ล็อกอิน

หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

ได้มีโอกาสเยี่ยมๆ มองๆ ทั้งโปสเตอร์ และตัวอย่างหนังของหนังเรื่อง Inception อยู่เป็นนานสองนาน ความอยากรู้ อยากเห็น มันยิ่งเอ่อล้นทบทวีมากขึ้นในจิตใจ เพราะความที่เป็นหนังแอ๊คชั่นไซไฟ ที่มีภาพกราฟิกประกอบ ยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้อยู่ในลิสต์ที่ต้องไปดูให้จงได้ และเมื่อโอกาสนั้นมาถึง ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแสนเหนื่อยจากหน้าที่การงานขนาดไหน ก็ยังกระวีกระวาด เดินทางไปยังโรงหนังเพื่อไปชมหนังเรื่องนี้ได้ในที่สุด

หนังเรื่อง Inception กำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่เคยผ่านงานทั้งเขียนบทและกำกับมาแล้วจากเรื่อง Memento และ The Dark Knight ซึ่งทั้งสองเรื่องที่ผ่านมา แฟนๆหนังของคริสโตเฟอร์ โนแลน คงเห็นว่าเนื้อหาสำคัญของหนังที่เค้าทำส่วนใหญ่มักเล่นกับจิตใต้สำนึกที่มีอยู่ของคนเรา

ยกตัวอย่างเรื่อง Memento ซึ่งเป็นเรื่องราวในการปะติดปะต่อความทรงจำที่ขาดหายไปของตัวละคร เพื่อค้นหาความจริง, เรื่อง The Dark Knight ซึ่งแฟนแบ๊ตแมน คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า แบ๊ตแมนนั้นมีเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำที่เลวร้าย และนั่นก็กลายเป็นจิตใต้สำนึกที่หลอกหลอนแบ๊ตแมนมาจนโต นอกจากแบ๊ตแมนที่มีจิตใต้สำนึกเลวร้ายแล้ว ยังมีตัวร้ายอย่าง โจ๊กเกอร์ ที่มีจิตใต้สำนึกเลวร้ายฝังหัวมาตลอดอีกด้วย.

และสำหรับผลงานเรื่องล่าสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน เรื่อง Inception หรือในชื่อภาษาไทยว่า จิตพิฆาตโลก เนื้อเรื่องก็ตามความหมายของเรื่องเลย นั่นคือการนำเรื่องเกี่ยวกับจิตสำนึกมาใช้เล่าเรื่องอีกครั้ง แต่สำหรับครั้งนี้เขานำเสนอในมุมมองที่แหวกแนว โดยมีจุดเริ่มต้นคือ “เมื่อราว 10 ปีก่อน ผมทึ่งกับหัวข้อของความฝัน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของชีวิตในยามตื่นของเราไปถึงชีวิตในฝัน ผมมักจะพบเรื่องไม่ธรรมดาที่น่าสนใจในความฝัน ไม่ว่าจะเป็นความน่ากลัว หรือความสุข หรือความมหัศจรรย์ ถูกสร้างขึ้นจากจิตใจของเราเองในขณะที่เกิดขึ้น และสิ่งที่มันบอกเล่าเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของจินตนาการเป็นเรื่องพิเศษ ผมเลยเริ่มคิดว่าทำยังไงที่มันจะสามารถนำมาใช้กับหนังแอ็คชั่นฟอร์มใหญ่กับมิติที่มีความเป็นมนุษย์อย่างมาก”

“Inception” เป็นไปตามสมมติฐานของความเป็นไปได้ที่จะแบ่งปันความฝัน …ความฝันที่ได้ถูกออกแบบให้ดูและรู้สึกเหมือนจริงอย่างสมบูรณ์ในระหว่างฝัน และใสสภาวะไร้สำนึก ความลับที่มีค่าและล้ำลึกสุดของคนเราจะอยู่ที่นั่นเพื่อให้รับรู้

“หัวใจของเรื่องคือความเชื่อว่าความคิดเป็นเหมือนกาฝากที่ทรงพลังและคืนสภาพได้มากที่สุด ร่องรอยที่จะคงอยู่ตลอดไปในความทรงจำ…สักแห่ง ความคิดที่ว่าใครสักคนจะสามารถเข้ามาควบคุมพื้นที่ความฝันของเราได้ ในรูปแบบที่สัมผัสได้จริง และขโมยความคิด และไม่ว่าจะเป็นส่วนตัวแค่ไหน เป็นการกระตุ้นความสนใจ”

และเมื่อทราบที่มาที่ไปในการสรรค์สร้างสิ่งมหัศจรรย์บนจอภาพยนตร์เรื่องนี้กันแล้ว ลองมาดูเรื่องราวคร่าวๆ ของหนังกัน

ดอม คอบบ์ (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) หัวขโมยระดับพระกาฬ สุดยอดฝีมือในการฉกชิงข้อมูลเสี่ยงอันตราย : เพื่อล้วงความลับจากเบื้องลึกของจิตใต้สำนึกในระหว่างห้วงฝัน ซึ่งเป็นเวลาที่สติจะเปราะบางที่สุด  ความสามารถอันหาได้ยากของคอบบ์ ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นซึ่งกระหายหิวในโลกใหม่ของการจารกรรมข้อมูลที่ไม่น่าไว้วางใจ แต่มันก็ยังทำให้เขาเป็นผู้หลบหนีข้ามชาติที่ต้องสูญเสียทุกอย่างซึ่งเคยรักไปจนหมดสิ้น  ตอนนี้คอบบ์ได้รับการหยิบยื่นโอกาสที่จะแก้แค้น งานชิ้นสุดท้ายที่จะคืนชีวิตให้กับเขา เพียงแต่เขาจะต้องทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จ นั่นคือ การปลูกฝัง หรือ Inception แทนที่การเข้าไปขโมยดั่งที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ โดยคอบบ์กับทีมผู้เชี่ยวชาญของเขาจะต้องดึงสิ่งที่ตรงข้ามกันออกมา

งานของพวกเขาไม่ใช่การเข้าไปขโมยความคิด แต่จะต้องปลูกมันเข้าไป ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จจะกลายเป็นอาชญากรรมที่สมบูรณ์แบบ แต่ไม่มีการวางแผนอย่างรอบคอบชนิดใดที่จะทำให้ทีมงานพร้อมจะเผชิญหน้ากับศัตรูอันตราย ที่ดูเหมือนจะรู้ล่วงหน้าถึงทุกความเคลื่อนไหว ศัตรูซึ่งมีเพียงคอบบ์ผู้เดียวที่จะมองเห็นได้

โดยเรื่องราวของหนัง เปิดให้เราเห็นตัวละครหลักคือ “คอบบ์” (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) ที่นอนสลบไสลบนพื้นทราย และถูกทหารญี่ปุ่นหิ้วตัวขึ้นไปหานายใหญ่ ซึ่งมีสภาพแก่ชรามาก โดยชายผู้นั้นเกริ่นเข้าเรื่องว่าเคยพบกับคนที่หน้าตาคล้ายคอบบ์เมื่อนานมาแล้ว…จากนั้นเรื่องราวก็เปลี่ยนไปเปิดตัวละคร เป็นชายชาวอเมริกัน 2 คน “คอบบ์” และ “อาเธอร์” ที่พยายามเจรจากับชายชาวญี่ปุ่น “ซาอิโตะ” (เคน วาตานาเบ้) เพื่อให้เขายอมปลดปล่อยข้อมูลโดยการใช้คำพูดหว่านล้อม ล่อลวงเขาให้ตายใจ แต่ทว่าก่อนที่ผลงานนั้นจะสำเร็จ ทั้งคอบบ์และอาเธอร์ ก็ต้องพลาดท่าเพราะผู้หญิง อดีตคนรักของคอบบ์เอง…แต่หลังจากนั้น อาเธอร์ โดนตึกถล่มใส่ แต่แทนที่จะเสียชีวิต ภาพหนังตัดสลับกลับไปให้เห็นว่า ทั้งอาเธอร์ คอบบ์ และ ซาอิโตะ ต่างก็อยู่ให้ห้วงความฝัน..แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะหลังจากนั้น เมื่อทั้ง 3 ตื่นจากฝัน คนดูก็ต้องตื่นตากันอีกครั้ง เพราะว่านั่นคือความฝันอีกขั้นหนึ่งของคนทั้งสาม..

