เราสองสามคน หนัง เรียลเลิฟ อารมณ์ งง งวย

Home / วิจารณ์หนัง / เราสองสามคน หนัง เรียลเลิฟ อารมณ์ งง งวย

หลังจากที่ได้ชมตัวอย่างหนังเรื่องหนึ่ง เมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน ก็รู้สึกว่าเออ..หนังเรื่องนี้น่าดูดีนะ ทั้งชื่อเรื่องที่ดู งงๆ งวยๆ ?เราสองสามคน? อะไรนี่แหละ เดาได้เลยว่าน่าจะเป็นหนังรักสามเศร้าแหงๆ อือ…ก็คงเหมือนหนังรักทั่วๆไป แต่ความพิเศษของหนังเรื่องนี้ กลับไม่ใช่แค่นั้นคงจะเป็นในเรื่องการถ่ายทำแบบ โร้ดมูฟวี่ (ซึ่งก็เข้าใจว่าเรื่องราวทั้งหมดจะเกิดขึ้นจากการเดินทาง) และยังเป็นหนังที่เป็นเหมือนตัวแทนของผู้หญิง(ส่วนใหญ่) ที่ชอบคิดไปเอง เข้าข้างตัวเอง อารมณ์ ฟุ้งๆ เพ้อๆ

เราสองสามคน ปะหน้าหนังว่าเป็นภาพยนตร์โร้ดมูฟวี่ อารมณ์คอเมดี้ เรียลเลิฟ ผลงานการกำกับของ ?เรียว- กิตติกร เลียวศิริกุล? ที่ขนคาราวานออฟโรดบุกตะลุยกว่า 3 ประเทศ ไทย-จีน- เวียดนาม

เข้าเรื่องเลยนะ เราสองสามคน เริ่มเรื่องจากคาราวานออฟโรดกลุ่มนึง มีทริป จุดมุ่งหมายคือการเดินทางท่องเที่ยวผ่าน 3 ประเทศ ไทย-จีน-เวียดนาม โดยมีจุดหมายปลายทางคือประเทศเวียดนาม คาราวานทริปนี้เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะเป็นแก๊งค์เพื่อนกลุ่มเดียวกัน แต่ที่ดูจะไม่คุ้นเคยคงจะเป็น 2 สาว 2 ความแปลกและแตกต่าง คนนึงหูตึง ส่วนอีกคนมองไม่ชัด ที่ขออาศัยเดินทางไปกัทัวร์ทริปด้วย โดยมีหนุ่มหล่อโคตรๆ ที่มีชื่อว่า ?ส้มฉุน? (เจ-มณฑล) เป็นคนพลขับให้ แหละนี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่แสนจะสับสน วุ่นวาย เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง……

จุดแรกที่อยากพูดคงจะเป็นในเรื่องของโลเกชั่นต่างๆในหนัง ซึ่งหนังเรื่องนี้ภาพสวยมาก ได้เห็นเมืองต่างๆ มากมาย แต่การเดินเรื่องในการผ่านจุดต่างๆของแต่ละประเทศ ดูมันจะน้อยไปน้อย ตัดมาให้ดูเพียงไม่กี่ฉาก เพราะที่เวียดนามก็เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆหลายแห่ง แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นท้องถนน มีจักรยาน,รถมอเตอร์ไซค์ขับไปขับมา ดูขวักไขว่ไปหมด ทราบมาว่าบ้านเขาจะใช้ยานพาหนะในการเดินทางเป็นรถจักรยานซะส่วนใหญ่ (บ้านเราก็ควรจะทำอย่างเขาบ้าง) การดำรงชีวิตของชาวเวียดนามก็แสนที่จะเรียบง่าย เบาๆไม่หนัก ไม่ฟุ่มเฟือย แต่ที่อยากเห็นในหนังคงจะเป็นเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวในมุมต่างๆ
ซึ่งก็น่าจะให้ได้เห็นอะไรที่มันดูแปลกตากว่านี้หน่อย ไหนๆ ก็ดั้นด้นเดินทางไปถ่ายทำไกลถึงเวียดนาม แต่ก็มีหลายฉากนะที่ชอบและประทับใจ

นอกจากบรรยากาศสวยๆแล้ว ความสนุกของหนังน่าจะอยู่ที่เนื้อหา การเล่าเรื่องของตัวละคร 2 สาว เริ่มจาก สุนทรีย์ (พลอย-รัตนารัตน์) สาวหูตึงที่แอบหลงรักหนุ่มออฟโรดที่ชื่อ ?ส้มฉุน? (เจ มณฑล) ไม่รู้ว่าด้วยความที่เธอหูตึงด้วยรึเปล่า การสื่อสารระหว่างเขากับเธอจึงดูผิดพลาด งงๆ งวยๆ เข้าใจว่าว่าเขาก็น่าจะคิดเหมือนกัน(ออกแนวคิดไปเอง)ส่วนอีกหนึ่งสาวเพื่อนซี้ ?เต๋อ? (ยิปโซ รมิตา) สาวแว่นมองไม่ชัด ดันเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ทำให้แว่นตาที่เป็นเหมือนดวงตาคู่หนึ่งของเธอหายไป เมื่อไม่มีแว่น การมองของเธอจึงคาดเคลื่อน เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าหนุ่มออฟโรดคนนี้อะไรกับเธอรึเปล่า? อ้าวนี่มันไรกันนี่ อีกคนก็”ฟังไม่ชัด…ความรักของเธอเลยไม่ชัดเจน”ส่วนอีกคนก็ “มองไม่ชัด…ความรักเลยไม่ชัดเจน” ?เฮ้อ…นี่ไงล่ะหนังรักอารมณ์ งงๆ งวยๆ ของ คุณเรียว กิตติกร?

