<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Mthai Movie &#187; วิจารณ์หนัง บทวิจารณ์หนังใหม่</title>
	<atom:link href="http://movie.mthai.com/movie-review/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://movie.mthai.com</link>
	<description>ภาพยนตร์ ซีรี่ย์ หนังทำเงิน Boxoffice คลิปวิดีโอหนังตัวอย่าง movie series drama action comedy trailer ตัวอย่างหนัง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 May 2013 17:16:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.1</generator>
		<item>
		<title>Fast &amp; Furious 6 : สานต่อการแข่งรถ ที่ โม้ บ้า แต่โคตรอภิมหามันส์</title>
		<link>http://movie.mthai.com/movie-review/139002.html</link>
		<comments>http://movie.mthai.com/movie-review/139002.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 May 2013 16:42:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Agent17</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง บทวิจารณ์หนังใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Fast and Furious 6]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Six]]></category>
		<category><![CDATA[Gina Carano]]></category>
		<category><![CDATA[Haywire]]></category>
		<category><![CDATA[Justin Lin]]></category>
		<category><![CDATA[Luke Hobbs]]></category>
		<category><![CDATA[The Rock]]></category>
		<category><![CDATA[Vin Diesel]]></category>
		<category><![CDATA[จัสติน หลิน]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแล้วมาคุยกัน]]></category>
		<category><![CDATA[พอล วอคเกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาส ซิกห์]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ลุค ฮ๊อบส์]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[วิน ดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[เจสัน สเตทแธม]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะ ร๊อค]]></category>
		<category><![CDATA[เธอแรงหยุดโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://movie.mthai.com/?p=139002</guid>
		<description><![CDATA[<p>ถือว่ากลายเป็นเฟรนไซส์ที่ต้องขอบอกว่ามีความสนุกเพิ่มขึ้นแทบทุกภาคจริงๆ สำหรับ Fast &#38; Furious ที่ภาคแรกๆนั่นก็เป็นแข่งรถกันดีๆอยู่หรอก จนกระทั่งมาอยู่ในมือของผู้กำกับ จัสติน หลิน ที่คิดจะแหวกกฏการแข่งรถ จนกลายเป็นหนังโจรกรรมอภิมหาความมันส์อันยิ่งใหญ่ จนกวาดรายได้ และมีแฟนๆเพิ่มขึ้นในทุกๆภาค โดยในตอนนี้ก็ดำเนินมาถึงภาคที่ 6 กันเรียบร้อย กับเรื่องราว นับตั้งแต่การปล้นที่ริโอของดอม (ดีเซล) และไบรอัน (วอล์คเกอร์) ได้ทลายอาณาจักรของราชายาเสพติดและพวกเขาก็จากมาพร้อมกับเงิน 100 ล้านเหรียญ ตัวเอกของเราต่างก็กระจัดกระจายกันไปทั่วโลก แต่การที่พวกเขาไม่สามารถกลับบ้านเกิดและต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนโจรร้าย ในขณะเดียวกัน ฮ็อบส์ (จอห์นสัน) ก็กำลังสืบร่องรอยขององค์กรนักซิ่งรับจ้างฝีมือพระกาฬที่ฝากผลงานอาชญากรรม ไว้ใน 12 ประเทศ โดยผู้อยู่เบื้องหลังองค์กรนี้ (อีวานส์) ได้รับความช่วยเหลือจากมือขวาไร้ปรานี ที่ถูกเปิดเผยว่าคือ เล็ตตี้ (โรดริเกซ) หญิงคนรักที่ดอมคิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว หนทางเดียวที่จะหยุดยั้งพวกเขาได้คือการเอาชนะพวกเขาในการซิ่ง ฮ็อบส์จึงขอให้ดอมรวมทีมนักซิ่งของเขาในลอนดอน โดยค่าตอบแทนเป็นการอภัยโทษให้กับพวกเขาทั้งหมดเพื่อที่จะกลับคืนสู่บ้านเกิด โดยในภาคนี้ก็ยังคงกำกับการแสดงโดย จัสติน หลิน จากภาค 3-5 ที่น่าเสียดายว่าภาคนี้เป็นภาคสุดท้ายของผู้กำกับคนนี้ซะแล้ว เนื่องจากเขาอยากจะหันไปทำอะไรใหม่ๆบ้าง (โดยภาค 7 ได้ส่งต่อให้ผู้กำกับ [...]</p><p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/139002.html">Fast &#038; Furious 6 : สานต่อการแข่งรถ ที่ โม้ บ้า แต่โคตรอภิมหามันส์</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-large wp-image-139003" alt="fast-and-furious-6-picture06" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2013/05/fast-and-furious-6-picture06-600x456.jpg" width="600" height="456" /></p>
<p style="text-align: left;">ถือว่ากลายเป็นเฟรนไซส์ที่ต้องขอบอกว่ามีความสนุกเพิ่มขึ้นแทบทุกภาคจริงๆ สำหรับ Fast &amp; Furious ที่ภาคแรกๆนั่นก็เป็นแข่งรถกันดีๆอยู่หรอก จนกระทั่งมาอยู่ในมือของผู้กำกับ จัสติน หลิน ที่คิดจะแหวกกฏการแข่งรถ จนกลายเป็นหนังโจรกรรมอภิมหาความมันส์อันยิ่งใหญ่ จนกวาดรายได้ และมีแฟนๆเพิ่มขึ้นในทุกๆภาค โดยในตอนนี้ก็ดำเนินมาถึงภาคที่ 6 กันเรียบร้อย</p>
<p>กับเรื่องราว นับตั้งแต่การปล้นที่ริโอของดอม (ดีเซล) และไบรอัน (วอล์คเกอร์) ได้ทลายอาณาจักรของราชายาเสพติดและพวกเขาก็จากมาพร้อมกับเงิน 100 ล้านเหรียญ ตัวเอกของเราต่างก็กระจัดกระจายกันไปทั่วโลก แต่การที่พวกเขาไม่สามารถกลับบ้านเกิดและต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนโจรร้าย ในขณะเดียวกัน ฮ็อบส์ (จอห์นสัน) ก็กำลังสืบร่องรอยขององค์กรนักซิ่งรับจ้างฝีมือพระกาฬที่ฝากผลงานอาชญากรรม ไว้ใน 12 ประเทศ โดยผู้อยู่เบื้องหลังองค์กรนี้ (อีวานส์) ได้รับความช่วยเหลือจากมือขวาไร้ปรานี ที่ถูกเปิดเผยว่าคือ เล็ตตี้ (โรดริเกซ) หญิงคนรักที่ดอมคิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว หนทางเดียวที่จะหยุดยั้งพวกเขาได้คือการเอาชนะพวกเขาในการซิ่ง ฮ็อบส์จึงขอให้ดอมรวมทีมนักซิ่งของเขาในลอนดอน โดยค่าตอบแทนเป็นการอภัยโทษให้กับพวกเขาทั้งหมดเพื่อที่จะกลับคืนสู่บ้านเกิด</p>
<p>โดยในภาคนี้ก็ยังคงกำกับการแสดงโดย จัสติน หลิน จากภาค 3-5 ที่น่าเสียดายว่าภาคนี้เป็นภาคสุดท้ายของผู้กำกับคนนี้ซะแล้ว เนื่องจากเขาอยากจะหันไปทำอะไรใหม่ๆบ้าง (โดยภาค 7 ได้ส่งต่อให้ผู้กำกับ เจมส์ วาน จาก Insidious) ซึ่งก็ต้องขอยอมรับเลยว่า การทิ้งทวนของผู้กำกับ จัสติน หลิน ในภาค 6 นั่นออกมาไม่ธรรมดาจริงๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครยังคิดว่า Fast &amp; Furious เป็นหนังแข่งรถอยู่ไหม เพราะถ้าเกิดคุณยังคิดอย่างนั้นอยู่นั่น ก็คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่กันได้แล้ว เพราะตอนนี้เฟรนไซส์หนังเรื่องนี้มันได้กลายเป็นหนังแนวไล่ล่า ล้างแค้น และ ชิงไหวชิงพริบ กันแบบเต็มตัวไปเรียบร้อย โดยยังมีการยึดคอนเซปต์หลักเดิมๆจากภาคแรกๆอยู่แค่การมี รถสวย และ หญิงเซ็กซี่ เท่านั้น</p>
<p>ซึ่งถ้าหากภาคต่อเรื่องไหน ที่สร้างภาคต่อมาแล้วไปบิดความตั้งใจ หรือ เสน่ห์ ของภาคแรกๆออกหมด คงจะโดนด่ายับ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่กับ Fast &amp; Furious ซะทีเดียว เพราะเห็นได้จากการที่ภาค 5 ได้กลายเป็นหนังโจรกรรม ก็ดูเหมือนจะได้เสียงตอบรับดีกว่าการกลับไปแข่งรถแบบภาคแรกๆเสียอีก ซึ่งในภาค 6 ก็เช่นเดียวกัน กับการที่ผู้กำกับยังคงยึดหลักในคอนเซปต์เดิมตัวเองไม่มีเปลี่ยน นั่นคือ ใส่ฉากแอ็คชั่นสุดโม้ ที่พวกเราไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าใครจะกล้าคิดทำฉากแบบนี้ในโลกภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็น การกระโดดออกจากรถความเร็วสูงเพื่อที่จะรับตัวอีกคน หรือแม้แต่ใช้รถลากเครื่องบิน ที่คนดูรู้ทั้งรู้ว่าภาพที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าเหล่านั้นสุดแสนจะโม้ และมีแต่ความเป็นไปไม่ได้ แต่ผู้กำกับนั่นก็สามารถทำให้เราสนุกไปกับมัน และอ้าปากค้างได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงเวลา 40 นาทีสุดท้ายของหนัง ที่เป็นฉากแอ็คชั่นแพ็คใหญ่จัดต่อกันอย่างไม่ต้องหายใจ</p>