เพียงแค่ซีนเปิดตัว ทั้งเอฟเฟกซ์ การแสดง โดยรวมภาพ แสง สี เสียง เพอร์เฟกต์ ทำเอาคนดูตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ กันเป็นที่สุด สำหรับความเป็นคนช่างคิด ช่างฝัน ช่างจินตนาการ

การดำเนินเรื่องของ “คริสโตเฟอร์ โนแลน” คงต้องบอกว่าเป็นขั้นเทพ มากฝีมือ ทั้งการเขียนบทที่เหนือล้ำจินตนาการ ก้าวกระโดดกว่าการเขียนบทธรรมดาทั่วๆ ไป เพราะเขามีสอดแทรกวิธีการ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ การอ้างอิงทฤษฎีที่น่าจะมีอยู่จริง ให้ข้อมูลเหล่านี้สื่อออกมายังการแสดง และภาพของหนัง ซึ่งหากใครพลาดชมสักช็อต คงต้องงงกันเป็นไก่ตาแตก เพราะหนังมีมีความซับซ้อน มีแง่มุมซ่อนอยู่หลายชั้น

แต่ความพิเศษของหนังยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อยิ่งดูก็เหมือนคนดูได้จินตนาการและจมจ่อมไปอยู่ในเรื่องราวแห่งความฝัน ที่เสมือนโลกแห่งความจริงที่ผู้กำกับคนเก่งสร้างขึ้น ต้องขอสารภาพว่าด้วยความที่เหนื่อยจากการงานและการเดินทางทำให้เพลีย และเกิดอาการง่วงงุน หลับตาไปสักพัก รู้สึกว่าตัวเองจินตนาการเข้าสู่โลกแห่งฝันที่คริสโตเฟอร์ โนแลน สร้างไว้ เหมือนตัวเราไปเข้าไปสัมผัสกับฝันลึกหลายซับหลายซ้อน จนกระทั่งลืมตาขึ้นมา และรู้เพียงว่า เราแค่หลับตาไปวูบเดียว แต่เหมือนเวลาในจินตภาพในมโนสำนึกของเราเดินทางไปนาน

คงต้องบอกว่าดูหนังแล้วอิน เป็นแบบนี้เอง ว่างๆ ลองดูว่าคุณจะถูกดูดกลืนไปกับจินตภาพที่ คริสโตเฟอร์ โนแลน สร้างไว้เหมือนผู้เขียนหรือไม่

ด้วยเนื้อหา สาระ ภาพ และส่วนประกอบอันกลมกลืน ทำให้หนังเรื่องนี้อยู่ในกระแสวิจารณ์ที่ไปในทางบวก ถือว่าดีที่สุดสำหรับหนังปีนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับความสนุก เนื้อหา การแสดง และส่วนผสมอื่นๆ ให้ไป 4.5 ดาว


โดย ซายากะ โฮมส์-ดอยล์

แท็ก: , , , , ,


แสดงความคิดเห็น
(จำเป็น)
(จำเป็น)

  1. โดย : hi (#221375) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    สนุกสุดๆ

    เขียนเมื่อ October 19, 2011 เวลา 16:33 IP : 183.88.51.x| Permalink
  2. โดย : meenami89 (#196572) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    น่าดูมาก

    เขียนเมื่อ July 24, 2011 เวลา 21:26 IP : 101.108.185.x| Permalink
  3. โดย : ไอสไต2 (#189113) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    การที่หนังเรื่องนี้ออกมา ก็ย่อมย้ำเตือนให้ผมรู้ลึกซึ้งเเล้วครับว่า ความจริงกับความฝันมันสำคัญ เเละควรเอาใจใส่มันทั้งสอง ใหดี ที่สุด เพื่อความบรรลุ เห็นเเจ้งสัจธรรม

    เขียนเมื่อ June 28, 2011 เวลา 16:52 IP : 202.12.97.x| Permalink
  4. โดย : ไอสไต2 (#189112) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ดีครับผมสนใจมากเพราะผมก็สามารถ คุมความฝันในขณะฝันได้

    เขียนเมื่อ June 28, 2011 เวลา 16:50 IP : 202.12.97.x| Permalink
  5. โดย : Niranam (#182086) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    สำหรับผมหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ดีที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลยครับ ดูในโรงแล้วรอแผ่นแท้ออกขายก็ซื้อเก็บไว้เลยครับ จะว่าผมบ้าก็เป็นได้ แต่ดูแล้วดูอีกนับครั้งไม่ถ้วน แบบว่าเกิดมาชาตินี้ถ้าใครไม่ได้ดูก็เสียชาติเกิดก็ว่าได้

    เขียนเมื่อ May 22, 2011 เวลา 11:20 IP : 124.122.5.x| Permalink
  6. โดย : เอก (#152761) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ดูจบแล้วสบสนกับตัวเอง เอ๊ะ !! ที่เราอยู่ทุกวันนี้อาจจะเป็นฝันๆหนึ่งก็ได้นะ เพียงแต่เป็นฝันที่ยาวนาน และผู้ฝันไม่รู้ตัวว่าฝัน

    บางทีความหมายของคำว่า นิพพาน ในศาสนาพุทธคือ ‘ ตื่นจากฝัน’ ก็เป็นได้นะ

    เขียนเมื่อ January 26, 2011 เวลา 18:00 IP : 182.52.51.x| Permalink
  7. โดย : zaboojai (#148286) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ผมว่าพระเอกตื่นจริงและทำภารกิจสำเร็จนะครับ เพราะว่าตอนตื่น
    บนเครื่องบินซาโตะกดโทรศัพท์ไปหาใครบางคน จำได้ไหมครับที่คอบบ์บอกกับซาโตะว่าท่าคอบบ์ทำภารกิจสำเร็จแล้วเซโตะไม่รักษาสัญญาจะทำให้เขาติดคุกตอนถึงอเมริกา แล้วเซโตะก็บอกว่าถ้าคอบบ์ทำภารกิจสำเร็จเขาจะใช้อำนาจของเขาโทรศัพท์ไปบอกใครซักคน คออบ์ก็สามารถเดินทางเข้าอมเริกาโดยไม่ถูกจับ ลองสังเกตุดูนะครับ หนังเรื่องนี้ผมอ่านบทวิจารณืจากคนในเวปมาก่อน ดูรอบเดียวเลยเข้าใจ สนุกมาก เป็นหนังดีที่ก่อนตายต้องได้ดูจริงๆครับ

    เขียนเมื่อ January 7, 2011 เวลา 15:00 IP : 10.0.0.x| Permalink
  8. โดย : ฺArsuN (#147200) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ผมว่าฉากจบตอนท้าย พระเอกอาจจะอยู่ในฝันตลอดกาลไปแล้วคับ
    เวลาเราฝัน เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าฝันอยู่หรือเป็นโลกความจริง
    แล้วไอ้ totem นั่นก็อาจพิสูจน์อะไรไม่ได้แล้วเพราะพระเอกก็
    ไม่ได้สนแล้วนิว่า totem มันหยุดหรือไม่ พอเห็นหน้าลูกปุ๊บก็วิ่งไปหาลูกเลย เหมือนกับพระเอกได้พบกับความสุขแล้ว ทั้งๆที่หน้าลูกๆที่พระเอกเห็นอาจจะเกิดจากจิตใต้สำนึกอีกก็ได้ใครจะรู้ พอๆ กรูจะเป็นบ้าละ

    เขียนเมื่อ January 2, 2011 เวลา 02:12 IP : 180.180.223.x| Permalink
  9. โดย : GuiTar (#144409) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ลูกข่างหยุดหมุน 100% ครับเพราะว่า เซอร์ไมเคิล เคน เผยตอนจบจริงๆ ของ Inception

    “ลูกข่างหยุดหมุนในตอนจบ นั่นคือตอนที่ผมกลับเข้ามา ถ้าผมอยู่ในฉากนั้นด้วยแปลว่าเป็นโลกความจริง เพราะผมไม่เคยอยู่ในฝัน ผมคือคนที่ประดิษฐ์ความฝันขึ้นมา”

