เควนติน ตารันติโน กับ โรเบิร์ต โรดริเกวซ อยากทำหนังแบบแยกกันทำคนละเรื่องแล้วนำมาเสนอฉายแบบหนังสองเรื่องควบ (แบบโรงหนังชั้นสองในกรุงเทพฯ)

ส่วนที่เมืองไทย หนังถูกแยกออกเป็น 2 เรื่อง และฉายแบบแยกออกจากกัน (ถ้าอยากจะให้ได้บรรยากาศก็ต้องพยายามดูแบบติดต่อกันอย่างที่ผมตั้งใจจะทำในตอนแรก) และอาจจะเป็นไปได้ที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับแนวคิดหนังควบและความเชื่อมโยงของ Planet Terror และ Death Proof

และด้วยความที่ดู Planet Terror เพียงเรื่องเดียวก็เลยจะยังไม่พาดพิงไปถึงงานของตารันติโน

Planet Terror เป็นผลงานการเขียนบทและกำกับฯของ โรเบิร์ต โรดริเกวซ ซึ่งนอกจากจะเป็นนักทำหนังที่มีสไตล์โดดเด่นแล้ว โรดริเกวซยังเป็นนักทำหนังที่ยืนยันอย่างหนักแน่นถึงความเป็น “ผู้สร้างหนัง” โดยทำหน้าที่สำคัญอีกอย่างน้อย 3 อย่างได้แก่ ถ่ายภาพ ร่วมตัดต่อและเป็นผู้แต่งดนตรีประกอบ (สรุปก็คือ งานนี้ทำเองเกือบหมด)

เมื่อพิจารณาลักษณะของหนังประกอบกับการได้อ่านข้อมูลมาบ้าง Planet Terror (และน่าจะรวม Death Proof ด้วย) ถูกนำเสนอในแบบหนังเกรดบี โดยมีแนวโน้มว่าจะเป็นการนำเสนอในลักษณะรำลึกถึง มากกว่าจะเป็นแบบล้อเลียน (แต่ก็อาจมีบางคนมองว่าเป็นการล้อเลียนได้เหมือนกัน)

และเมื่อเป้าหมายเป็นเช่นนั้น หนังจึงเต็มไปด้วยเลือด เศษเนื้อ กระสุนและเสียงระเบิด โดยไม่ต้องคำนึงถึงความสวยงาม หรือรสนิยม

เรื่องที่ถูกเลือกมานำเสนอก็คือ เรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนเล็กๆ ที่สงบแห่งหนึ่งถูกคุกคามด้วยซอมบี้ แล้วมีผู้รอดชีวิตอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งพยายามหนีให้รอดพ้น และหนึ่งในจำนวนผู้ต่อสู้กับเหล่าซอมบี้คือสาวสวยนักเต้น ผู้ซึ่งมีขาเป็นปืนอย่างที่เห็นบนโปสเตอร์และชื่อภาษาไทย

Planet Terror เป็นการเล่นตลกกับเลือดและความรุนแรงแบบไม่ต้องยั้งมือ ภาพเลือด เศษอวัยวะและการฆ่ามีมาให้ดูแบบไม่มีหยุด อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงในหนังเรื่องนี้ดูแล้วเป็นความรุนแรงแบบปลอมๆ (และเกินเลยแบบเกรดบี)

ผมไม่ห่วงเรื่องความรุนแรงในหนังของโรดริ เกวซ แต่เป็นห่วงเล็กน้อยสำหรับคนดูผู้อาจพลัดหลงเข้ามาดูโดยไม่มีภูมิต้านทานหรือไม่เคยเข้าไปในสนามของ “ตารันติโน-โรดริเกวซ” มาก่อนก็อาจทนทุกข์ทรมานถึงขั้นอยากอาเจียนได้

นอกจากเรื่องและสไตล์แบบหนังเกรดบีแล้ว Planet Terror ยังถูกทำให้ดูเป็นหนังควบ เช่น ฟิล์มขาด (ฉายๆ อยู่แล้วภาพขาดหายไป) ทำให้ดูเก่าจนซีด แบบหนังเก่าแถมเพิ่มขีดเป็นเส้นบนจอ (ถ้าจำไม่ผิด นักดูหนังบ้านเราเรียกกันว่า “ฝนตก”)

และที่เป็นทีเด็ดได้แก่หนังตัวอย่างเรื่อง Machete ซึ่งเป็นผลงานของโรดริเกวซเอง (ได้ข่าวว่ามีโครงการนำ Machete ไปทำเป็นหนังเรื่องยาวจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำเล่นๆ เป็นแค่หนังตัวอย่าง)

ปัญหาใหญ่ก็คือเห็นหนังตัวอย่างเรื่อง Machete แล้วผมรู้สึกว่ามันน่าดูกว่า Planet Terror

และปัญหาใหญ่กว่านั้นก็ติดตามมา นั่นคือเมื่อได้เห็นหนังตัวอย่างแล้วอยากดูแต่แทบไม่มีโอกาสได้ดูหนังที่เป็นของจริง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

แท็ก: , , , , , , , , , ,

ติดตาม ! หนังใหม่ เช็ครอบหนัง ข่าวหนัง บน Facebook คลิกเลยที่นี่
แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลหนังเพิ่มเติม
poster Planet Terror โคโยตี้ แข้งปืนกล

Planet Terror โคโยตี้ แข้งปืนกล
บทวิจารณ์
ตัวอย่างหนัง