<p>โดยนอกจากฉากแอ็คชั่นที่ผู้กำกับ จัสติน หลิน จะสามารถจัดเต็มให้กับแฟนๆได้อย่างดีเยี่ยม อีกสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าภาคนี้เขาจะทิ้งทวนจริงๆแล้ว คงหนีไม่พ้นการที่เขาได้จับเอาเรื่องราวทั้งหมดไปเชื่อมโยงกับภาค 1 3 4 5 แบบที่เรียกได้ว่า ใครไม่ได้ดูภาคก่อนๆมา และหวังจะมาเอาแต่มันส์ในภาคนี้ คงมีงง และ ไม่อิน กันเป็นบางส่วน คลุกคลีไปกับประเด็นเรื่อง ครอบครัว ที่ในหนังภาคแรกพยายามจะปูบทผ่านครอบครัวของ ดอม โทเร็ตโต้ ที่ผู้กำกับ จัสติน หลิน นำเอามันมาเล่น และ จี้จุด นี้ ให้กลายเป็นความสำคัญอีกครั้งในหนังตระกูลนี้ ผสมกับเหล่าฉากแอ็คชั่นได้อย่างสนุกสนาน และ ไม่น่าเบื่อ ซึ่งอีกสีสันนึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ของภาคนี้ คงหนีไม่พ้นกับด้านนักแสดงอย่าง วิน ดีเซล แอนด์ เดอะ แก๊งค์ ที่รู้สึกได้ว่าผกก. จัสติน หลิน จะดึงเอาเสน่ห์ในตัวละครเหล่านี้ออกมาได้ใช้ได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่าทุกครั้งที่ผ่าน</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตามนั่น ถ้าหากให้เทียบระหว่างภาค 5 และ 6 ผมยังคิดว่าหนังในตระกูล ฟาสต์ นั่นยังไม่มีภาคไหนสามารถเทียบความสมบูรณ์แบบในภาค 5 ได้นัก อาจจะคงเป็นเพราะในภาค 6 มีบทสนทนาที่เยอะเกินไปกว่าจะจัดเต็มกันได้ แต่ก็อย่าหาว่าอย่างนู้นอย่างงี้เลยครับ เพราะเมื่อภาค 6 จัดเต็มใน 40 นาทีสุดท้ายแล้ว ก็อาจจะทำเอาฉากแอ็คชั่นภาคอื่นๆที่คิดว่าเจ๋ง อายกันไปเลยก็ได้</p>
<p><span style="color: #008000;">เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ</span></p>
<p><span style="color: #008000;">โดย ลูกอบรสเขียด</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ป.ล. หนังจบแล้วอย่าเพิ่งรีบลุก มีฉากหลังเครดิต ซึ่งเป็นฉากที่ทำเอาหลายคนปรบมือ และตะโกนว่า เช้ดดดด แบบเซอร์ไพรส์จริงๆ</strong></span></p>
<p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/139002.html">Fast &#038; Furious 6 : สานต่อการแข่งรถ ที่ โม้ บ้า แต่โคตรอภิมหามันส์</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://movie.mthai.com/movie-review/139002.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>54</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Rurouni Kenshin : โลกยุคใหม่ ของ ซามูไร พเนจร</title>
		<link>http://movie.mthai.com/movie-review/138739.html</link>
		<comments>http://movie.mthai.com/movie-review/138739.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 May 2013 15:47:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Agent17</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง บทวิจารณ์หนังใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Rurouni Kenshin]]></category>
		<category><![CDATA[Samurai X]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ตูน]]></category>
		<category><![CDATA[ซามูไร พเนจร]]></category>
		<category><![CDATA[ดาบแค้น]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแล้วมาคุยกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วโลกรอคอย]]></category>
		<category><![CDATA[ทาเครุ ซาโต้]]></category>
		<category><![CDATA[มังงะ]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[เคนชิน ซามูไร X]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://movie.mthai.com/?p=138739</guid>
		<description><![CDATA[<p>ถือว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่น่าสนใจทีเดียวกับ Rurouni Kenshin หรือที่เรารู้จักกันในนาม เคนชิน ซามูไร X ที่สร้างมาจากการ์ตูนชื่อ ดังที่ทุกคนต้องรู้จักอย่าง Samurai X (ในชื่อไทย ซามูไร พเนจร) โดยได้พระเอกหน้าหวานอย่าง ทาเครุ ซาโต้ มารับบท เคนชิน ซามูไรพเนจร ที่หลังจากเมื่อปีที่แล้วทำเงินถล่มในตารางหนังทำเงินของ ญี่ปุ่น ในปีนี้ก็มาถึงคราวที่คนไทยจะได้สัมผัสในโรงภาพยนตร์กันบ้าง กับเรื่องราวเกิดขึ้นในสมัยเมจิ ซึ่งระบอบศักดินาของญี่ปุ่นล่มสลาย ชายหนุ่มพเนจรที่มีชื่อว่าฮิมุระ เคนชิน (ทาเครุ ซาโต้) ผู้มีอดีตเคยเป็นนักฆ่าผู้โด่งดังนามว่า “ฮิโตคิริ บัตโตะไซ”ภาย หลังจากสงครามสิ้นสุดลง เขาเดินทางร่อนเร่ไปยังเมืองต่างๆตามชนบท เสนอตัวที่จะใช้ทักษะของเขาในการปกป้อง และเพื่อเป็นการไถ่บาปให้กับหลายที่ชีวิตที่เ­ขาเคยฆ่าทิ้งไปและปฏิญาณกับตนเองว่าจะไม่มีทางคร่าชีวิตผู้อื่นอีก แต่เมื่อบรรดาผู้คนที่เขารักถูกทำร้ายและท­รมาน เคนชินต้องเลือกว่าจะยอมเผชิญหน้ากับอดีตอันดำมืดของเขาหรือไม่ โดยการนำ ซามูไร พเนจร มาขึ้นจอใหญ่ในครังนี้ เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับ เคอิชิ โอโตโมะ ผู้กำกับทีวี ซีรี่ย์ ชาวญี่ปุ่น ที่โดดมารับงานหนังจอเงินเป็นครั้งที่ 2 โดยก่อนอื่นเลย ตัวผมนั่นเคยอ่านการ์ตูน ซามูไร พเนจร มาแค่ผ่านตาเท่านั้น [...]</p><p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/138739.html">Rurouni Kenshin : โลกยุคใหม่ ของ ซามูไร พเนจร</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-138740" alt="takeru4" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2013/05/takeru41.jpg" width="500" height="334" /></p>
<p>ถือว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่น่าสนใจทีเดียวกับ Rurouni Kenshin หรือที่เรารู้จักกันในนาม เคนชิน ซามูไร X ที่สร้างมาจาก<a title="การ์ตูน" href="http://cartoon.mthai.com/">การ์ตูน</a>ชื่อ ดังที่ทุกคนต้องรู้จักอย่าง Samurai X (ในชื่อไทย ซามูไร พเนจร) โดยได้พระเอกหน้าหวานอย่าง ทาเครุ ซาโต้ มารับบท เคนชิน ซามูไรพเนจร ที่หลังจากเมื่อปีที่แล้วทำเงินถล่มในตารางหนังทำเงินของ ญี่ปุ่น ในปีนี้ก็มาถึงคราวที่คนไทยจะได้สัมผัสในโรงภาพยนตร์กันบ้าง</p>
<p style="text-align: left;">กับเรื่องราวเกิดขึ้นในสมัยเมจิ ซึ่งระบอบศักดินาของญี่ปุ่นล่มสลาย ชายหนุ่มพเนจรที่มีชื่อว่าฮิมุระ เคนชิน (ทาเครุ ซาโต้) ผู้มีอดีตเคยเป็นนักฆ่าผู้โด่งดังนามว่า “ฮิโตคิริ บัตโตะไซ”ภาย หลังจากสงครามสิ้นสุดลง เขาเดินทางร่อนเร่ไปยังเมืองต่างๆตามชนบท เสนอตัวที่จะใช้ทักษะของเขาในการปกป้อง และเพื่อเป็นการไถ่บาปให้กับหลายที่ชีวิตที่เ<wbr />­ขาเคยฆ่าทิ้งไปและปฏิญาณกับตนเองว่าจะไม่มีทางคร่าชีวิตผู้อื่นอีก แต่เมื่อบรรดาผู้คนที่เขารักถูกทำร้ายและท<wbr />­รมาน เคนชินต้องเลือกว่าจะยอมเผชิญหน้ากับอดีตอันดำมืดของเขาหรือไม่</p>
<p style="text-align: left;">โดยการนำ ซามูไร พเนจร มาขึ้นจอใหญ่ในครังนี้ เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับ เคอิชิ โอโตโมะ ผู้กำกับทีวี ซีรี่ย์ ชาวญี่ปุ่น ที่โดดมารับงานหนังจอเงินเป็นครั้งที่ 2 โดยก่อนอื่นเลย ตัวผมนั่นเคยอ่านการ์ตูน ซามูไร พเนจร มาแค่ผ่านตาเท่านั้น ไม่ได้ถึงขั้นติดจริงจัง หรือรู้จักลึกซึ้งกับการ์ตูนเรื่องนี้มาก จึงไม่สามารถนำเอาตัวฉบับหนังนี่ไปเปรียบกับการ์ตูนได้อย่างทุกรายละเอียด เพราะฉะนั้นเอาเข้าจริงๆถ้าหากจะให้พูดในฐานะคนไม่ใช่แฟนการ์ตูน แต่ค่อนข้างตั้งความหวังไว้กับตัวหนังเรื่องนี้มากสมควร คงบอกได้แค่ว่า การนำ ซามูไร พเนจร มาขึ้นจอใหญ่ในฉบับนี้ค่อนข้างทำได้น่าผิดหวังพอสมควรครับ</p>
<p style="text-align: left;">ซึ่งความผิดหวังของตัวหนังนั่นต้องโยนความผิดให้กับ การตัดต่อ และ เนื้อเรื่อง อย่างเดียวเลยจริงๆ ที่ไม่สามารถนำเอาโครงเรื่องของตนเอง ที่เปิดปมไว้ มาปิดปลายได้อย่างสมบูรณ์แบบเหมือนตอนต้น โดยเฉพาะเรื่องของการเปลี่ยนแปลงยุคสมัย จากยุคของ ซามูไร มาจนถึงยุคใหม่ ที่ทุกอย่างเจริญเติบโต แต่เหล่าซามูไรผู้กล้าในสมัยก่อน กลับต้องตกต่ำ ที่ตัวหนังนั่นค่อนข้างโฟกัสไปในการดำเนินเรื่องอันยืดยาวของตนมากกว่า จึงทำให้ประเด็นเหล่านี้ตกไป และเป็นได้แค่ฉากหลังประกอบตัวเรื่อง เช่นเดียวกับเรื่องราว อุดมการณ์ และ วิถีแห่งการฆ่า ของตัวเอกอย่าง เคนชิน ที่ต้องการกลับตัวกลับใจ กลับกลายเป็นคนธรรมดา ที่น่าเสียดายเพราะด้วย ตัวบท และ การตัดต่อ นั่น ไม่อาจทำให้เราเชื่อได้ว่า ตัวเอก รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ พร้อมกับไม่สามารถอธิบายเรื่องราวของโลก สีดำ สีขาว ได้อย่างที่เปิดตัวมาอีกด้วย</p>