    ทีนี้ก็รู้แล้วครับว่าตอนจบจริงๆ เป็นยังไง ค็อบบ์ได้กลับมาเจอหน้าลูกในโลกความจริง และไม่ใช่ฝันซ้อนฝันซ้อนฝัน

    เขียนเมื่อ December 22, 2010 เวลา 02:12 IP : 180.180.51.x| Permalink
  10. โดย : ไนท์ (#141067) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ตอนสุดท้าย ใครที่บอกว่านางเอก ไปเป็นคนตรวจ แสดงว่า คุณดูไม่ละเอียดครับ

    นางเอกไม่ได้เป็นคนตรวจ ครับ นางเอก เป็นคนโดนตรวจครับ มี ตำรวจ ญ คนนึงกำลังตรวจพาสปอร์ตของนางเอกอยู่ครับ

    ถ้าอยากรู้ว่า จริงอย่างที่ผม พิมพ์มั้ย ลอง ไปดูอีกรอบครับ

    เขียนเมื่อ December 12, 2010 เวลา 11:47 IP : 118.172.114.x| Permalink
  11. โดย : คุณ คอบบ์ (#132877) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    เราจะกลับไปเป็นหนุ่มด้วยกัน

    เขียนเมื่อ November 13, 2010 เวลา 11:58 IP : 182.232.83.x| Permalink
  12. โดย : เร เเมคดอลนอล (#111745) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ขอบคุณมากครับ คริสโฟอร์ ที่กำกับหนังออกมาได้ยอดเยี่ยมมากครับผมไม่ค่อยได้เจอกับหนังเเบบนี้เท่าไรนักเเต่ผมก็เชื่อว่า เขาต้องไม่ทำให้ผมผิดหวังเเน่ b+ นะครับผมให้เลย

    เขียนเมื่อ August 30, 2010 เวลา 20:30 IP : 124.157.170.x| Permalink
  13. โดย : มะปราง (#107350) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    คุณ NiGhTz ตอบได้เคลียร์มากๆ ต้องบอกเลยว่า โนแลน มาเองเลยรึเปล่า 55+ เหตุผลของคุณเป็นข้อยืนยันได้หลายอย่างเลยนะ แต่ตอนท้ายเราไม่ได้สังเกตว่าที่สนามบินคนมองมาที่พระเอก แล้วนางเอกไปเป็นคนตรวจอะไร ไม่ได้สังเกต สงสัยต้องเข้าไปดูใหม่ ฮี่ ๆ
    สนุกมากๆเลยเรื่องนี้ จำคำพูดเค้ามาว่า “เป็นหนังที่คุณจะเสียดาย ถ้าไม่ได้ดูก่อนตาย” จริงๆๆ

    เขียนเมื่อ August 16, 2010 เวลา 22:15 IP : 58.9.151.x| Permalink
  14. โดย : sophia7 (#106812) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ชอบมาก..ชอบสุดสุด ชอบเกินคำบรรยาย ชมเชยและปรบมือให้ผู้สร้าง เนื้อเรื่องดี น่าติดตาม ลุ้นและตื่นเต้น

    เขียนเมื่อ August 15, 2010 เวลา 01:28 IP : 111.84.127.x| Permalink
  15. โดย : tyler (#105880) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    test

    เขียนเมื่อ August 11, 2010 เวลา 13:49 IP : 192.168.8.x| Permalink
  16. โดย : Oo_ki_oO (#105585) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    เรื่องนี้สนุกมาก ตาโนแลนทำหนังประทับใจทุกเรื่องเลย

    เขียนเมื่อ August 10, 2010 เวลา 11:11 IP : 58.147.100.x| Permalink
  17. โดย : nine (#105330) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ขอบคุณครับคุณ torn เป็นหนังที่ลึกล้ำดีแท้

    เขียนเมื่อ August 9, 2010 เวลา 16:16 IP : 119.42.66.x| Permalink
  18. โดย : fang (#104783) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    เมื่อสัปดาห์ก่อนได้ไปดูหนังInception และ ลุงบุญมีระลึกชาติ
    .. ได้เห็นบันทึกของคุณอำเภอ ซึ่งตรงใจ และ เห็นด้วยอย่างยิ่ง จึงอยากนำมาแลกเปลี่ยน
    (ข้อความนี้ เป็นบันทึกของคุณพงษ์ศักดิ์(อำเภอ) สาระภักดีในfacebook)
    Inception คือหนังที่รอคอยมานาน หลังจาก The Dark Night ลาโรงไป บันทึกอันนี้มีสปอยนะครับ
    (นอกจอนิดหนึ่ง) การนอนนั้นในทางการแพทย์มีงานวิจัยรองรับว่ามีการนอนหลายระดับจริง การนอนจะมีวงจรสลับกันเป็นขั้นๆ ข้อสังเกตนี้ได้มาจากการที่เวลาที่ เราแอบเงียบหลับไม่กี่ชั่วโมง แต่สดชื่นมากกว่านอนหลายๆชั่วโมง ได้ยังไง เขาอธิบายว่าคนที่ถูกปลุกในขณะที่นอนหลับในระดับลึกให้ตื่น ทันทีจะรู้สึกว่านอนไม่อิ่ม สมองจะไม่สดชื่น ต่างจากคนที่ถูกปลุกตอน นอนในระดับตื้น จะรู้สึกสบาย สดชื่น ดูอ้างอิง มีโปรแกรมสำหรับปลุกให้สดชื่นด้วยในมือ Symbian ชื่อ HappyWakeUp

    •Inception คือ หนังที่สร้างกฏในเรื่องขึ้นมาเอง แล้วเดินเรื่องตามกฎที่ตั้งไว้ กฎนั้นดูจะผูกกับชีวิตประจำวันของเรา อยู่แล้วนั้นคือ ฝัน
    •หนังมีรายละเอียดเยอะ ถ้าละสายตาไปสักพัก อาจพลาดรายละเอียดสำคัญของเรื่องไปได้
    •ช่วงเวลาในฝันยาวกว่าชีวิต จริง หรือเรียกว่าทำอะไรๆในฝันได้มากกว่า ชีวิตจริง 10 นาที ฝันในระดับแรก คือ 1 ชั่วโมง, ระดับที่ 2 คือ 6 เดือน และในระดับที่ 3 คือ 10 ปี แน่นอนว่าในหนังมีฝันทุกระดับเดินเรื่องพร้อมกัน และลึกล้ำกว่านั้น พระเอกและสถาปนิกก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 4 ฝันในดินแดนที่พระเอกเคยอยู่จนแก่เฒ่ากับภรรยา
    •การกระทำอะไรก็ตามในโลกจริงจะกระทบโลกฝัน การกระทำอันใดก็ตามบนฝันระดับสูงกว่าจะกระทบถึงฝันระดับลึกลงไป ดังนั้นการจะโจรกรรม ความคิด(ความลับ) จากเป้าหมาย จึงต้องทำในที่นิ่ง (รถไฟฟ้า, เครื่องบิน) ที่หลับไม่นิ่งจะเกิดความไม่สมดุลเห็นได้ชัดตอน หลับบนรถทำให้โลกลำดับที่สามหมุนไปมา

