THE DARK KNIGHT แบทแมน อัศวินรัตติกาล

Home / วิจารณ์หนัง / THE DARK KNIGHT แบทแมน อัศวินรัตติกาล

คอลัมน์ หนังเด่น
กฤษดา


The Dark Knight เป็นหนังแบตแมนยุคใหม่เรื่องแรกที่ไม่มีคำว่า “Batman” ปรากฏอยู่ในชื่อเรื่อง โดยก่อนหน้านี้มีหนังแบตแมนออกฉายไปแล้ว 4 เรื่อง และทุกเรื่องมีคำว่า Batman ประกอบ

เริ่มจาก Batman ของ ทิม เบอร์ตัน (ออกฉายปี 1989) Batman Returns ของ ทิม เบอร์ตัน (หนังออกฉายปี 1992) Batman Forever ของ โจเอล ชูมักเกอร์ (ออกฉายปี 1995) และ Batman & Robin ของ โจเอล ชูมักเกอร์ อีกเช่นกัน (ออกฉายปี 1997) รวมทั้ง Batman Begins ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่ออกฉายไปเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน

ชื่อของหนัง คือ The Dark Knight ไม่เพียงแต่แตกต่างเฉพาะแค่ไม่มีคำว่า Batman เท่านั้น หากแต่ยังมีความหมายเชื่อมโยงไปถึงบทบาทตัวตนของแบตแมนตลอดจนเรื่องราวและองค์ประกอบทางกายภาพในหนัง

ในระดับที่ตื้นที่สุด “ดำ” หรือ “มืด” ย่อมทำให้เห็นภาพแบตแมนผู้สวมชุดดำและออกปฏิบัติการยามค่ำคืน

ในอีกระดับ “ดำ” หรือ “มืด” หรือ “ดำมืด” มีความหมายใกล้เคียงกับความมืดหม่น โลกที่ต้องปกปิดซ่อนเร้น (โลกมืด-โลกใต้ดิน)

และในอีกระดับ “ดำ” หรือ “มืด” อาจทำให้เข้าใจและโยงไปถึงความชั่วร้าย หรือใกล้เคียงกับความชั่วร้าย (ด้านมืด)
 
อย่างเช่น บางประเด็นที่นำเสนอในหนัง แม้คนดูรู้และเข้าใจอยู่แล้วว่าในแง่มุมทางกฎหมาย แบตแมนอาจอยู่ตรงข้ามกับกระบวนการยุติธรรม (กำจัดอาชญากรด้วยความรุนแรงและไม่ผ่านศาล) แต่ดูเหมือนว่า ครั้งนี้บทบาทของแบตแมนถูกตั้งคำถามมาก แม้แต่ตัวแบตแมนเองก็ยังสงสัยในลักษณะที่ว่างานของเขานั้นมัน “ขาวสะอาด” หรือไม่ หรือ จริงๆ แล้วมันมี “สีดำ” เจือปน

อีกประเด็นหนึ่งซึ่งน่าจะนำมากล่าวถึงก็คือการแปรสภาพจากอัยการหนุ่มผู้มุ่งมั่นกลายเป็นทูเฟซ ผู้อัดแน่นด้วยความโกรธแค้น การเปลี่ยนแปลงตรงนี้ น่าจะพอถือว่าเป็นการหันเข้าหาด้านมืดในลักษณะหนึ่ง

และด้วยความยาวเกิน 2 ชั่วโมงไปประมาณ 20-25 นาที หนังจึงมีเวลามากพอที่จะบรรจุรายละเอียดของตัวละคร โดยเฉพาะตัวละครขัดแย้งผู้อยู่ตรงข้ามกับแบตแมนอย่างโจ๊กเกอร์

เท่าที่ความจำจะทำหน้าที่ได้ ผมมองเห็นภาพโจ๊กเกอร์ที่ แจ๊ค นิโคลสัน แสดงใน Batman ในลักษณะออกแนวตลกร้ายและไม่จริงจังเท่าใดนัก รวมทั้งห่างไกลจากฆาตกรโรคจิตอย่างโจ๊กเกอร์ในเรื่องนี้
 