<p style="text-align: left;">แถมการที่ตัวหนังปั้นตัวร้ายทั้ง 2 ตัว ให้ดูเป็นการ์ตูนมากจนเกินไป จึงเป็นอีกข้อเสียนึงของหนัง ที่ทำให้ อุดมการณ์ ของตัวร้ายหลักตัวนึงในเรื่อง ออกมาดูไร้เหตุผล และมีความเชื่อว่าตัวเองนั่นเกิดมาเป็นตัวร้าย เพื่อทำชั่ว ไร้อุดมการณ์ และเหตุสำคัญในการกระทำ มากจนเกินไป จนท้ายสุดแล้วคนดูก็ไม่ได้รู้ถึงเหตุผลว่า ทำไมตัวละครนี้ถึงต้องเป็นตัวร้าย ไม่ใช่แค่ตัวหนังจับวางให้เขาเป็นเท่านั้น</p>
<p style="text-align: left;">โดย 2 สิ่งที่เห็นว่าจะเป็นตัวช่วยพยุงให้ตัวหนัง เคนชิน ยังพอดูเพลิน และหยุดคิดไปทางด้านข้อเสียของตัวหนังสักครู่นึง เห็นจะเป็นฉากแอ็คชั่นของตัวหนัง ที่ทำออกมาได้มันส์สะใจอยู่เป็นจังหวะๆ ไม่ว่าจะเป็นลีลาการใช้ดาบ หรือ หมัด ก็ต่างจัดวางคิวบู๊ออกมาได้ดูเป็นการ์ตูนที่จริงจัง และน่าจะถูกใจคอหนังสือการ์ตูนได้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะฉากสุดท้ายของหนังที่ปลดปล่อยออกมาแบบที่เรียกว่า คนดูคงคุ้มที่จะรอ ซึ่งอีกข้อนึงที่ช่วยหนังได้ไม่แพ้ฉากแอ็คชั่น คงเป็นด้านของนักแสดงสาวอย่าง ทาเคอิ เอมิ ในบท คาโอรุ ที่ดูจะมีเสน่ห์มากกว่าตัวพระเอกเสียอีก</p>
<p style="text-align: left;">ซึ่งโดยรวมแล้วเรื่อง เคนชิน ซามูไร X ผมก็ไม่รู้ว่าคอหนังสือ การ์ตูน จะถูกอกถูกใจมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าพูดในฐานะของคนธรรมดาทั่วไปอย่างผมนั่น ค่อนข้างผิดหวังกับตัวหนัง ที่อาจจะมีฉากแอ็คชั่นที่ค่อนข้างมันส์ แต่กลับผิดคาดกับด้านตัวบท และ การตัดต่อ ที่ทำเอาหนังดร๊อปความสนุกลงไปมากพอสมควรครับ</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;"><strong>เรื่องนี้ผมให้ 5/10 ครับ</strong></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;"><strong>โดย ลูกอบรสเขียด</strong></span></p>
<p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/138739.html">Rurouni Kenshin : โลกยุคใหม่ ของ ซามูไร พเนจร</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://movie.mthai.com/movie-review/138739.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Great Gatsby – หัวใจเปี่ยมรักของแกสบี้</title>
		<link>http://movie.mthai.com/movie-review/138733.html</link>
		<comments>http://movie.mthai.com/movie-review/138733.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 May 2013 05:56:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Agent17</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง บทวิจารณ์หนังใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Charthree]]></category>
		<category><![CDATA[The Great Gatsby]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแล้วมาคุยกัน]]></category>
		<category><![CDATA[นวนิยาย]]></category>
		<category><![CDATA[บัซ เลอร์มานน์]]></category>
		<category><![CDATA[รักเธอสุดที่รัก]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[สามมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[อมิตาป ปาจัน]]></category>
		<category><![CDATA[เอฟ. สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์]]></category>
		<category><![CDATA[แครี่ มัลลิแกน โจล เอ็ดเกอร์ตัน]]></category>
		<category><![CDATA[โทบี้ แม็คไกวร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://movie.mthai.com/?p=138733</guid>
		<description><![CDATA[<p>เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ความรักทำให้โลกหมุน ซึ่งก็คงจะจริงส่วนหนึ่ง เพราะความรักถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ใครอยู่ในห้วงยามนี้จะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้เพื่อคนที่ตัวเองรัก แต่กระนั้นก็ยังมีเรื่องน่าเศร้า เพราะแม้เราจะเพียรทำทุกอย่างเพื่อฝ่ายตรงข้ามเพราะรัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายตรงข้ามจะเข้าใจและรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น… โลกนี้จึงเต็มไปด้วยคนที่ผิดหวังในความรักมากกว่าสมหวัง บัซ เลอร์แมนน์ ผู้กำกับผู้โด่งดังจาก Romeo + Juliet (1996) และ Moulin Rouge! (2001) กลับมาอีกครั้งกับ The Great Gatsby ซึ่งสร้างมาจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ เอฟ. สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ นักเขียนชาวอเมริกัน ที่ถูกสร้างมาเป็นภาพยนตร์แล้วหลายครั้ง ซึ่งครั้งนี้มีความพิเศษคือ การนำเทคนิคภาพ 3 มิติ มาใช้ ซึ่ง เลอร์แมนน์ ก็เหมือนผู้กำกับชื่อดังหลายรายที่หันมาลองทำงาน 3 มิติกับเขาบ้าง หากพิจารณาหนัง 3 มิติ ที่ออกมา ส่วนมากมักจะเป็นหนังแอ็คชั่นโชว์ฉากซีจีอลังการ แต่กับ The Great Gatsby มันคือหนังแนวดราม่า! นี่จึงทำให้งาน 3 มิติในเรื่องนี้มีความน่าสนใจว่ามันเหมาะสมแค่ไหนกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาหลังจากชมต้องถือเป็นความน่าพอใจ [...]</p><p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/138733.html">The Great Gatsby – หัวใจเปี่ยมรักของแกสบี้</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-large wp-image-138734" alt="the-great-gatsby-image" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2013/05/the-great-gatsby-image-600x323.jpg" width="600" height="323" /></p>
<p style="text-align: left;">เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ความรักทำให้โลกหมุน ซึ่งก็คงจะจริงส่วนหนึ่ง เพราะความรักถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ใครอยู่ในห้วงยามนี้จะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้เพื่อคนที่ตัวเองรัก แต่กระนั้นก็ยังมีเรื่องน่าเศร้า เพราะแม้เราจะเพียรทำทุกอย่างเพื่อฝ่ายตรงข้ามเพราะรัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายตรงข้ามจะเข้าใจและรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น… โลกนี้จึงเต็มไปด้วยคนที่ผิดหวังในความรักมากกว่าสมหวัง</p>
<p><strong>บัซ เลอร์แมนน์</strong> ผู้กำกับผู้โด่งดังจาก <strong>Romeo + Juliet (1996)</strong> และ <strong>Moulin Rouge! (2001)</strong> กลับมาอีกครั้งกับ <strong>The Great Gatsby</strong> ซึ่งสร้างมาจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ <strong>เอฟ. สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์</strong> นักเขียนชาวอเมริกัน ที่ถูกสร้างมาเป็นภาพยนตร์แล้วหลายครั้ง</p>
<p>ซึ่งครั้งนี้มีความพิเศษคือ การนำเทคนิคภาพ 3 มิติ มาใช้ ซึ่ง <strong>เลอร์แมนน์</strong> ก็เหมือนผู้กำกับชื่อดังหลายรายที่หันมาลองทำงาน 3 มิติกับเขาบ้าง หากพิจารณาหนัง 3 มิติ ที่ออกมา ส่วนมากมักจะเป็นหนังแอ็คชั่นโชว์ฉากซีจีอลังการ แต่กับ <strong>The Great Gatsby</strong> มันคือหนังแนวดราม่า! นี่จึงทำให้งาน 3 มิติในเรื่องนี้มีความน่าสนใจว่ามันเหมาะสมแค่ไหนกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาหลังจากชมต้องถือเป็นความน่าพอใจ งานภาพ 3 มิติไปกันได้ดีกับฉากมากสีสันและเครื่องแต่งกายสีฉูดฉาดของยุคสมัยอัน ฟุ้งเฟ้อในอเมริกายุคทศวรรษที่ 20 และทำให้เข้าใจกับคำว่า หลงแสงสี มันเป็นอย่างไร</p>
<p><strong>The Great Gatsby</strong> เล่าเรื่องราวชีวิตของ นิค คาร์ราเวย์ <strong>(โทบี้ แม็กไกวร์)</strong> ที่เดินทางมาสู่นิวยอร์กเพื่อไล่ตามความฝันแบบอเมริกันดรีม เขาพักอาศัยอยู่ใกล้กับคฤหาสน์มหาเศรษฐีลึกลับนาม เจย์ แกสบี้ <strong>(ลีโอนาร์โด ดิคาพริโอ้)</strong> ที่ไม่เปิดเผยตัวตน แต่มักจะจัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ให้ผู้คนมาฉลองกัน</p>
<p>นิค เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ เดซี่ <strong>(แคร์รี่ มูลิแกน)</strong> ซึ่งเป็นภรรยาของทอม <strong>(โจแอล เอ็ดเกอร์ตัน)</strong> ชายตระกูลสูงผู้มั่งคั่ง นิคต้องรับรู้ว่าทอมนั้นนอกใจเดซี่ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ และทอมยังทำให้เขาลุ่มหลงไปกับกิเลศ ตัณหา ราคะ จนวันหนึ่งเขาได้รับบัตรเชิญจากแกสบี้ให้ไปร่วมงานเลี้ยง ความสัมพันธ์ฉันมิตรของแกสบี้และนิคจึงเริ่มขึ้น และนั่นทำให้นิครู้เบื้องหลังของการจัดงานเลี้ยงอันยิ่งใหญ๋ของแกสบี้ ซึ่งมันเกี่ยวพันกับชะตาชีวิตหลายคนที่เขารู้จัก</p>