    เขียนเมื่อ August 7, 2010 เวลา 03:52 IP : 110.164.251.x| Permalink
  19. โดย : torn (#104766) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ถึงคุณ nine
    ผมก็ไม่ไม่รู้ว่าผมเค้าใจได้ถูกรึเปล่านะเพราะผมไม่ใช่ Nolan
    แต่ผมคิดว่า
    1 ในความฝันตอนทำ inception มีคนสร้างสถานที่เพียงคนเดียว คือ สถาปนิก ครับ ลงไปได้ครับแต่เสี่ยงที่จะทำให้ความฝันพังได้ถ้าเกิดตายหรือถูกปลุกครับ เจ้าของฝันด้วยเช่นกัน
    2 ของสถาปนิกครับแต่นักเคมีเป็นเจ้าของความฝันเหมือนกับฝันของใครคนนั้นก็เป็นคนดูแลว่าจะต้องทำอย่างไร สถานที่ก็ยังเป็นสถาปนิกที่สร้างเมืองในฝันทุกๆๆชั้นแต่ไม่ใช่ผู้ดูแลครับ
    3 คนมาจาก จิตใต้สำนึกของคนที่ฝันและคนที่แชร์ครับ แต่โดยหลักแล้วจะเป็นของเจ้าของฝันมากกว่า ซึ่งตอนทำ inception คนส่วนใหญ่ ถูกสร้างโดย ฟิชเชอร์ เพราะหลักๆๆแล้วนั้นเป็นความฝันของ ฟิชเชอร์คนอื่นๆๆแค่แอบเข้าไป แต่ถ้าในจิตใต้สำนึกของใครมีใครที่ยังยึดติดอยู่มากๆๆก็อาจจนเผลอไปสร้างคนขึ้นมาก็สามารถเป็นได้ครับ อย่างกรณีของ มอล ที่ คอบ เผลอสร้างขึ้นป่วนอยู่เรื่อยๆ
    4 ทุกๆๆอย่างเจ้าของฝันสามารถควบคุมได้ถ้ามี สติ หรือถ้ารู้ว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ สังเกตจากในแต่ละชั้นคนที่เป็นเจ้าของความฝันจะเป็นคนคอยดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ( ยกเว้นคนเดียวที่ทำไม่ได้ คือ ฟิชเชอร์เพราะเค้าไม่รู้ตัวว่ามีคนแอบเข้าไปในความฝันของเค้า แต่ตอนทำกับไซโตๆโดนจับได้ ก็เลยทำไม่สำเร็จ )
    5 เพราะในจิตใต้สำนึกขั้นลึกสุดนั้นเป็นห้วงฝันของเค้าสอง คือ โลกนี้มีเพียงเราสองคน( คนอื่นไม่จำเป็น) คนที่มีความรักแบบล้ำลึกน่าจะเข้าใจได้นะ จิตใต้สำนึกเลยไม่สร้างใครเลยยกเว้นลูกๆๆนะ
    6 เป็นการปลูกจิตสำนึกใหม่ให้ ฟิชเชอร์ ไม่สานต่อ กิจการของพ่อที่ตายไป แต่สร้างแนวทางใหม่ด้วยต้วของเค้าเอง ในเรื่องตอนฝันขั้นสุดท้ายที่ตอนเปิด เซฟ เห็นพินัยกรรม แล้วหยิบเอากังหันลม(เป็นกังหันที่อยู่ในรูปถ่ายของฟิชเชอร์ตอนเด็กๆๆ)ออกมาเป็นการปลูกจิตสำนึกให้คิดว่า พ่ออยากให้เค้าพัฒนาพลังลมแทนที่จะสืบต่อกิจพลังงานแสงอาทิตย์ที่พ่อทำไว้ให้ (เพราะไซโตต้องการกำจัดคู่แข่งทางการค้าซึ่งเป็นประเดนในการทำ inception )พอโดน incep เรียบร้อย ฟิชเชอร์ตื่นจากฝันชั้นนั้นมาเจอลุง( ปลอมตัวโดยนักปลอมแปลง) ก็เลยกลายเป็นคิดว่าเค้าใจความต้องการของพ่อและคิดว่าตัวเองพบหนทางใหม่ที่จะทำให้พ่อภูมิใจแล้วนั่นเองแต่ในความเป็นจริงแล้วเค้าถูกเขี่ยวเข่นจากพ่อเพื่อที่จะให้มาสานต่อกิจการต่างหาก แต่การทำ incep ทำให้ความคิดเค้าเปลี่ยนไปครับ
    7 มันน่าจะเป็น concept ของหนังเรื่องนี้ที่ทำออกมาให้คนดูแยกได้ยากว่าอันไหนฝัน อันไหนความจริง แต่ตอนจบสาเหตุที่พระเอกหมุนโทเทม น่าจะเพื่อเช็กว่าตัวเองไม่ได้ฝันไปเพราะสิ่งที่เค้าเจอมันเหมือนฝันของเค้าเลย ( แบบว่าเหมือนฝันที่เป็นจริงเลยสับสนเพราะเค้าคิดว่าเค้าไม่มีวันที่จะเจอลูกๆๆได้) แต่ที่พ่ออยู่ด้วยเพราะเอาของฝากมาให้หลานๆๆ และพ่อก็รู้ว่าพระเอกทำอะไรถึงได้ให้ศิษย์เอกมาช่วยงัยครับ
    แต่ยังงัยซะคนเรา ถ้าไม่มีความฝัน มันก็คงไม่มีความหวัง เมื่อไม่มีความหวังแล้วชีวิตมันจะมีความหมายอะไร เพราะความฝัน inspire ให้เรามีชีวิตต่อไปเพื่อจะพยายามทำมันให้กลายเป็นจริงให้ได้ในอนาคตไม่ใช่หรือ??

    เขียนเมื่อ August 7, 2010 เวลา 00:04 IP : 118.173.62.x| Permalink
  20. โดย : a (#104456) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    เจ๋ง

    เขียนเมื่อ August 5, 2010 เวลา 18:02 IP : 119.42.127.x| Permalink
  21. โดย : งะงะ (#104303) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    อย่าบ้า เครื่องนั้นมานเปนเครื่องเเชความฝันไม่ใช่หยอ

    เขียนเมื่อ August 5, 2010 เวลา 00:26 IP : 125.24.166.x| Permalink
  22. โดย : nine (#104032) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ใครที่บอกว่าเข้าใจหนังแบบทะลุปรุโปร่ง หรือ เคลียร์ แล้ว ช่วยด้วยครับ ผมเครียดกับหนังเรื่องนี้มาหลายวันมาก
    1.ในฝันแต่ละชั้นมีคนสร้างสถานที่แค่คนเดียวใช่หรือเปล่าครับ? และคนนั้นจะลงไปยังชั้นต่อไปไม่ได้ และห้ามตายด้วยใช่ไหม (ที่ตอนแรกเลยของหนัง ที่พระเอกจะจารกรรมความคิดไซโตะในชั้นที่สอง ที่มีตู้เซฟอ่ะ แล้วสถานที่ค่อยๆพังครืนลง เพราะว่าอาร์เธอได้ตายไปในชั้นนั้นใช่ไหม คนสร้างตาย = สถานที่พัง?)

    2.ถ้าคำตอบในข้อ1คือ “ใช่” แปลว่าในปฏิบัติการ inception ฝันชั้นที่ 1 เป็นฝีมือการสร้างสถานที่ของ นักเคมี เหรอครับ ซึ่งตาม commom sense แล้ว น่าจะออกแบบเมืองได้ต่างกับสถาปนิกมาก ทำไมพระเอกไม่หาสถาปนิกใหม่แต่ดันเอานักเคมีมา ความจริงวางยาแค่บนเครื่องบินน่าจะจบสำหรับนักเคมี ในความคิดผม

    3.จำกัดความคิดยังไงว่าใครสร้างสถานที่ ใครสร้างคน(ตอนที่พระเอกกับเอริแอดเน่เข้าไปคุยในฝัน สถานที่เป็นฝีมือของเอริล้วน ขณะที่คนเป็นผลผลิตจากจิตใต้สำนึกพระเอก) เผื่อในหนังอธิบายไว้แล้วผมหลุด ตามไม่ทัน ช่วยด้วยครับ

    4.ผลพวงจากข้างต้น + บันไดวนที่เกิดจากการตั้งใจสร้างของอาเธอร์ มันทำให้ผม make sense เอาว่า สถานที่สามารถควบคุมได้(จินตนาการ) แต่ คน มาจากจิตใต้สำนึก เหรอ???

    5.จากข้างต้น งั้นทำไมในฝันของพระเอกกับมอล จึงมีกันอยู่แค่สองคนสามีภรรยา คนจากจิตใต้สำนึกไปไหนหมด??

