กระดึ๊บ จากข่าวหน้าหนึ่ง สู่หนังสุดมึน

Home / วิจารณ์หนัง / กระดึ๊บ จากข่าวหน้าหนึ่ง สู่หนังสุดมึน

กระดึ๊บ

ราวกลางปี 2549 ใครที่ติดตามข่าวสารบ่อยๆน่าจะจำพาดหัวข้อข่าวนี้ได้ ชาวบ้านฮือฮาพบวัตถุประหลาดคล้ายเจลใสหล่นจากฟากฟ้า ลือเป็นสัตว์ประหลาดต่างดาว! แต่ต่อมาไม่นานหลังจากนั้นก็มีพาดหัวข่าวตามมาว่า? โอละพ่อ สัตว์ประหลาดที่ว่ากลับกลายเป็นแค่แผ่นเจลลดไข้แช่น้ำธรรมดา! ทำเอาชาวไทยทั้งหลายได้แต่ยิ้มแก้เก้อ กับข่าวที่สร้างความอับอายไปทั่ว

เรื่องนี้บอกบอกอะไรได้หลายอย่าง คล้ายกับว่า หากอยากรู้จักผู้คนในประเทศไหนอย่างรวดเร็ว ให้ดูพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ของประเทศนั้นๆ? และถ้าอยากรู้จักให้ลึกกว่านั้นอีกก็ดูหนังของประเทศนั้นสักเรื่อง ว่าแล้วค่ายหนังอารมณ์ดีอย่าง จีทีเอช ก็หยิบเอาข่าวฮาในรอบปีมาทำเป็นภาพยนตร์ซะเลย

กระดึ๊บ หรือในชื่อสากล Cool Gel Acttacks กำกับการแสดงโดย จตุรงค์ พลบูรณ์ (จตุรงค์ ม๊กจ๊ก ) เป็นภาพยนตร์ตลกนำ เมื่อเจลลดไข้ไม่ได้เป็นแค่เจลลดไข้ธรรมดา แต่กลายเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวตกลงมาในย่านชนบท ชาวบ้านจะแก้ไขสถานการณ์กันอย่างไร น่าคิดนะ

เนื้อเรื่องกล่าวถึง สองครอบครัวที่รั้วบ้านติดกัน แต่ทำธุรกิจขัดแย้งกัน บ้านหนึ่งขายซาลาเปา บ้านหนึ่งทำโรงนํ้าแข็ง เมื่อร้อนมาเจอเย็นก็เกิดปัญหา ไอร้อนจากหม้อนึ่งซาลาเปาทำให้น้ำแข็งละลาย เป็นประเด็นให้ผู้ใหญสองบ้านขัดแย้งกัน แต่ไอ้หนุ่มขี้เล่นบ้านโรงนํ้าแข็งกลับแหกกฏปีนข้ามรั้วมาจีบลูกสาวคนโตบ้านซาลาเปา พร้อมๆกับที่เจ้าเจลสีฟ้าค่อยๆ กระดึ๊บ มาอาละวาด ความอลเวงสุดฮาจึงเกิดขึ้น

ตัวหนังเน้นอารมณ์ขันแบบตลกคาเฟ่เป็นส่วนใหญ่ ตัวละครแก้มุขกันชนิดไม่เกรงใจว่ากำลังถ่ายหนัง อย่างหลายมุขดูคล้ายด้นสด แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะได้อย่างดี แถมมีประเด็นเสียดสีสังคมไทยเล็กๆ ทั้งชาวบ้านหน้ามึน เพื่อนบ้านทะเลาะกัน นักเลงไล่ที่ ไปจนถึงตำรวจพึ่งไม่ได้

กระดึ๊บ

ในส่วนของนักแสดง? จาตุรงค์ กับ จิ้ม ชวนชื่น นำทีมมาเรียกความฮา ร่วมด้วย ฟรอยด์ ณัฏฐพงศ์ ที่มีมุขแพรวพรายไม่ใช่เล่น? แต่ที่เซอร์ไพรส์สุดๆเห็นจะเป็น พีค ภัทรศยา กับการแสดงหนังตลกจริงๆครั้งแรกของเธอ ถือว่าทำได้ดีเกินคาด ที่อยากพูดถึงอีกคนคือ โก๊ะตี๋ ถึงแม้ใครจะบ่นว่าเบื่อหน้าแกยังไงก็เถอะ เรื่องนี้ออกแป๊บเดียวขโมยซีนโกยเสียงหัวเราะไปเพียบ โดยเฉพาะฉากที่นั่งรับโทรศัพท์ร้องเรียนชาวบ้าน

ด้านสเปเชี่ยลแอฟเฟ็กซ์ เจ้าตัวเจลลดไข้ ก็ทำออกมาได้ดี เสียดายที่ไม่ได้ถูกชูออกมาเท่าไหร่ คล้ายกับเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากเท่านั้น

อาจเป็นความตั้งใจของผู้สร้างเองก็ได้ ที่ไม่ได้ต้องการสื่อสารหรือเน้นเนื้อหาจริงจังอะไร ให้ผู้ชมกลับไปคิด เพียงแค่ต้องการหยิบข่าวแปลกๆในสังคมมาล้อเลียนในมุมเบาๆเท่านั้น

ตลอดการชมหนังเรื่องนี้ จึงเป็นเพียงแค่การนั่งรอมุขขำๆจากนักแสดงเสียส่วนใหญ่ ก็นี่มันหนังไทยไม่ใช่ข่าว คนไทยจะคิดอะไรกันมากละครับ

โดย นกไซเบอร์

http://cyberbird.exteen.com/20101207/entry