<p><strong>The Great Gatsby</strong> ยังคงสไตล์การเล่าเรื่องในแบบ <strong>บัซ เลอร์แมนน์</strong> ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดดเด่นกับมุมมองการถ่ายภาพและการเคลื่อนกล้องอันเป็นเอกลักษณ์ ที่หวือหวามาในช่วงต้นที่เผยให้เห็นมุมมองของเมืองและสถานที่ต่างๆ ของนิวยอร์กในอดีตได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้เลอร์แมนน์ยังคงเก่งกาจกับการทำฉากสังสรรค์ เต้นรำ ให้ออกมาดูสนุกตื่นเต้นจนอยากจะออกมาขยับแข้งขาเลยทีเดียว</p>
<p>หนังเต็มไปด้วยทีมนักแสดงคุณภาพที่ต่างมาประชันกันในเรื่องนี้ ซึ่งทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ที่ช่วยให้หนังดูสนุกและน่าติดตาม แต่ที่น่าจับตามองในเรื่อง นอกจาก <strong>ลีโอนาร์โด ดิคาพริโอ้</strong> ที่โดดเด่นและทำให้ผู้ชมเอ็นดูและเห็นใจกับตัวละครซึ่งเป็นศูนย์กลางของเรื่องแล้ว คู่ปรับอย่าง <strong>โจแอล เอ็ดเกอร์ตัน</strong> ก็แสดงให้เห็นถึงพลังการแสดงที่ทัดเทียม ทำให้ฉากปะทะคารมของตัวละครทั้งสองเป็นอะไรที่สนุกสนาน</p>
<p>หนังเรื่องนี้มีอยู่หลายฉากที่เต็มไปด้วยบทสนทนาอันยาวเหยียดที่่ชวนให้ รู้สึกเบื่อได้ง่ายๆ แต่ว่าเอาเข้าจริงเรากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น! ซึ่งต้องยกความดีส่วนหนึ่งให้กับ คราร์ก อาร์มสตรงค์ คอมโพเซอร์มือรางวัลออสการ์ ที่มาทำดนตรีประกอบให้เรื่องนี้จนมีเสน่ห์โดดเด่นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าฉากและ เครื่องแต่งกายเลย</p>
<p>แต่กระนั้นสิ่งที่ <strong>บัซ เลอร์แมนน์</strong> ไม่สามารถทำได้เช่นเดียวกับ <strong>The Great Gatsby</strong> หลายเวอร์ชั่นที่ผ่านมานั้นก็คือ ไม่สามารถสะท้อนความโดดเด่นในฉบับนวนิยายออกมาได้ ปมเสียดสีสังคมอเมริกันที่เกิดขึ้นในยุคทศวรรษที่ 20 ที่เรียกกันว่า ยุคแจ๊ส ที่เศรษฐกิจอเมริกาเติบโตอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งสวนทางกับจิตใจและศีลธรรมที่ตกต่ำของคน เป็นยุคที่เต็มไปด้วยความฟุุ้งเฟ้อที่ผู้คนใช้ชีวิตแบบวัตถุนิยมแบบเต็มขั้น</p>
<p>แม้จะมีนิคที่เป็นตัวถ่ายทอดเรื่องราวในจุดนี้แต่ก็จับเพียงผิวเผินใน ช่วงต้นเท่านั้น เพราะพอตัวละครแกสบี้ปรากฎตัวหนังก็แปรเปลี่ยนเป็นหนังชีวิตความรักรันทดไป และไม่ได้แตะอะไรในจุดนี้อีก! ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเพราะคุณค่าในเบื้องลึกของ <strong>The Great Gatsby</strong> ไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสุดทางในแบบที่ควรจะเป็น!</p>
<p>รวมไปถึง ความรัก อันเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนตัวละครในเรื่องนี้ <strong>บัซ เลอร์แมนน์</strong> ไม่สามารถทำให้ผู้ชมรู้ถึงคุณค่าของ เดซี่ ที่ควรค่าแก่การแย่งชิงนอกจากรูปโฉมอันงดงามเท่านั้น เราอินไปกับการกระทำเพื่อรักอันน่าทึ่งแต่เรากลับตั้งคำถามว่าสิ่งที่ทำไป นั้นมันคุ้มค่าหรือไม่ หรือการไม่ได้ขับเน้นคุณค่าในตัวเดซี่เป็นความตั้งใจที่จะให้เราไม่รู้สึก ผูกพันกับตัวละครนี้มากนัก ทำให้เราเห็นอย่างชัดแจ้งในตอนท้ายว่า สิ่งที่ชายหนุ่มเพียรพยายามเพื่อให้ได้เธอคืนมานั้นมันช่างไร้สาระและเสีย เวลาเปล่า…</p>
<p>ใจคนยากแท้หยั่งถึง เราย่อมรู้ตัวเองว่าเรามีรักให้เขาหมดใจ แต่เราไม่อาจรู้หัวใจเขามีเราเต็มหัวใจหรือไม่ ความรักมันช่างซับซ้อนและยากเข้าใจ จวบจนลมหายใจสุดท้ายก็มิอาจได้คำตอบ</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>The Great Gatsby ผมให้ 4 ดาว (เต็ม 5 ดาว)</strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>โดย Charthree</em></strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>http://charthree.wordpress.com</em></strong></span></p>
<p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/138733.html">The Great Gatsby – หัวใจเปี่ยมรักของแกสบี้</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://movie.mthai.com/movie-review/138733.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Dead Man Down – ล้างปมแค้นเคลียร์ปมจิตใจ</title>
		<link>http://movie.mthai.com/movie-review/138694.html</link>
		<comments>http://movie.mthai.com/movie-review/138694.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 May 2013 15:07:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Agent17</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง บทวิจารณ์หนังใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Dead man Down]]></category>
		<category><![CDATA[Revenge]]></category>
		<category><![CDATA[The Girl with the Dragon Tattoo]]></category>
		<category><![CDATA[Total Recall]]></category>
		<category><![CDATA[นูมิ ราเพซ]]></category>
		<category><![CDATA[สาวรอยสักมังกร]]></category>
		<category><![CDATA[เทอร์เรน ฮาวเวิร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[โคลิน ฟาร์เรล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://movie.mthai.com/?p=138694</guid>
		<description><![CDATA[<p>นีลส์ อาร์เดน โอพลีฟ อาจเป็นไม่ใช่ชื่อผู้กำกับที่คุ้นหูนักดูหนังชาวไทยนัก แต่หากบอกว่า The Girl with the Dragon Tattoo ฉบับสวีเดน (ก่อนจะถูกนำมารีเมคโดน เดวิด ฟินเซอร์) กำกับโดยเขาแล้วละก็ น่าจะทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยกับเขามายิ่งขึ้น ซึ่งเขาได้โอกาสมาทำหนังที่ใหญ่ขึ้นอย่าง Dead Man Down ที่ให้อารมณ์ของหนังฟีล์มนัวร์ที่เน้นไปที่เรื่องราวการล้างแค้น ที่ผสมผสานกับความรักรูปแบบแปลกๆ ที่มีอะไรให้ลุ้นและสนุกไปกับมันหากไม่ถูกลูกเล่นการเล่าเรื่องทำให้หมดความ สนใจไปเสียก่อน โคลิน ฟาร์เรลล์ ที่มีงานอย่างต่อเนื่องก็จริง แต่ดูเหมือนขนาดของงานจะไม่ใหญ่โตเหมือนเดิม แต่กับ Dead Man Down ทำให้เรารู้ว่า ฟาร์เรลล์ นั้นเหมาะกับบทมืดๆ แบบนี้แหละ ที่ตัวละครจะต้องมีปมอะไรในจิตใจแต่ต้องเก็บกดเอาไว้รอวันระเบิดออกมา ตัวละครวิคเตอร์เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงสีอารมณ์ทางแววตา ที่เต็มไปด้วยความสับสนและเต็มไปด้วยความปวดร้าวในสิ่งที่ตัวเองทำ ในส่วนของแอ็คชั่นเขาก็สามารถทำหน้าที่ดีเช่นเดิม ในขณะที่ นูมิ ราเพช อดีตสาวรายสักมังกรซึ่งกลับมาร่วมงานกับ นีลส์ อาร์เดน โอพลีฟ อีกครั้ง ซึ่งราเพชเก่งกาจในการยกระดับตัวละครของเธอให้มีมิติมากยิ่งขึ้นผ่านการแสดง ของเธอ กับตัวละคร เบียทริซ ช่างเสริมสวยที่ถูกความแค้นเข้าครอบงำและเชื่อว่าทางออกที่จะปลดปล่อยเธอได้ คือการล้างแค้น [...]</p><p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/138694.html">Dead Man Down – ล้างปมแค้นเคลียร์ปมจิตใจ</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-138695" alt="dead_man_down_image" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2013/05/dead_man_down_image.jpg" width="545" height="330" /></p>
<p style="text-align: left;"><strong>นีลส์ อาร์เดน โอพลีฟ</strong> อาจเป็นไม่ใช่ชื่อผู้กำกับที่คุ้นหูนักดูหนังชาวไทยนัก แต่หากบอกว่า <strong>The Girl with the Dragon Tattoo</strong> ฉบับสวีเดน (ก่อนจะถูกนำมารีเมคโดน<strong> เดวิด ฟินเซอร์</strong>) กำกับโดยเขาแล้วละก็ น่าจะทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยกับเขามายิ่งขึ้น ซึ่งเขาได้โอกาสมาทำหนังที่ใหญ่ขึ้นอย่าง <strong>Dead Man Down</strong> ที่ให้อารมณ์ของหนังฟีล์มนัวร์ที่เน้นไปที่เรื่องราวการล้างแค้น ที่ผสมผสานกับความรักรูปแบบแปลกๆ ที่มีอะไรให้ลุ้นและสนุกไปกับมันหากไม่ถูกลูกเล่นการเล่าเรื่องทำให้หมดความ สนใจไปเสียก่อน</p>
<p><strong>โคลิน ฟาร์เรลล์</strong> ที่มีงานอย่างต่อเนื่องก็จริง แต่ดูเหมือนขนาดของงานจะไม่ใหญ่โตเหมือนเดิม แต่กับ <strong>Dead Man Down</strong> ทำให้เรารู้ว่า <strong>ฟาร์เรลล์</strong> นั้นเหมาะกับบทมืดๆ แบบนี้แหละ ที่ตัวละครจะต้องมีปมอะไรในจิตใจแต่ต้องเก็บกดเอาไว้รอวันระเบิดออกมา ตัวละครวิคเตอร์เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงสีอารมณ์ทางแววตา ที่เต็มไปด้วยความสับสนและเต็มไปด้วยความปวดร้าวในสิ่งที่ตัวเองทำ ในส่วนของแอ็คชั่นเขาก็สามารถทำหน้าที่ดีเช่นเดิม</p>