    6.อันนี้ผมโง่จริงๆ คือผมไม่เข้าใจว่า ปฏิบัติการ inception สุดท้ายแล้ว มันสำเร็จเพราะอะไร มันฝังอะไรเข้าไปใน fisher และ fisher จะทำอะไรเหรอ เมื่อตื่น ผมไม่ทันจริงๆ เพราะเห็นสุดท้ายมันก็นั่งคุยกับลุงมันทั้งที่ในอีกชั้นมันคิดว่าลุงมันเป็นคนเลว(จากตัวลุงที่ไปโผล่เป็นผลผลิตจากจิตใต้สำนึกของfisher ซึ่งเป็นลุงที่ทรยศมัน)

    7.เป็นไปได้มั้ย?ว่าตอนสุดท้ายถึงลูกข่างจะหยุดหรือไม่หยุด มันก็ไม่สำคัญ เพราะมันคือฝันของพระเอกเอง ถึงหยุดก็อาจแปลว่าพระเอกรู้น้ำหนักโดยจิตใต้สำนึกและกำลังอยู่ในฝัน และถ้าไม่หยุด ก็แปลว่าอยู่ในฝันอยู่ดี?? ทั้งนี้ จากการที่ห้ามให้คนอื่นจับลูกข่าง ก็เพราะกันคนอื่นจะรู้รูปทรงและน้ำหนัก กันว่าเมื่อเขาสร้างฝันและดึงเราไป จิตใต้สำนึกของเขาจะมีน้ำหนักของมันอยู่แล้ว และทำให้เราหมุนแล้วหยุด เราจึงนึกว่าเป็นความจริง และใช้แยกแยะไม่ได้อีกต่อไป
    แต่ในกรณีนี้ ยังไงซะมันก็เป็นฝันของพระเอก(ในกรณีที่ตอนจบพระเอกยังอยู่ในฝัน) ลูกข่างพระเอกก็มีอยู่ในจิตใต้สำนึกฝังแน่นอยู่แล้ว จะหยุดหรือไม่หยุด มันจึงไม่แตกต่างกัน นั่นคือ ยังคงอยู่ในฝัน

    ขอบคุณล่วงหน้านะครับ สำหรับผู้รู้จริง ผมรออยู่นะครับ ถ้าถึงพรุ่งนี้(วันพุธ) ยังไม่เคลียร์ หนังเรื่องนี้จะได้เงินค่าตั๋วจากผมอีกรอบ แต่คราวนี้จะแค่ 60 บาท ช่วยผมด้วยครับ ไม่อยากเสียเงินไปดูซ้ำสอง

    ปล.ต่อไปนี้ใครอ่านหนังสือสอบไม่ทัน ไม่ต้องกลัว นอนแค่หนึ่งชั่วโมง ฝันลงไปสามชั้น อ่านจบได้หลายรอบเลย

    เขียนเมื่อ August 4, 2010 เวลา 00:31 IP : 119.42.66.x| Permalink
  23. โดย : kingkong (#103843) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    สนุกแบบ งง งง อ่ะครับ เรื่องฝัน ฝัน ดูเป็น format ไปนิดนึง
    ว่ามีขั้น 1 2 3 แหม อีกหน่อยก็คง hack ฝันกันได้แบบ google เลยอะซิ บางเรื่องปล่อยให้มัน mysterious บ้างก็ได้นะ ไม่ต้องพยายามเข้าไปจัดการทุกสิ่งหรอก แค่นี่โลกก็เต็มไปด้วยการเอาเปรียบมากพออยู่แล้ว

    เขียนเมื่อ August 3, 2010 เวลา 11:56 IP : 192.168.200.x| Permalink
  24. โดย : hunnienvy (#103593) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ถ้าอยากรู้เรื่อว่าอะไรคืออะไรต้องถามผู้กำกับอะ

    เขียนเมื่อ August 2, 2010 เวลา 17:55 IP : 192.168.1.x| Permalink
  25. โดย : กูเอง (#103526) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ตกลง ฝันไม่ฝัน เนี้ย งง อ่ะ ฮือ ๆๆๆ เราก็เข้า ใจว่า โทเทม มันล้ม
    แต่คนส่วนใหญ่ ว่า ไม่ ล้ม
    แต่ที่บอกว่า พระเอก หาย ไปหลายปี แต่ลูกไม่โตเลย มันก็จิงนะ อืม
    งง อยู่ดีคับ ผู้กำกับ มาเฉลยเร็ว อิอิ

    เขียนเมื่อ August 2, 2010 เวลา 14:41 IP : 124.120.63.x| Permalink
  26. โดย : ชิป (#103428) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ผมว่า พระเอกติดอยู่ในโลกแห่งความฝัน เนื่องจากว่า เมื่อตอนพระเอกตื่นตอนที่อยู่บนเครื่องบิน พระเอกกับทีมงานและคนอื่นๆ ไม่มีการพูดจากันเลยสักครั้ง อันดับต่อมา ลูกๆของพระเอกไม่ได้โตขึ้นเลย และอันดับต่อมา ลูกข่างที่ติดตัวพระเอกที่ดูเหมือนว่าหยุดแต่ยังไม่ได้หยุดนั้นหมายถึงสถาวะจิตใจของพระเอก และมีจุดอื่นๆอีกมากมายที่ให้คิดเยอะๆมากๆ

    เขียนเมื่อ August 2, 2010 เวลา 06:43 IP : 222.123.219.x| Permalink
  27. โดย : fon (#103299) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ไปดูมาแว้วน่ะ โทเทมหยุดหมุนน่ะตอนจบน่ะ แต่งงอยู่น่ะว่าพ่อพระเอกรู้ได้ไงว่าพระเอกจะกลับมาบ้านอ่ะ มารับที่สนามบิน ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นอะไรที่ทำให้คนดูคิดลึก เป็นอย่างมากจริงๆ แต่เป็นหนังที่ดีมากเรื่องหนึ่งตั้งแต่ที่เคยดูมาเหมือนกัน แหวกแนว ไม่เหมือนใคร เป็นเอกลักษณ์ของโนแลน จริงๆๆ ชอบมากกกก (โดยเฉพาะ อาเธอร์) อิอิ

    เขียนเมื่อ August 1, 2010 เวลา 13:38 IP : 119.31.126.x| Permalink
  28. โดย : กูเอง (#103250) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ตอนจบ โทเทมล้ม จิงๆ
    ผมดู 2 รอบ เพราะชอบ ไม่ใช่ ไม่รู้เรื่อง

    เขียนเมื่อ August 1, 2010 เวลา 07:20 IP : 124.120.61.x| Permalink
  29. โดย : torn (#103201) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ถ้าตอนจบพระเอกยังฝันอยู่ก็ต้องเจอ..มอล..อยู่ด้วยซิ เพราะพระเอกรัก..มอล..มาก ยิ่งฝันลึกลงไปใต้จิตสำนึกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะต้องเจอมากขึ้น แต่ทำไมไม่เจอล่ะ?…หุหุหุ การที่พระเอกหมุนโทเทลก็เพื่อเช็คว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป..แค่นั้นเอง และสุดท้ายก็ได้ยินเสียงโทเทล ล้ม แต่ภาพตัดไปซะก่อน..เพื่อจะได้มีแง่ให้คิดต่อ ตามสูตรหนังคิดลึก…555

    เขียนเมื่อ July 31, 2010 เวลา 20:42 IP : 118.173.72.x| Permalink
  30. โดย : fah (#102957) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ตอนจบก็คือพระเอกหลงทาง ตื่นจากฝันไม่ได้ เพราะลงไปลึกมากแล้ว

    เพราะแต่ละคนต้องตื่นแต่ละชั้นๆ ถึงจะเข้าสู่ความจริง แต่พระเอกคนเดียว

    เท่านั้นที่ไม่ได้กลับขึ้นมา คือคอบหลงทางอยู่ในความฝัน เหมือนที่นัก

    สถาปนิกพูดว่าเค้าอาจจะหลงทาง

    เขียนเมื่อ July 30, 2010 เวลา 22:57 IP : 192.168.200.x| Permalink
  31. โดย : torn (#102906) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    จบ…แบบ…ฝันที่เป็นจริงๆๆ…หุหุ