โจ๊กเกอร์ ใน The Dark Knight มีลักษณะที่ร้ายกาจแบบฆาตกรโรคจิต มีความสุขกับการฆ่าทำร้าย นิยมความรุนแรง มีเล่ห์เหลี่ยม และที่สำคัญ เขาคือผู้ที่มีส่วนทำให้คนที่ขาวสะอาดอย่างอัยการหนุ่มเข้าไปหาด้านมืด และคนที่ใกล้ชิดกับความมืดอยู่แล้วอย่างแบตแมนเข้าไปใกล้ศูนย์กลางของความดำมืดมากขึ้น

ผมมองโจ๊กเกอร์แล้วนึกถึงการผสมผสานกันของ ดร.เล็กเตอร์ กับ เหล่าร้ายในหนังอย่าง Con Air และ Die Hard รวมถึงฆาตกรโรคจิตในหนังสยองขวัญ

และคงต้องยอมรับว่าบทบาทการแสดงของ ฮีธ เล็ดเจอร์ มีส่วนสำคัญที่ทำให้โจ๊กเกอร์ ดูอัปลักษณ์ น่ากลัว และชั่วร้ายอย่างที่เห็น

ด้วยความที่หนังบรรยายลักษณะของโจ๊กเกอร์อย่างละเอียด และทำให้โดดเด่น เลยนึกในใจเล่นๆ ว่า น่าจะมีหนังแถมอีกเรื่องชื่อ “Joker Begins” จะได้รู้ว่ากว่าจะบ้าน่ากลัวแบบนี้ โจ๊กเกอร์ มีประวัติ ความเป็นมาอย่างไร

ในแง่ขององค์ประกอบทางกายภาพ The Dark Knight เป็นหนังที่มืดจริงๆ โดยเฉพาะในแง่ของการจัดแสง ความมืดในหนังทำให้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศของหนังแนวนีโอนัวร์ หรือฟิล์มนัวร์ ยุคใหม่ที่ คริสโตเฟอร์ โนแลน เคยทำมา

เมื่อมองในแง่ของการเป็นหนังบันเทิง The Dark Knight มีเรื่องราวเร้าความสนใจให้ติดตาม มีฉากต่อสู้ที่น่าตื่นเต้น มีการนำเสนอภาพที่มอบความพอใจทางสายตา (เช่น ภาพแบตแมนบินลงจากยอดตึก) และมีฉากขับรถและฉากระเบิดที่พอเหมาะพอดีกับเรื่องราว

อย่างไรก็ตาม ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าโจ๊กเกอร์นั้นมีฤทธิ์ร้ายกาจเกินไปหรือเปล่า ซึ่งทำให้หนังมีเหตุการณ์ต่อไปเป็นลูกโซ่ราวกับว่าจะไม่มีทางยุติ บางช่วงในตอนท้ายเรื่อง ผมเริ่มเกิดคำถามว่ามันจะมีทางจบได้หรือไม่?

ด้วยเรื่องราวและประเด็นที่ค่อนข้างซับซ้อน The Dark Knight น่าจะเป็นหนังสำหรับกลุ่มคนดูผู้ใหญ่มากกว่าคนดูกลุ่มเด็ก (มีเด็กเล็กกี่คนที่จะสนุกสนาน และรู้เรื่อง?)

และด้วยบรรยากาศเคร่งเครียดจริงจัง ทำให้หนังแบตแมนอย่าง Batman Forever และ Batman & Robin แทบจะกลายเป็นหนังตลกสำหรับเด็กไปเลย

ผู้กำกับฯ – คริสโตเฟอร์ โนแลน
ผู้แสดง – คริสเตียน เบล, ฮีธ เล็ดเจอร์, แอรอน เอ็กฮาร์ต, แม็กกี้ จิลเลนฮาล

ที่มาจากหนังสือพิมพ์