พอพูดถึงคุณ เรียว กิตติกร เลียวศิริกุล ก็ขอเกริ่นถึงผลงานสุดเรียลที่เคยเป็นที่คุ้นหูคุ้นตากันดี อาทิ ?18-80 เพื่อนซี้ไม่มีซั้ว / ปาฏิหาริย์ โอม+สมหวัง / โกลคลับ เกมล้มโต๊ะ / พรางชมพู / เดอะเมีย / อหิงสา จิ๊กโก๊มีกรรม / ดรีมทีม / เมล์นรกหมวยยกล้อ? ซึ่งภาพยนตร์ทุกเรื่องล้วนแล้วแต่มีความเรียลอยู่ไม่น้อย แต่ที่เห็นจะใกล้เคียง เราสองสามคน คงจะเป็นผลงานเรื่องสุดท้าย เมล์นรกหมวยยกล้อ ที่มีกลิ่นอายความเป็นโร้ดมูฟวี่เหมือนกัน ซึ่ง เมล์นรกหมวยยกล้อ ก็นับว่าเป็นความสำเร็จอีกขั้นที่น่าภาคภูมิใจ ทำให้โจทย์ของหนังเรื่องนี้ดูจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องของความถนัดของผู้ชายคนนี้มากกว่า

เราสองสามคน ถ่ายทอดเนื้อหาและเดินเรื่องได้อย่างสนุกสนาน ได้ขำ ได้ฮา ได้ซึ้ง ได้เศร้า และก็ได้ลุ้นไปกับตัวละคร ได้เห็นแง่มุมความที่ไม่ใช่แค่หนังรักสามเศร้าทั่วๆไป เป็นความรักแบบไม่โฉ่งฉ่าง รักแบบใสซื่อ จั๊กจี้หัวใจ ทุกอย่างมันครบถ้วนเหมือนสูตรสำเร็จ ที่ถอดรูธออกมาได้อย่างลงตัว ไม่มีช่วงไหนที่ดูแล้วเบื่อเลย เหมือนกับเราได้ผจญภัยจริงๆ ดูแล้วก็อยากออกเดินทางท่องเที่ยวทันที

ด้านนักแสดงก็ให้คะแนนเต็มทุกคนเลย ด้วยความที่ตัวหนังมีความเป็นเรียลสูง ทุกคนเลยเล่นเป็นธรรมชาติกันหมด อย่างพระเอก ?เจ ?มณฑล? รับบท ส้มฉุน หนุ่มเจ้าเสน่ห์นักพเนจร กับครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เขาไม่มีผลงานใดๆให้ได้ชมกันเลย นอกจากผลงานเพลงที่ร่วมกับเพื่อนซี้ จอนนี่ อันวา ก็ดูจะไม่มีงานแสดงอะไรทั้งสิ้น แต่เขาก็แสดงได้ไม่เลวเลยทีเดียว ส่วนนางเอกของเรื่อง พลอย-ยิปโซ ตัวแทนของผู้หญิงที่ชอบคิดไปเอง มันโดนใจอะ ชอบตอนที่2 สาวมานั่งปรึกษากันว่า ?เราสองคนคิดไปเองป่ะวะ ว่าเขาอะไรกับเราทั้งคู่…แต่ฉันซิออกตัวแรงกว่า? มันโดนมากเลย และก็ขอชื่นชม ต้า บาร์บี้- เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา? (รับบท ถั่วเขียว) หัวหน้าทริปทั่วสุดติสท์ และลูกทัวร์ทุกคน

อ่อ..เกือบลืมไป หนุ่มๆคนไหนที่ตั้งใจมาดูสาว Elly ก็บอกได้คำเดียวว่าอย่ากระพริบตาเด็ดขาด ทำไมต้องห้ามกระพริบตาไว้ไปชมในหนังนะคะ อิอิ…

เล่ามายืดยาวขนาดนี้ก็ขอสรุปเลยละกัน ใครที่ชอบหนังรักแนวท่องเที่ยว ก็ไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้ รับรองและรับประกันความสนุก คุ้มค่าตั๋วไม่หลอกลวงคนดูแน่นอน รับไป 4 ดาว ดูแล้วมาคุยกัน

วิจารณ์โดย หนามเตย