    เขียนเมื่อ July 30, 2010 เวลา 20:38 IP : 118.173.73.x| Permalink
  32. โดย : lomfang94 (#102675) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ไปดูหนังInception และ ลุงบุญมีระลึกชาติ
    .. ได้เห็นบันทึกของคุณอำเภอ ซึ่งตรงใจ และ เห็นด้วยอย่างยิ่ง จึงอยากนำมาแลกเปลี่ยน
    (ข้อความนี้ เป็นบันทึกของคุณพงษ์ศักดิ์(อำเภอ) สาระภักดีในfacebook)
    Inception คือหนังที่รอคอยมานาน หลังจาก The Dark Night ลาโรงไป บันทึกอันนี้มีสปอยนะครับ
    (นอกจอนิดหนึ่ง) การนอนนั้นในทางการแพทย์มีงานวิจัยรองรับว่ามีการนอนหลายระดับจริง การนอนจะมีวงจรสลับกันเป็นขั้นๆ ข้อสังเกตนี้ได้มาจากการที่เวลาที่เราแอบเงียบหลับไม่กี่ชั่วโมง แต่สดชื่นมากกว่านอนหลายๆชั่วโมงได้ยังไง เขาอธิบายว่าคนที่ถูกปลุกในขณะที่นอนหลับในระดับลึกให้ตื่นทันทีจะรู้สึกว่านอนไม่อิ่ม สมองจะไม่สดชื่น ต่างจากคนที่ถูกปลุกตอนนอนในระดับตื้น จะรู้สึกสบาย สดชื่น ดูอ้างอิง มีโปรแกรมสำหรับปลุกให้สดชื่นด้วยในมือ Symbian ชื่อ HappyWakeUp

    •Inception คือ หนังที่สร้างกฏในเรื่องขึ้นมาเอง แล้วเดินเรื่องตามกฎที่ตั้งไว้ กฎนั้นดูจะผูกกับชีวิตประจำวันของเราอยู่แล้วนั้นคือ ฝัน
    •หนังมีรายละเอียดเยอะ ถ้าละสายตาไปสักพัก อาจพลาดรายละเอียดสำคัญของเรื่องไปได้
    •ช่วงเวลาในฝันยาวกว่าชีวิตจริง หรือเรียกว่าทำอะไรๆในฝันได้มากกว่า ชีวิตจริง 10 นาที ฝันในระดับแรก คือ 1 ชั่วโมง, ระดับที่ 2 คือ 6 เดือน และในระดับที่ 3 คือ 10 ปี แน่นอนว่าในหนังมีฝันทุกระดับเดินเรื่องพร้อมกัน และลึกล้ำกว่านั้น พระเอกและสถาปนิกก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 4 ฝันในดินแดนที่พระเอกเคยอยู่จนแก่เฒ่ากับภรรยา
    •การกระทำอะไรก็ตามในโลกจริงจะกระทบโลกฝัน การกระทำอันใดก็ตามบนฝันระดับสูงกว่าจะกระทบถึงฝันระดับลึกลงไป ดังนั้นการจะโจรกรรม ความคิด(ความลับ) จากเป้าหมาย จึงต้องทำในที่นิ่ง (รถไฟฟ้า, เครื่องบิน) ที่หลับไม่นิ่งจะเกิดความไม่สมดุลเห็นได้ชัดตอนหลับบนรถทำให้โลกลำดับที่สามหมุนไปมา
    •ในความฝันจะไม่รู้ว่าเริ่มต้นเมื่อไหร่ ส่วนการตื่นคือ ทำได้โดยการ ตกจากที่สูง และตาย แต่การตายมีข้อยกเว้นในการตื่น ถ้าอยู่ในการหลับลึกจะติดอยู่ในห้วงของความฝันอีกขั้นตลอดการ (พระเอกจะตามไปปลุก)
    •โทเท็ม คืออุปกรณ์ที่พวกติดอยู่กับความฝันสร้างขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองรู้ตัวว่าตอนนี้คือฝันหรือโลกจริง ของพระเอกคือ ลูกข่าง ถ้าเป็นในฝันมันจะหมุนไม่หยุด
    •ในความฝัน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ จิตใต้สำนึก เพราะควบคุมไม่ได้ อย่าสร้างฝันจากความทรงจำ
    •งานปกติของทีมคือการโจรกรรมข้อมูลผ่านทางฝัน แต่ภารกิจใหม่คือ Inception
    •Inception ในความหมายคือ ปลูกฝังความคิด ในหนังทั้งเรื่องคือการทำ Inception ในคนๆหนึ่ง ผมเรียกมันว่า การทำให้คนๆหนึ่งเชื่ออย่างสนิทใจในสิ่งที่เราต้องการให้เชื่อ
    •ปฎิบัติการ Inception ต้องทำเป็นทีม มีการวางแผนอย่างรัดกุม ตัวหลักที่สำคัญที่เขาหามาเพิ่มในทีม คือ สถาปนิก(ดูจะสำคัญมาก คือคนออกแบบฝัน โครงสร้าง องค์ประกอบต่างๆ ในฝัน ส่วนผู้คนที่อยู่ในฝันจะถูกสร้างโดยผู้ที่ฝัน) คนปรุงยานอนหลับ(ต้องการ การหลับที่ลึกตื่นยาก) คนปลอมแปลง (แปลงร่างเป็นคนที่ต้องเข้ามาอยู่ในแผนที่วางไว้) ส่วนคนอื่นๆจะเป็นคนช่วยในการปฎิบัติตามแผน ทุกคนต้องเข้าใจกฎต่างๆในฝันเป็นอย่างดี
    •การทำ Inception มีความเสี่ยงสูง และละเอียดอ่อน มีผลกระทบเป็นลูกโซ่ พระเอกทำให้ภรรยาเชื่อว่า ตัวเองฝันอยู่ ต้องตื่น ผลคืออยู่ในโลกจริงก็คิดว่าตัวเองยังคงฝันอยู่ และต้องตกจากที่สูงเพื่อตื่น (ผลคือตาย) (หรืออาจตื่นก็ได้)
    •ต้องมีอุปกรณ์เชื่อมความฝันของทุกคนเข้าด้วยกัน โดยจะมีคนที่เป็นเจ้าของฝันอยู่ด้วย ถ้าเจ้าของฝันตื่นก่อน โครงสร้างต่างๆในความฝันนั้นจะพัง
    •พระเอกเป็นคนมีปม ไม่กล้าฝัน ต้องเป็นคนเข้าไปอยู่ในฝันของคนอื่นๆ ตอนท้ายจะถูกบีบให้ฝัน
    •Inception เป็นหนังที่เล่าเรื่องฉลาด เดาเรื่องได้ยาก แว็ปหนึ่งผมเดาว่า ชายแก่ต้นเรื่องคือไซโต(ถูก) และเรื่องยังคงอยู่ในจุดประสงค์แรกคือ ขโมยความลับจากเขา (ผิด) ในชั่วแว็ป ผมคิดว่า มอล(ภรรยาของพระเอก) พูดถูกคนที่อยู่ในฝันคือพระเอกไม่ใช่เธอ (ไม่มีคำตอบ)
    •หนังให้อารมณ์เมื่อดูเสร็จแล้วเหมือนว่า “ตอนนี้กูฝันอยู่หรือเปล่าว่ะ”
    •หนังที่เมื่อดูจบแล้ว ยังค้างเรื่องให้คิดต่อในหัวอีกพักใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก หนังของพี่น้องตระกูลโนแลนยังคงทำให้เราตื่นเต้นและทึ่งในเรื่องราวที่เขาบอกเล่า
    •ตอนจบหนังไม่บอกว่า “พระเอกตื่นหรือยังคงอยู่ในฝัน” แต่มันไม่สำคัญแล้วว่าจะตื่นหรือไม่เพราะที่นั้นคือที่เขามีความสุขและพอใจที่จะมีชีวิตอยู่
    •หนังเหมือนจะจบอย่างลงตัว แต่เหลือช่องว่างให้คิดต่อได้เยอะ สามารถสร้างภาคต่อได้อย่างสบาย
    •ผมว่าดูรอบเดียวเหมือนจะไม่เพียงพอสำหรับหนังเรื่องนี้

    เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณอำเภอว่า จะต้องดูอีกรอบ
    หลายคนบอกว่า งง งง.. ดูแล้วงง
    ส่วนที่เด่น คือ Plotเรื่อง และ Effect ที่ดีมาก
    แต่บท และ การตัดต่อที่สลับกันไปมา ทำให้งง..
    …ให้ต้องกลับไปดูอีกรอบ
    และ ไม่ประทับใจเท่าที่ควร(จะเป็น)
    ถามว่า ถ้าไม่เคยเห็นผลงาน หรือ ไม่รู้จักChristopher Nolan จะชื่นชม Inception หรือไม่
    เดินออกจาก ลุงบุญมีระลึกชาติ มาแล้ว…คิดว่า งงน้อยกว่า
    นะคุณtyler

    เขียนเมื่อ July 30, 2010 เวลา 02:43 IP : 115.87.199.x| Permalink
  33. โดย : เพื่อ (#102657) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ถ้าฉากจบเฉลยซะหมดเปลือก..มันก็ไม่เป็นที่จดจำของคนดูซักเท่าไหร่ฉะนั้นจึงต้องจบแบบให้คนดูคาใจกับหนังแล้วจะลืมยาก..จบแบบทิ้งปริศนาไว้ให้ค้นหา(ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอันเป็นพื้นฐานนิสัยของมนุษย์)

    เขียนเมื่อ July 30, 2010 เวลา 00:07 IP : 125.25.236.x| Permalink
  34. โดย : เด็กไอที (#102521) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ผมดูหนังเรื่องนี้เมื่อวาน เพราะเยอรมันมันเพิ่งออกฉาย ผมว่าตอนจบทุกคนตื่นมาจากความฝัน เพราะตอนสุดท้ายที่พระเอกหมุดลูกข่างตอนกลับบ้านถ้าสังเกตุดีๆ ลูกข่างมันยังไม่หยุดหมุนแต่จะเขวจะล้มนิดหน่อยก่อนจะตัดฉากไปให้ผู้ชมได้ลุ้น ซึ่งผู้ชมก็ลุ้นกันจนตัวโก่งสำหรับฉากนี้ และแน่นอนทุกคนดีใจที่ได้เห็นลูกข่างเขวจะล้ม แต่มันก็เป็นอีกปริศนานั่นแหละเพราะลูกข่างมันยังไม่ล้มจริงๆ หนังมันก็จบไปซะก่อน อีกอย่างตอนพระเอกไปช่วยไซโตะ เขาไปช่วยคนเดียวแม้ว่าจะไม่มีเครื่อง แต่สังเกตตอนที่คอบสร้างโลกความฝันกับมอล เขาก็ไม่ได้ใช้เครื่องเหมือนกันแต่ใช้การสัมผัสทางร่างกายแทน หรืออีกกรณีหนึ่งโลกในความฝันจะจินตนาการเครื่องนั้นขึ้นมาก็ได้ เพราะขนาดอาวุธก็ยังจินตนาการขึ้นมาได้เลย แล้วเครื่องช่วยฝันก็เอาไปในความฝันไม่ได้ ต้องจินตนาการเอา ฉะนั้นตัดข้อสงสัยนี้ไปได้เลย ตอนที่พระเอกตื่นและกลับบ้านไปสนามบิน ทุกคนที่รู้จักก็มองพระเอกด้วยความปิติ ส่วนคนที่ไปรับที่สนามบินเขาก็มองคนที่เขาจะคอยรับ ถ้าตายในฝันก็คือการตื่นในความจริงหรือในชั้นความฝันอีกชั้นหนึ่ง

    เขียนเมื่อ July 29, 2010 เวลา 15:56 IP : 89.247.91.x| Permalink
  35. โดย : sugarbomb (#102334) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    ตอนฝันชั้นที่สามที่มอลโผล่มาแล้วยิงฟิชเชอร์ ในฝันชั้นนี้คอบบอกว่า ทุกคนชั้นเสียใจทุกอย่างจบแล้ว แต่ นักสถาปนิกหญิงบอกให้ตามไปในจุดลึกสุดของคอบที่มีมอลครอบงำอยู่ มอลเอาฟิชเชอร์ไปซ่อนไว้ในชั้นลึกสุดของคอบ แล้วสุดท้ายคอบก็ตัดใจได้ แต่มอลก็แทงคอบเข้าด้วยมีด และ สถาปนิกหญิงก็กระโดดจากระเบียงหนีไปก่อน เพราะเวลาใกล้หมดเต็มที ส่วนคอบบอกว่าจะตามไปหาไซโตะ เราคิดว่ามาตรงนี้ คอบไปหาไซโตะได้ไง หลุดไปอยู๋ในลิมโบหรือยังไง เพราะไม่ได้มีเครื่องเพื่อให้ลงลึกไปอีกชั้นนึง แล้วฉากตอนไซโตะแก่ และคอบคุยกันในโต๊ะ โดยคอบถูกการ์ด ลากมาจากชายฝั่งทะเล มันทำให้เรางงว่า ถ้าเป็นอย่างในหนังบอกว่า เมื่อเราตกไปอยู๋ในลิมโบ เราจะไม่มีวันกลับมาสู่ความจริงได้ แต่ฉากสุดท้าย ทุกคนตื่นขึ้นบนเครื่องบิน แล้วคอบได้กลับบ้านหาลูก แต่ใครเป็นคนจัดการ แอร์โฮสเตสคนที่จัดฉากตอนแรก หายไปไหน ไม่มีคำอธิบาย ใครมีความเห็นยังไงบ้าง

    เขียนเมื่อ July 29, 2010 เวลา 00:21 IP : 78.101.180.x| Permalink
  36. โดย : แมวโก๊ะ (#102093) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    เราก้องงเหมือนกันตอนจบ กลับบ้านมานั่งคิดตั้งนาน ?-? แต่เราว่า ตอนจบน่าจะเป็นพระเอกไปช่วยซาโต๊ะในชั้นลึกสุด แล้วพระเอกน่าจะตื่นแล้ว แต่ตื่นมาในฝันชั้นที่4 ซึ่งเปนจินตานาการของพระเอกที่ได้พบกับเมียนั่นเองสังเกตุจากพระเอกเหนลูกตอนเดกๆ แต่ความฝันนั่นเปลี่ยนจากเดิม คือพระเอกติดอยู่ในความฝันชั้นนั้น เพราะคนที่ปลุกก้อพากันตื่นหมดแล้ว ซึ่งพระเอกก้อเคยบอกว่าถ้าเขาฝันต่อไปว่าถ้าเขาได้เหนหน้าลูกเขาอาจจะลืมไปว่านั่นคือความฝัน จึงทำให้พระเอกฝันต่อไปว่าได้กลับบ้าน เพราะมันมาจากจิตใต้สำนึกของพระเอก สังเกตุจากการที่ทุกคนมองพระเอกนั่นก้อหมายถึง จิตใต้สำนึกของพระเอก มันก้อน่าจะหมายความว่าพระเอกติดอยู่ในความฝันชั้นนั่นแน่ๆ ส่วนซาโต๊ะนั่นไม่รู้ตื่นไม่ตื่นหรืออาจจะตื่นไปติดอยู่ในฝันชั้นเดวกันกับพระเอกก้อเปนได้ เพราะไม่มีข้อสรุป ทำให้ต้องติดตามดูตอนต่อไป เพราะหนังไม่ได้สรุป แล้วก้อยังไม่จบ ตอนต่อไปก้อน่าจะสนุกมากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ก้อคงได้แต่จินตการไปก่อน เพราะเดาไม่ถูกว่าหนังจะเปนแบบไหนต่อไป นี่คือข้อสรุปของเรานะถ้าเดาผิดก้อขอโทดด้วยแล้วกันนะค๊า สงสัยต้องรอดูตอนต่อไป ^^

    เขียนเมื่อ July 26, 2010 เวลา 01:44 IP : 192.168.10.x| Permalink
  37. โดย : ราชาฮิป (#102076) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    วิจารย์ได้เคลียร์มากครับ แต่ผมว่าไม่น่าจะมีภาคต่อ เพราะถ้ามีภาคต่อหนังจะไม่สนุก ทำให้ไปคิดเอาเองว่าตกลงเป็นยังไง แต่ผมว่าเคลียร์นะที่คนข้างล่างว่ามา ผมก็งงเหมือนกันตอนจบ แต่พออ่านแล้ว ใช่เลย เอาไปเลยห้าดาว