<p>ในขณะที่ <strong>นูมิ ราเพช</strong> อดีตสาวรายสักมังกรซึ่งกลับมาร่วมงานกับ<strong> นีลส์ อาร์เดน โอพลีฟ</strong> อีกครั้ง ซึ่งราเพชเก่งกาจในการยกระดับตัวละครของเธอให้มีมิติมากยิ่งขึ้นผ่านการแสดง ของเธอ กับตัวละคร เบียทริซ ช่างเสริมสวยที่ถูกความแค้นเข้าครอบงำและเชื่อว่าทางออกที่จะปลดปล่อยเธอได้ คือการล้างแค้น <strong>ราเพช</strong>สามารถแสดงความสับสนในจิตใจของตัวละครนี้ได้อย่างน่าพอใจ</p>
<p><strong>Dead Man Down</strong> เล่าเรื่องราวของ วิคเตอร์ <strong>(โคลิน ฟาร์เรลล์)</strong> ซึ่งเป็นลูกน้องคนสำคัญของ อัลฟองซี<strong> (เทอร์เรนซ์ โฮเวิร์ด)</strong> หัวหน้าอาชญกรขาใหญ่ที่กำลังโดนลบเหลี่ยมจากศัตรูด้วยการจัดการลูกน้องของคนทีละคนและทิ้งคำขู่ไว้ ดาร์ซี <strong>(โดมินิก คูเปอร์)</strong> เพื่อนของวิคเตอร์ลและลูกน้องอีกคนของอัลฟองซีเริ่มหาเบาะแสเพื่อจับคนร้าย เพราะหวังไต่เต้าให้ตัวเองมีตำแหน่งสูงขึ้นในองค์กร</p>
<p>ระหว่างนั้นวิคเตอร์ได้พบกับเบียทริซ<strong> (นูมิ ราเพช)</strong> หญิงสาวที่พักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามที่เข้ามาในชีวิตเขาที่ เหมือนว่าเธอจะมีใจให้กับเขา แต่แท้จริงเธอกลับมีวัตถุประสงค์เพื่อให้วิคเตอร์ช่วยล้างแค้นให้เธอ หากไม่วิคเตอร์ไม่ทำ เธอจะเปิดโปงเขาว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุอาชญกรรมคนของอัลฟองซี ที่อาจทำให้แผนการลับของวิคเตอร์ต้องพังทลาย ในขณะที่ดาร์ซีก็เริ่มแกะรอยเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ วิคเตอร์ต้องหาทางออกจากสถานการณ์อันคับขันนี้ให้ได้!!</p>
<p>ผู้กำกับ<strong> นีลส์ อาร์เดน โอพลีฟ</strong> เลือกนำเสนอในแนวหนังฟิล์มนัวร์ ที่หนังจะดูมืดๆ ทึมๆ ตลอดทั้งเรื่อง กับตัวละครที่ไม่มีดีไม่มีร้าย รวมไปถึงการเล่าเรื่องที่ค่อยข้างเชื่องช้าราวกับจะวัดความอดทนของผู้ชมใน การติดตามเรื่องราวที่หนังเผยให้เห็นตั้งแต่ต้นแล้วว่า เป้าหมายของตัวละครหลักในเรื่องคืออะไร แต่สิ่งที่น่าสนใจคือหนังจะนำพาเรื่องราวไปสู่บทสรุปอย่างไร</p>
<p>ซึ่งความเชื่องช้าอืดอาดในครึ่งแรกนั้้นจะว่าเป็นข้อเสียของหนังก็ไม่อาจ กล่าวได้เสียทีเดียว เพราะมันให้เวลาผู้ชมในการทำความเข้าใจกับความรู้สึกของตัวละครทั้งวิคเตอร์ และเบียทริซ ซึ่ง 2 ตัวละครนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความแค้น หนังสอดแทรกมุมหวานๆ เข้ามาบ้างในเรื่องของความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสอง ที่เหมือนจะเกาะเกี่ยวด้วยด้วยเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายต้องการแต่ก็ยังมีการก ระทำของตัวละครบางอย่างที่บอกให้เรารู้ว่า ตัวละครทั้งสองต่างมีใจให้กัน ซึ่ง<strong>ฟาร์เรลล์</strong>กับ<strong>ราเพช</strong>มีเคมีที่เข้ากันที่ทำให้เราพออินไปกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ ซึ่งเป็นมุมดีๆ ท่ามกลางความเลวร้ายในเรื่อง</p>
<p>หนังเน้นให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานของความแค้นผ่านตัวละครของเบียทริซ ที่บางทีการให้อภัยสามารถช่วยปลดเปลื้องทุกข์ในจิตใจได้ดีกว่าการล้างแค้น</p>
<p>บทหนังดูมีความเหนือจริงอยู่บ้างในส่วนของความสามารถของวิคเตอร์ที่ เก่งกาจราวกับประจำการอยู่กองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ แต่หากเรามองข้ามจุดนี้ไป ก็พอที่จะสนุกไปกับการแก้แค้นที่ขั้นตอนต่างๆ ถูกวางแผนมาอย่างดี ที่ดูสนุกและลุ้นไปกับสถานการณ์ที่บีบคั้นในหลายๆ ฉาก</p>
<p>แต่ภาพรวมของ <strong>Dead Man Down</strong> จะโดดเด่นกว่านี้ หากหนังเลือกจะสรุปเรื่องราวทุกอย่างด้วยลูกเล่นของแผนการฉลาดๆ และไม่ยัดฉากแอ็คชั่นยิงไม่ยั้งเข้ามาในช่วงท้าย แน่นอนว่ามันช่วยปลุกอารมณ์ที่จวนจะหลับให้ตื่นขึ้นมาลุ้นกับฉากแอ็คชั่นได้ แต่นั่นทำให้ดูเป็นการเพลย์เซฟที่ทำให้คุณค่าของมันไม่ต่างจากหนังแอ็คชั่น แนวนี้ที่ถูกสร้างออกมาอย่างมากมาย!</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>Dead Man Down ผมให้ 3 ดาว (เต็ม 5 ดาว)</strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>โดย Charthree</em></strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>http://charthree.wordpress.com</em></strong></span></p>
<p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/138694.html">Dead Man Down – ล้างปมแค้นเคลียร์ปมจิตใจ</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://movie.mthai.com/movie-review/138694.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Star Trek Into Darkness – หนังสตาร์เทร็คส่งท้ายของอัมบรามส์</title>
		<link>http://movie.mthai.com/movie-review/138374.html</link>
		<comments>http://movie.mthai.com/movie-review/138374.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 May 2013 03:49:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Agent17</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง บทวิจารณ์หนังใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[chartree]]></category>
		<category><![CDATA[Cloverfield]]></category>
		<category><![CDATA[Into Darkness]]></category>
		<category><![CDATA[JJ Abrams]]></category>
		<category><![CDATA[Oz The Great and Powerful]]></category>
		<category><![CDATA[Star Trek]]></category>
		<category><![CDATA[Star Trek 2]]></category>
		<category><![CDATA[Super 8]]></category>
		<category><![CDATA[The Lone Ranger]]></category>
		<category><![CDATA[คริส ไพน์]]></category>
		<category><![CDATA[ซูอี้ ซัลดาน่า]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแล้วมาคุยกัน]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[เคิร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[เจ.เจ. แอบรัมส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://movie.mthai.com/?p=138374</guid>
		<description><![CDATA[<p>ผู้กำกับ เจ. เจ. อัมบรามส์ ดูจะเก่งกาจกับการทำกระตุ้นให้เราติดตามเรื่องราวและร่วมลุ้นไปกับชะตากรรม ของตัวละคร กับการล่อหลอกไม่ให้จับทางได้และรายละเอียดปลีกย่อยตามรายทาง ที่มาพร้อมการแสดงที่น่าประทับใจ ซึ่ง ทั้งหมดส่งผลให้ฉากแอ็คชั่นตอนท้ายของเรื่องเป็นอะไรที่สนุกและบีบหัวใจ อย่างที่สุด ทั้งๆ ที่มันก็แค่ฉากไล่อัดกันธรรมดาๆ เท่านั้น! Star Trek Into Darkness ถือเป็นการสานต่อเรื่องราวที่เน้นหนักไปที่ความสัมพันธ์ของเหล่าตัวละครหลัก มากกว่าที่จะมุ่งเน้นไปสู่การเล่าเรื่องการผจญภัยในอวกาศ การเผชิญหน้ากับศัตรูผู้ร้ายกาจในเรื่องก็เลยเป็นเพียงสิ่งที่ช่วยขับเน้น ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของลูกเรือยานเอนเตอร์ไพรส์ที่ในความขัด แย้งของทัศนะก็มีบางสิ่งที่เชื่อมพวกเขาไว้ด้วยกัน Star Trek Into Darkness เล่าเรื่องราวต่อจาก Star Trek เมื่อปี 2009 ที่เจมส์ เคิร์ก (คริส ไพน์) ได้เป็นกัปตันยานเอนเตอร์ไพรส์ ซึ่งเขาได้นำมาลูกทีมไปสำรวจดวงดาวจนเกิดกระทำต่อกฎของสตาร์ฟลีท ทำให้เคิร์กถูกปลดออกจากการเป็นกัปตัน โดยให้เคิร์กและสป็อก (แซคคารี่ ควินโต้) แยกไปประจำการยานลำอื่น แต่แล้วก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ผู้นำแห่งสตาร์ฟลีทถูกโจมตีจากคนร้ายที่สือสาบชื่อภายหลังว่า จอห์น แฮริสัน (เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์) ซึ่งหลบหนีไปกบดานที่ดาวของคลิงออนศัตรูเก่าแก่ของโลก! เคิร์ก สป็อก และเหล่าลูกทีมยานเอนเตอร์ไพรส์รับอาสาไล่ล่าอาชญากรปริศนารายนี้ ในสถานการณ์อันเปราะบางที่พวกเขาต้องระวังทุกฝีก้าวหากเกิดข้อผิดพลาดสงคราม ครั้่งใหญ่จะปะทุขึ้น! หนังเต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นอันน่าตื่นเต้นที่มาพร้อมกับการตัดต่ออันฉับไว [...]</p><p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/138374.html">Star Trek Into Darkness – หนังสตาร์เทร็คส่งท้ายของอัมบรามส์</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-large wp-image-138375" alt="star-trek-into-darkness-image" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2013/05/star-trek-into-darkness-image-600x307.jpg" width="600" height="307" /></p>
<p style="text-align: left;">ผู้กำกับ<strong> เจ. เจ. อัมบรามส์</strong> ดูจะเก่งกาจกับการทำกระตุ้นให้เราติดตามเรื่องราวและร่วมลุ้นไปกับชะตากรรม ของตัวละคร กับการล่อหลอกไม่ให้จับทางได้และรายละเอียดปลีกย่อยตามรายทาง<strong> </strong>ที่มาพร้อมการแสดงที่น่าประทับใจ <strong></strong>ซึ่ง ทั้งหมดส่งผลให้ฉากแอ็คชั่นตอนท้ายของเรื่องเป็นอะไรที่สนุกและบีบหัวใจ อย่างที่สุด ทั้งๆ ที่มันก็แค่ฉากไล่อัดกันธรรมดาๆ เท่านั้น!</p>
<p><strong>Star Trek Into Darkness</strong> ถือเป็นการสานต่อเรื่องราวที่เน้นหนักไปที่ความสัมพันธ์ของเหล่าตัวละครหลัก มากกว่าที่จะมุ่งเน้นไปสู่การเล่าเรื่องการผจญภัยในอวกาศ การเผชิญหน้ากับศัตรูผู้ร้ายกาจในเรื่องก็เลยเป็นเพียงสิ่งที่ช่วยขับเน้น ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของลูกเรือยานเอนเตอร์ไพรส์ที่ในความขัด แย้งของทัศนะก็มีบางสิ่งที่เชื่อมพวกเขาไว้ด้วยกัน</p>
<p><strong>Star Trek Into Darkness</strong> เล่าเรื่องราวต่อจาก<strong> Star Trek</strong> เมื่อปี 2009 ที่เจมส์ เคิร์ก <strong>(คริส ไพน์)</strong> ได้เป็นกัปตันยานเอนเตอร์ไพรส์ ซึ่งเขาได้นำมาลูกทีมไปสำรวจดวงดาวจนเกิดกระทำต่อกฎของสตาร์ฟลีท ทำให้เคิร์กถูกปลดออกจากการเป็นกัปตัน โดยให้เคิร์กและสป็อก<strong> (แซคคารี่ ควินโต้)</strong> แยกไปประจำการยานลำอื่น แต่แล้วก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ผู้นำแห่งสตาร์ฟลีทถูกโจมตีจากคนร้ายที่สือสาบชื่อภายหลังว่า จอห์น แฮริสัน <strong>(เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์)</strong> ซึ่งหลบหนีไปกบดานที่ดาวของคลิงออนศัตรูเก่าแก่ของโลก! เคิร์ก สป็อก และเหล่าลูกทีมยานเอนเตอร์ไพรส์รับอาสาไล่ล่าอาชญากรปริศนารายนี้ ในสถานการณ์อันเปราะบางที่พวกเขาต้องระวังทุกฝีก้าวหากเกิดข้อผิดพลาดสงคราม ครั้่งใหญ่จะปะทุขึ้น!</p>
<p>หนังเต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นอันน่าตื่นเต้นที่มาพร้อมกับการตัดต่ออันฉับไว (แต่ยังดูรู้เรื่อง) อันเป็นเอกลักษณ์ของ<strong>อัมบรามส์</strong> ก็ยังคงเส้นคงวา เป็นอีกครั้่งที่หนังของอัมบรามส์มีการออกแบบฉากแอ็คชั่นที่ทำให้เราได้ตื่น ตาตื่่นใจ ซึ่งหาได้ยากในทุกวันนี้ที่ฉากแอ็คชั่นเต็มไปด้วยลูกเล่นซ้ำๆ นอกจากนี้หนังยังมาพร้อมงานสร้างสุดอลังการที่เป็นส่วนเสริมให้ฉากแอ็คชั่น ยิ่งมันสะใจเป็นทวีคูณ</p>
<p>การผูกปมและลูกเล่นการเล่าเรื่องคือสิ่งสำคัญที่ทำ<strong> Into Darkness</strong> เต็มไปด้วยความน่าติดตามจากความซับซ้อนของบทที่มากยิ่งขึ้น ที่เด็ดสุดคือการสร้างตัวละครปริศนาที่ให้เหล่าลูกเรือเอนเตอร์ไพรส์ได้ สืบค้นเรื่องราว อันนำมาสู่การเชือดเฉือนทางความคิดและทัศนะคติ จากความขัดแย้งระหว่างการกระทำตามกฎที่สังคมตราขึ้นมากับการกระทำตามหลัก มนุษยธรรม การเฉลยปริศนาที่ยังคงมีปริศนาข้างในอีกชั้น คือ เทคนิคชั้นดีที่นำมาใช้ในเรื่องอย่างได้ผล</p>
<p>ด้วยการที่มันเป็นภาค 2 ทีมนักแสดงหลักจึงดูเข้าขากันดี นั่นส่งผลให้การปะทะคารมต่างๆ ออกมาดีและทรงพลัง โดยเฉพาะ<strong> แซคคารี่ ควินโต้</strong> ที่ถือเป็นส่วนที่ส่งให้บทสป็อกผู้เถรตรงและเปี่ยมปัญญามีเลือดมีเนื้อและเป็นตัวละครที่ดีที่สุดในเรื่องเทียบเคียงกับ<strong> เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์</strong> ที่รับบทตัวร้ายหลักในเรื่องนี้ที่มีเสน่ห์เหลือล้น การถ่ายทอดสีหน้า น้ำเสียง และบุคลิกที่ถึงมากๆ กับการรับบทตัวร้ายที่สำคัญตัวนี้ ในส่วนของกัปตันเคิร์กส่วนตัวมองว่า <strong>คริส ไพน์</strong> ก็ยังทำหน้าที่ได้ดีเช่นเดียวกับภาคแรกแต่นักแสดงอย่าง <strong>คริส ไพน์</strong> เราไม่สามารถสัมผัสถึงความเป็นผู้นำของเขาสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าบทส่งให้เขาโดดเด่นในฐานะผู้นำเท่านั้น!</p>
<p>นอกจากนี้<strong>อัมบรามส์</strong>ก็ยังไม่ลืมเหล่าลูกเรือยานเอนเตอร์ ไพรส์คนอื่นๆ ที่ยังได้รับโอกาสให้มีบทบาทเช่นเคย ไม่ได้เป็นเพียงตัวประกอบที่ลบเลือนเมื่อออกจากโรงภาพยนตร์</p>
<p>หากมอง<strong> Into Darkness</strong> เป็นหนังไซไฟแอ็คชั่น มันก็คือหนังไซไฟแอ็คชั่นชั้นดีที่ไม่มีมานาน หากมองเป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง<strong> Into Darkness</strong> ก็คือหนังที่สามารถมอบความบันเทิงให้กับผู้ชมได้อย่างเต็มที่ แต่หากคุณเป็นแฟนสตาร์เทร็คนี่คือภาพยนตร์ <strong>Star Trek</strong> ที่สามารถสร้างความอิ่มเอมใจให้กับแฟนๆ โดยแท้จริง</p>
<p style="text-align: left;">หลังจากประสบความสำเร็จกับการเริ่มวางทิศทางในภาคแรก สานต่อมาถึง <strong>Into Darkness</strong> ทั้งสองภาคอาจจะยังไม่ใช่รูปแบบ <strong>Star Trek</strong> ในแบบที่เคยสร้างฐานแฟนคลับได้ทั่วโลก แต่ทั้งสองภาคก็เป็นการปูเส้นทางให้กับหนัง <strong>Star Trek</strong> ที่ควรจะเป็นในภาคต่อไป ซึ่งน่าเสียดายแทนแฟน<strong> Star Trek</strong> ที่ตัองเสียผู้กำกับที่รู้ว่าจะทำหนังที่่พวกเขารักออกมาอย่างไร! ไปให้กับหนังที่เป็นเรื่องราวในอวกาศเหมือนกันอย่าง <strong>Star Wars</strong> ซึ่งหากใครเป็นแฟน<strong> Star Wars</strong> แล้วเกิดข้อสงวัยว่าเขาเหมาะสมที่จะมารับงานนี้จริงหรือ? เมื่อได้ดู <strong>Into Darkness</strong> ก็คงจะหมดข้อสงสัยในทันทีว่าทำไมถึงต้องเป็น…<strong> เจ. เจ. อัมบรามส์</strong></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>Star Trek Into Darkness ผมให้ 5 ดาว (เต็ม 5 ดาว)</strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>โดย Charthree</em></strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>http://charthree.wordpress.com</em></strong></span></p>
<p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/138374.html">Star Trek Into Darkness – หนังสตาร์เทร็คส่งท้ายของอัมบรามส์</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://movie.mthai.com/movie-review/138374.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>52</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฤดูที่ฉันเหงา – หนังเหงาๆ อารมณ์ล่องลอย</title>
		<link>http://movie.mthai.com/movie-review/138369.html</link>
		<comments>http://movie.mthai.com/movie-review/138369.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 May 2013 16:29:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Agent17</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง บทวิจารณ์หนังใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[บาแรมยู]]></category>
		<category><![CDATA[ฤดูที่ฉันเหงา]]></category>
		<category><![CDATA[สหมงคลฟิล์ม]]></category>
		<category><![CDATA[หนังไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[เลเซอร์แคท]]></category>
		<category><![CDATA[แจ๊ค แฟนฉัน]]></category>
		<category><![CDATA[แดน-วรเวช ดานุวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[แป้งโกะ]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฮ่องสอน]]></category>
		<category><![CDATA[โทนี่ รากแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรแมนติค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://movie.mthai.com/?p=138369</guid>