    เขียนเมื่อ July 25, 2010 เวลา 23:21 IP : 180.183.126.x| Permalink
  38. โดย : NiGhTz (#101890) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    เพิ่งไปดูมาเมื่อวานที่โลตัสบางกะปิ รอบ 23:35 หนังจบ ตี 3
    ปิดแอร์กลางเรื่องซะงั้น ก้อเรยต้องตั้งจัยดู เพราะหายจัยม่ะออก555

    บทสรุปตอนจบ :::: คิดว่าพระเอกยังไม่ได้ตื่นจากความฝัน (เป็นการสร้างหนังเกี่ยวกะกลไกการตลาด 1.ทำรายได้เพิ่ม เพราะต้องมีคนไปดูหลายรอบเพราะไม่เข้าจัยแน่นอน 2. หั้ยคนที่ม่ะอยากดูหลายรอบ ต้องการรอชมภาคต่อ)

    ไม่ต้องกัวว่าภาคต่อ จะรอนาน สิ้นปีน่าได้ดูแน่นอน เหมือนเดอะแมททริก เพราะกองถ่าย เขาถ่ายเกบไว้ยุวแร้ว หนังแค่สองชั่วโมงครึ่ง ม่ะพอกับหนังเรื่องนี้หรอก รายละเอียดในหนังมีอีกเยอะ เพราะ ต้องการทำเปนหนังไตรภาค

    มีข้อสังเกตหลายประเด็นยุวที่หลายอย่าง

    1.ลูกข่างไม่หยุดหมุน เพราะปกติแร้วลูกข่างที่พระเอกหมุน จะหมุนได้แค่ สักครู่เดียว ก้อล้ม แต่นี้ ใช้เวลา นาน แระเปนข้อถกเถียง แระข้อสงสัยหั้ยคนดูเปนอย่างมาก
    2.ลูก ๆ เปนภาพเดิม แระอากับกิริยาท่าทางก้อเหมือนเดิม คนสงสัยว่าทำไมเหนน่า เพราะพระเอกจินตนาการขึ้นมาหั้ยเหนน่าลูก แต่ตอนที่คุยทางโทรสับ เปนเสียงเด็กผู้หญิงที่เปนสาวแร้ว เด็กอายุเท่านั้น คงไม่ใช่เสียงแบบนี้
    3.แร้วซาโต้หล่ะ เขายังไม่ได้ยิงตัวตาย พระเอกตื่นขึ้นมาก่อนในฝันอีกชั้นของพระเอก ต้องแยกหั้ยออกว่า ที่เรากำลังดูแต่ละฉากนั้นเปนฝันของใคร
    4.ภาพที่บนเครื่องบิน ทุกคนตื่นก้อจิง แต่นั้นก้อเปนจินตนาการของพระเอกอีกนั้นแหละเพราะตนเองอยากกลับบ้าน ก้อเรย สะกดจิตใต้สำนึกของตัวเองว่าได้หาทางกลับบ้านได้แร้ว โดยการหลอกตัวเอง เพราะ ฝันชั้นที่รถตกลงน้าม พระเอกแระซาโต้ยังไม่ตื่น
    5.ฉากที่ตื่นขึ้นบนเครื่องบิน เปนจิตใต้สำนึกของพระเอก ที่เขาคิดว่า เขาปะติบัติการสำเร็จแร้ว แต่ไม่ใช่ เพราะซาโต้ ได้ ตายไปในฝันชั้นที่ 3 แร้วพระเอก ก้อยังติดยุวในฝันของเขา ตอนที่บอกลานางเอก พระเอกยังไม่หลุดออกมา
    6. ฉากที่สนามบิน ตอนคนตรวจเมือง ไม่มีคัยสังเกตหรอ ว่าทุกคนในทีมมองที่พระเอก แต่ทัมเหมือนคนไม่รุวจัก เพราะ นี่ คือฝันที่พระเอกสร้างขึ้น ในกฎข้อที่ว่า “คนในจินตนาการ จะมาสนจัยในคนที่สร้างฝันนี้ขึ้นมา ถ้าคนที่สร้างฝันเริ่มโลเล เหมือน ฉากในบาร์โรงแรม ที่ทุกคนหันมามองพระเอกแร้วทุกคน มองพระเอก สังเกตได้ที่ ทัมไมสถาปนิกหญิง ไปเปนนักตรวจพาสปอต ทั้ง ๆ ที่เปนคนในทีม
    7. พระเอกหนี่มาตั้งนาน ลูกไม่คิดจะโตเรยรึ???? 8.พ่อพระเอก ไม่ได้ยุว ณ สถานที่นั้น แร้วไปรับพระเอกที่สนามบินได้เยี่ยงรัย ก้อเข้าจัยว่าเปนหนัง แต่ในความเปนจิงแร้ว พ่อพระเอกจะรุวได้ยังไงว่าพระเอก ได้กลับมาแร้ว เขาไม่ได้ยุวกะหลาน ๆ หนิ สรุปแร้ว เขาไม่ได้ตื่นจากฝัน แร้ว ทุกคน รอชม ภาคต่อได้เรย เพราะภาระกิจของพระเอกยังไม่สำเร็จ มีเหตุขัดข้องคือ ซาโต้ ต้องตายในฝันแร้วคัยจะพาพระเอกกลับบ้าน พระเอกจึงต้องช่วยหั้ยาโต้ ตื่นจากฝันชั้นห้วงนรกหั้ยได้

    ***สังเกตง่าย ๆ ที่ฉากแรก ฉากแรก เปนการเรียกซาโต้หั้ยขึ้นมาจากชั้นลึกสุด โดยฉากนั้นซาโต้แก่ แร้วมีคำพูดที่ว่า ” ผมเคยเหนลูกข่างอันนี้เปนลูกข่างของผุ้ชายคนนึงในฝัน ” แร้วภาพก้อตัดไปเล่าเรื่องก่อนที่ซาโต้จะฝัน เพราะว่าซาโต้คิดว่าตัวเองนั้นยุวโลกความจิง แต่ที่ไหนได้ เขาฝันยุว หนังต้องการสื่อแค่ว่า จะช่วยซาโต้ยังไง แค่นั้นเอง ทั้งเรื่องที่เราดูกัน เปนการเล่าย้อนเหตุการณ์ว่า ทัมไมซาโต้จึงแก่ แร้วพอมาถึงฉากเดิม ที่พระเอกเจอซาโต้ นั้นแหละ คือการเล่ามาถึงเหตุการณ์ปัจุบบัน ที่พระเอกกำลังพยายาม ช่วยหั้ยซาโต้ตื่น แต่ก้อไม่ตื่น ก้อ เลยมาเปนฉากที่นั่งเครื่องบิน เปนฝันของพระเอกต่อไปอีก อันนี้เปนการวิจารณ์ส่วนตัว แระดึงความน่าจะเปนของหนังมา เพราะเราได้มีความรู้เรื่องการทำหนังมาบางส่วน แร้วแต่คนจะคิดพิจรณา “นานาจิตตัง” เจริญพร ใครมีข้อสงสัยถามเราได้นะ เราจะหั้ยคำตอบ เพราะเรานอนเครียดเพราะหนังเรื่องนี้มาทั้งคืน จนได้ข้อสรุป และความน่าจะเปน ขอบคุนที่อ่านนะค๊าฟ

    เขียนเมื่อ July 25, 2010 เวลา 10:22 IP : 115.87.112.x| Permalink
  39. โดย : กูเอง (#101826) :

    หนัง Inception เมื่อโลกแห่งความจริงและความฝันแยกแยะกันไม่ออก

    บอกได้เลยว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุด (ณ ตอนนี้) ตั้งแต่ผมเกิดมามีชีวิตบนโลกใบนี้ และคิดถูกที่ไปดูหนังเรื่องนี้ คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม …
    โทเทมตอนจบอ่ะ หยุดคับ ไม่ได้ฝัน

    เขียนเมื่อ July 25, 2010 เวลา 01:46 IP : 10.0.3.x| Permalink
ข้อมูลหนังเพิ่มเติม
poster Inception จิตพิฆาตโลก

Inception จิตพิฆาตโลก
บทวิจารณ์
ตัวอย่างหนัง