		<description><![CDATA[<p>การกลับมาครั้งที่สองของ แดน วรเวช ดานุวงศ์ กับผลงานที่ยังเกี่ยวข้องกับความรัก ซึ่งครั้งนี้นำฝนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งก็ดูเป็นวิธีการที่เข้าท่า ที่พยายามหาความแตกต่างมานำเสนอให้แตกต่างจากหนังรักที่ออกมาให้เราได้ดูกัน เกือบตลอดทั้งปี และยังถือเป็นผลงานที่แดนพยายามจะใส่ สไตล์ของตัวเองลงไป แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาคือความเกินพอดีจนทำให้เกือบทั้งเรื่องเต็มไปด้วยเรื่อง ราวที่ไม่มีความเป็นธรรมชาติอยู่เลย ทั้งที่หนังรักเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ ฝน สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะธรรมชาติแท้ๆ ฤดูที่ฉันเหงา คือ ชื่อของภาพยนตร์ที่ได้มาจากเพลงชื่อเดียวกันที่เคยโด่งดังมากๆ เมื่อหลายปีก่อนของ วงฟลัวร์ (Flure) ซึ่งหนังใช้ ‘ฝน’ และฤดูฝนที่ไม่แน่นอน ไม่สามารถคาดเดาได้ มาใช้ในเชิงเปรียบเทียบกับ ‘ความรัก’ ซึ่งลักษณะหนึ่งของความรักก็คือความไม่แน่นอนและไม่สามารถคาดเดาได้เช่น เดียวกัน ทั้งยังสอดแทรกประเด็นเรื่องความเหงาเข้ามาอีกด้วย ฤดูที่ฉันเหงา เป็นเรื่องราวของรักของ คุง (แจ็ค เฉลิมพล ทีฆัมพรธีรวงศ์) ที่แอบหลงรัก นารา (นารา เทพนุภา) เพื่อนสาวโรงเรียนเดียวกัน ในขณะที่นารากลับชอบเดซี่ (โทนี่ รากแก่น) เจ้าของร้านตัดผมหนุ่มหล่อที่บ้านอยู่ใกล้ๆ กัน แต่ว่าเดซี่กลับมีความรู้สึกดีๆ ให้กับ แจน (แป้งโกะ จินตนัดดา ลัมะกานนท์) สาวลึกลับที่เข้ามาใช้บริการในวันที่ฝนตก! คุงซึ่งก็ยังคงพยายามที่จะเอาชนะใจนาราโดยพยายามใกล้ชิดทุกทาง [...]</p><p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/138369.html">ฤดูที่ฉันเหงา – หนังเหงาๆ อารมณ์ล่องลอย</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-138370" alt="DSC_0188_resize-600x400" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2013/05/DSC_0188_resize-600x400.jpg" width="600" height="400" /></p>
<p>การกลับมาครั้งที่สองของ <strong>แดน วรเวช ดานุวงศ์</strong> กับผลงานที่ยังเกี่ยวข้องกับความรัก ซึ่งครั้งนี้นำฝนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งก็ดูเป็นวิธีการที่เข้าท่า ที่พยายามหาความแตกต่างมานำเสนอให้แตกต่างจากหนังรักที่ออกมาให้เราได้ดูกัน เกือบตลอดทั้งปี และยังถือเป็นผลงานที่<strong>แดน</strong>พยายามจะใส่ สไตล์ของตัวเองลงไป แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาคือความเกินพอดีจนทำให้เกือบทั้งเรื่องเต็มไปด้วยเรื่อง ราวที่ไม่มีความเป็นธรรมชาติอยู่เลย ทั้งที่หนังรักเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ ฝน สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะธรรมชาติแท้ๆ</p>
<p><strong>ฤดูที่ฉันเหงา</strong> คือ ชื่อของภาพยนตร์ที่ได้มาจากเพลงชื่อเดียวกันที่เคยโด่งดังมากๆ เมื่อหลายปีก่อนของ วง<strong>ฟลัวร์ (Flure)</strong> ซึ่งหนังใช้ ‘ฝน’ และฤดูฝนที่ไม่แน่นอน ไม่สามารถคาดเดาได้ มาใช้ในเชิงเปรียบเทียบกับ ‘ความรัก’ ซึ่งลักษณะหนึ่งของความรักก็คือความไม่แน่นอนและไม่สามารถคาดเดาได้เช่น เดียวกัน ทั้งยังสอดแทรกประเด็นเรื่องความเหงาเข้ามาอีกด้วย</p>
<p><strong>ฤดูที่ฉันเหงา</strong> เป็นเรื่องราวของรักของ คุง <strong>(แจ็ค เฉลิมพล ทีฆัมพรธีรวงศ์)</strong> ที่แอบหลงรัก นารา <strong>(นารา เทพนุภา)</strong> เพื่อนสาวโรงเรียนเดียวกัน ในขณะที่นารากลับชอบเดซี่<strong> (โทนี่ รากแก่น)</strong> เจ้าของร้านตัดผมหนุ่มหล่อที่บ้านอยู่ใกล้ๆ กัน แต่ว่าเดซี่กลับมีความรู้สึกดีๆ ให้กับ แจน <strong>(แป้งโกะ จินตนัดดา ลัมะกานนท์)</strong> สาวลึกลับที่เข้ามาใช้บริการในวันที่ฝนตก! คุงซึ่งก็ยังคงพยายามที่จะเอาชนะใจนาราโดยพยายามใกล้ชิดทุกทาง ก็ได้พบกับนักดนตรีอิสระ (<strong>แดน วรเวช ดานุวงศ์</strong>) ที่อยู่บ้านตรงข้ามกับนารา ซึ่งเป็นชายขี้เหงาที่มักเล่นดนตรียามฝนตกเพื่อรอพบใครบางคน ที่คอยให้กำลังใจให้คุงไม่ท้อแท้ไปเสียก่อน ซึ่งสุดท้ายบทสรุปของความรักของทุกคนล้วนมีฤดูฝนมาเกี่ยวข้อง</p>
<p>หนังแบ่งเล่าเรื่องราว 3 ส่วน เรื่องแรกคือ เรื่องของเดซี่ช่างตัดผมและแจนลูกค้าสาว เรื่องที่สองคือศิลปินอิสระที่ทำเพลงขายเพลง โดยมีส่วนทุดท้าย คือการตามตื้อเพื่อให้ได้รักมาของคุงที่มีต่อนาราเป็นตัวเชื่อมเรื่องราว ทั้งสามเข้าด้วยกัน</p>
<p>ซึ่งหนังก็ไม่ได้แตกต่างจากการเล่าเรื่องราวความรักหลากรูปแบบในหนัง เรื่องเดียว แบบหนังรักของไทยหลายเรื่องก่อนหน้านี้ที่เคยออกมา เพียงแต่ว่าเรื่องราวความรักของตัวละครใน ฤดูที่ฉันเหงา ไม่ได้มีพลังดึงดูดให้เราตั้งใจติดตามเรื่องราวมากนัก รวมไปถึงการละเลยที่จะเผยจุดหมายสุดท้ายที่หนังต้องการมุ่งไปและให้ผู้ชมได้ รับคุณค่าอะไรบางอย่างในแบบที่ควรจะเป็น จนทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้เปียกปอนกลางสายฝนก็มิปาน!</p>
<p>นอกจากนี้หนังยังเต็มไปด้วยตัวละคร ที่กิจกรรมยามว่างคือการนั่งตามอ่านเพจคำคมต่างๆ ในเฟสบุ๊คแบบเข้าเส้น จนทำให้บทสนทนาการเป็นการสาดคำคมเข้าใส่กันแบบคำต่อคำเลยทีเดียว จากวิธีการที่ส่งมอบทัศนะคติบางอย่างให้ผู้ชม หรือเป็นการกระเทาะบางสิ่งที่ผู้ชมหลงลืมไปให้กลับมา กลับกลายเป็นความน่ารำคาญ เพราะขณะที่เรากำลังดื่มด่ำกับความหมายระหว่างบรรทัดของประโยคแรกยังไม่ เรียบร้อยดี ก็ถูกประโยคชุดสองแทรกเข้ามา กลายเป็นความเกินพอดีจนไม่สามารถย่อยสาระที่ควรจะได้จากประโยคเหล่านี้เท่า ที่ควร</p>
<p>ในส่วนของประชาสัมพันธ์ที่บอกว่<strong>า ฤดูที่ฉันเหงา</strong> มี <strong>แจ็ค เฉลิมพล</strong> เป็นพระเอก คือความน่าสนใจที่ดึงดูดพอสมควรว่าท่ามกลางนักแสดงชายหน้าตาดีอย่าง <strong>โทนี่</strong> และตัวผู้กำกับ<strong>แดน</strong> จะทำอย่างไรให้<strong>แจ็ค</strong>ได้โดดเด่นขึ้นมา ซึงจุดนี้ต้องพึ่งบทของตัวละครคุงที่ต้องส่งพอสมควรบวกกับการแสดงที่ดีของ<strong>แจ็ค</strong> แต่เมื่อชมแล้วเราคงพูดไม่ได้เต็มปากนักว่า <strong>แจ็ค</strong>คือพระเอกของเรื่องนี้้ เพราะตัวละครคุงที่<strong>แจ็ค</strong>รับบทบาทนั้น เป็นบทที่เรียกได้ว่าน่ารำคาญที่สุดในเรื่องและไม่ได้โด่นเด่นอย่างเท่าที่ควร อาจเป็นไปได้ที่<strong>แจ็ค</strong>ตอบรับบทนี้เพราะต้องการที่จะแสวงหาบทบาทใหม่ๆ ในทางการแสดง แต่ว่า <strong>แจ็ค</strong> คือนักแสดงพิเศษที่จะแสดงได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อแสดงเป็นตัวของ<strong>แจ็ค</strong>เองเท่านั้น บทคุงจึงเป็นสิ่งที่ทำร้ายความเป็<strong>นแจ็ค</strong>มากกว่าจะส่งเสริมตัวเค้า!</p>
<p>ส่วนหน้าใหม่อย่าง <strong>นารา</strong> และ <strong>แป้งโกะ</strong> สามารถมอบการแสดงที่น่าพอใจ นอกจากมีหน้าตาที่สดใสน่ารักสมวัยแล้ว <strong>นารา</strong>ก็สามารถถ่ายทอดแก่นแก้วของเด็กเกินวัยและยังแสดงอารมณ์ออกทางสีหน้าได้ดี ในส่วนของ<strong>แป้งโกะ</strong>จะ เป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกที่น่าพอใจกว่านี้ หากไม่มีบทสนทนาที่เต็มไปด้วยคำคมมาลดทอนความเป็นธรรมชาติของเธอ ส่วนผู้มีประสบการณ์อย่าง <strong>แดน</strong> และ <strong>โทนี่</strong> ก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานของทั้งสอง</p>
<p>หนังให้แต่ละครตัวละครมีปฏิสัมพันธ์ในช่วงที่ฝนตกเกือบตลอดทั้งเรื่อง เมื่อบวกกับการถ่ายภาพที่จัดวางองค์ประกอบของภาพได้ดี จึงทำให้<strong> ฤดูที่ฉันเหงา</strong> มีหลายฉากที่สวยแปลกและส่งอารมณ์เหงาๆ อย่างประหลาดออกมา แต่นั่นก็มีแต่เฉพาะฉากที่ไม่มีฝน หรือฉากที่มีฝนตกตอนกลางคืนเท่านั้น เพราะฉากฝนตกตอนกลางวันนั้นถือว่าสอบไม่ผ่านอย่างแรงกับความไม่เป็นธรรมชาติ หรือธรรมชาติแปรปรวน!</p>
<p>ถึงภาพรวมของ<strong> ฤดูที่ฉันเหงา</strong> ดูจะด้อยกว่า<strong> คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์</strong> งานกำกับชิ้นก่อนของ<strong>แดน</strong> แต่มันก็เป็นงานที่แสดงให้เห็้นถึงความพยายามในการใส่สไตล์ของตัวเองลงไปแม้ จะยังไม่เด่นชัดนักก็ตาม และใส่การดำเนินเรื่องแบบมิวสิควีดีโอลงไปคือสิ่งที่ส่วนตัวมองว่านี่เป็น จุดดีมากกว่าจุดด้อย ถ้าหากตัดมุขตลกออกไป (ซึ่งหนังเรื่องนี้บอกให้รู้ด้านตลกไม่ใช่จุดเด่นของ<strong>แดน</strong>) จะทำให้ภาพรวมของหนังมีสไตล์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น!</p>
<p>บทสรุปของเดซี่กับแจนคือเซอร์ไพรซ์เล็กๆ ที่ตอบข้อสงสัยของพฤติกรรมตัวละครที่ดูจะใกล้ชิดกันเกินไปทั้งที่เจอกัน เพียงครั้งแรก! แต่ส่วนที่ดีที่สุดคือเรื่องราวของศิลปินอิสระที่ตัวของ<strong>แดน</strong>เป็น ผู้แสดงเอง ที่การเรื่องราวมีลูกเล่นหลากหลายในการถ่ายทอดเรื่องราวที่เต็มไปด้วยปริศนา อารมณ์เหงา ความน่ากลัวแบบหนังสยองขวัญ และยังสื่อให้เห็นมุมหนึ่งของความรักที่ต้องรอคอย… และจะว่าไปนี่คือตัวละครที่สื่อความหมายได้ตรงกับเพลงและชื่อเรื่อง <strong>ฤดูที่ฉันเหงา</strong> ได้มากที่สุด!<strong></strong></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ฤดูที่ฉันเหงา ผมให้ 2 ดาว (เต็ม 5 ดาว)</strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>โดย Charthree</em></strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>http://charthree.wordpress.com</em></strong></span></p>
<p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/138369.html">ฤดูที่ฉันเหงา – หนังเหงาๆ อารมณ์ล่องลอย</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://movie.mthai.com/movie-review/138369.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>25</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Iron Man 3 – บทสรุปของคนในชุดเกราะเหล็ก</title>
		<link>http://movie.mthai.com/movie-review/137976.html</link>
		<comments>http://movie.mthai.com/movie-review/137976.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 May 2013 09:32:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Agent17</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง บทวิจารณ์หนังใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Andy Lau]]></category>
		<category><![CDATA[Ben Kingley]]></category>
		<category><![CDATA[Charthree]]></category>
		<category><![CDATA[Guy Piece. The Iron Patriot]]></category>
		<category><![CDATA[Hugo]]></category>
		<category><![CDATA[Iron Man]]></category>
		<category><![CDATA[Iron Man 3]]></category>
		<category><![CDATA[Lockout]]></category>
		<category><![CDATA[Villians]]></category>
		<category><![CDATA[War Machine]]></category>
		<category><![CDATA[กาย เพียร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดเกราะใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแล้วมาคุยกัน]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หลิวเต๋อหัว]]></category>
		<category><![CDATA[เบน คิงสลี่ย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอร่อนแมน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://movie.mthai.com/?p=137976</guid>
		<description><![CDATA[<p>มันคือความยอดเยี่ยมในการผสานความเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ครอบคลุมทุกแง่ มุม ที่นอกจากแอ็คชั่นสุดมันส์แล้ว ยังมีมุขตลกที่เข้ามาอย่างถูกที่ถูกทาง ความรัก! ที่ภาคนี้หนังถูกขับเคลื่อนด้วยสิ่งนี้ ปมปัญหาในชีวิตของพระเอกที่ไม่ต่างจากคนทั่วไป รวมไปถึงเรื่องราวที่มีซับซ้อน เข้มข้น และยอกย้อนในตัว ซึ่งทั้งหมดคือส่วนผสมที่ถูกนำมาเขย่าเข้าด้วยกันจนออกมาเป็น Iron Man 3 ที่ (อาจจะ) บอกได้ว่า มันคือภาคที่ดีที่สุดในบรรดาหนัง Iron Man หรือบรรดาหนังซูเปอร์ฮีโร่ของ Marvel ทั้่งหมด! Iron Man 3 เล่าเรื่องชีวิตที่สับสนของ โทนี่ สตาร์ก (โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์) มหาเศรษฐีอัจฉริยะบุคลิกเพลย์บอย แต่หลังจากศึกที่นิวยอร์กทำให้เขาเกิดความกลัวว่าเขาจะสามารถปกป้องคนที่เขา รักได้หรือไม่ จนเกิดเป็นความเครียดในที่สุด! เขาใช้เวลาหมกมุ่นกับการสร้างชุดเกราะแบบใหม่ๆ เพื่อให้เขาเชื่อมั่นมากขึ้น แต่นั่นกลับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและ เพพเพอร์ พ็อตส์ (กวินเน็ธ พอลโทรว์) มีปัญหา… จนวันหนึ่งโลกก็ได้เผชิญหน้ากับ แมนดาริน (เบน คิงส์ลี่ย์) ศัตรูคนใหม่ที่หมายมั่นกำจัดเขา ในขณะที่บุคคลในอดีตที่เขาลืมไปแล้วก็กลับมาหพบเขาอีกครั้งทั้ง อัลดริช คิลเลี่ยน (กาย เพียร์ซ) และ [...]</p><p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/137976.html">Iron Man 3 – บทสรุปของคนในชุดเกราะเหล็ก</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-large wp-image-137977" alt="original" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2013/05/original-600x337.jpg" width="600" height="337" /></p>
<p>มันคือความยอดเยี่ยมในการผสานความเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ครอบคลุมทุกแง่ มุม ที่นอกจากแอ็คชั่นสุดมันส์แล้ว ยังมีมุขตลกที่เข้ามาอย่างถูกที่ถูกทาง ความรัก! ที่ภาคนี้หนังถูกขับเคลื่อนด้วยสิ่งนี้ ปมปัญหาในชีวิตของพระเอกที่ไม่ต่างจากคนทั่วไป รวมไปถึงเรื่องราวที่มีซับซ้อน เข้มข้น และยอกย้อนในตัว ซึ่งทั้งหมดคือส่วนผสมที่ถูกนำมาเขย่าเข้าด้วยกันจนออกมาเป็น <strong>Iron Man 3</strong> ที่ (อาจจะ) บอกได้ว่า มันคือภาคที่ดีที่สุดในบรรดาหนัง <strong>Iron Man</strong> หรือบรรดาหนังซูเปอร์ฮีโร่ของ <strong>Marvel</strong> ทั้่งหมด!</p>
<p><strong>Iron Man 3</strong> เล่าเรื่องชีวิตที่สับสนของ โทนี่ สตาร์ก<strong> (โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์)</strong> มหาเศรษฐีอัจฉริยะบุคลิกเพลย์บอย แต่หลังจากศึกที่นิวยอร์กทำให้เขาเกิดความกลัวว่าเขาจะสามารถปกป้องคนที่เขา รักได้หรือไม่ จนเกิดเป็นความเครียดในที่สุด! เขาใช้เวลาหมกมุ่นกับการสร้างชุดเกราะแบบใหม่ๆ เพื่อให้เขาเชื่อมั่นมากขึ้น แต่นั่นกลับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและ เพพเพอร์ พ็อตส์<strong> (กวินเน็ธ พอลโทรว์)</strong> มีปัญหา…</p>
<p>จนวันหนึ่งโลกก็ได้เผชิญหน้ากับ แมนดาริน <strong>(เบน คิงส์ลี่ย์)</strong> ศัตรูคนใหม่ที่หมายมั่นกำจัดเขา ในขณะที่บุคคลในอดีตที่เขาลืมไปแล้วก็กลับมาหพบเขาอีกครั้งทั้ง อัลดริช คิลเลี่ยน<strong> (กาย เพียร์ซ)</strong> และ มายา แฮนเซ่น<strong> (รีเบคก้า ฮอลล์)</strong> กับเทคโนโลยีเอ็กทรีมิสที่อาจเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของโลกนี้!</p>
<p><strong>เชน แบล็ค</strong> จากคนสายเขียนบทภาพยนตร์ (จริงๆ ก็เคยมีผลงานการกำกับมาก่อนหนึ่งเรื่องก็คือ <strong>Kiss Kiss Bang Bang</strong> ผลงานเมื่อปี 2005 ซึ่ง <strong>โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ แสดง</strong>นำ) ได้โอกาสมารับหน้าที่กำกับ <strong>Iron Man</strong> ภาค 3 นี้ แทน <strong>จอน แฟฟโรว์</strong> ได้นำทิศทางการเล่าเรื่องใหม่ๆ มาให้กับหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ และภาค 3 นี้ จะเน้นไปที่การสำรวจความคิดและจิตใจของโทนี่ สตาร์ก</p>
<p>บุคลิกของ โทนี่ สตาร์ก ใน 2 ภาคที่ผ่านมา รวมถึง <strong>The Avengers</strong> ดูจะเป็นคนชิวๆ ฉลาดแก้ไขสถานการณ์ ขึ้หลี ยียวนกวนประสาท ที่มาพร้อมวาจาชวนหมั่นไส้ จนเราอาจลืมไปว่า โทนี่ สตาร์ก ก็คือคนธรรมดาที่มีเจ็บ มีกลัว มีความวิตกกังวล และในภาค 3 ก็เล่นกับประเด็นนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งนั่นทำให้เราสามารถใกล้ชิดกับตัวละครตัวนี้มากขึ้นไปอีกเมื่อประกอบกับ การแสดงของ <strong>โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์</strong> ที่เข้าถึงบทบาทนี้ ส่งผลให้ โทนี่ สตาร์ก เป็นตัวละครที่น่าจดจำที่สุดอีกตัวหนึ่งในโลกภาพยนตร์!</p>
<p>จุดขายอย่างหนึ่งที่สำคัญของแฟรนไชส์ <strong>Iron Man</strong> ทุกภาค ที่ครองใจเด็กๆ รวมถึงผู้ใหญ่ที่ชอบอะไรล้ำๆ ก็คือชุดเกราะ <strong>Iron Man</strong>! ซึ่งภาคนี้เรียกได้ว่าเนื้อเรื่องส่งเต็มๆ จากชุดเกราะแบบที่ 7 ใน <strong>The Avengers</strong> มาสู่แบบที่ 42 ในภาคนี้! ซึ่งเทคโนโลยีได้ก้าวล้ำไปอีกขั้น คือสามารถควบคุมชุดเกราะได้โดยไม่ต้องมีคนสวมใส่อยู่ข้างใน และยังคงทำให้ผู้ชมตื่นตาตื่นใจได้ทุกครั้งกับการสวมชุดเกราะที่ออกแบบมาได้ มีเสน่ห์ ตลกขบขัน และฉลาดมากๆ</p>
<p>แม้ภาค 3 นี้จะมีเรื่องราวที่ค่อนข้างซับซ้อนและจริงจัง ที่ดูจะให้เวลากับการอธิบายในรายละเอียดต่างๆ แต่มันกลับไม่ได้มีผลทำให้ฉากแอ็คชั่นในเรื่องลดน้อยลงไป กลับกัน <strong>Iron Man 3</strong> คือภาคที่มีฉากแอ็คชั่นมากที่สุด! ไม่ว่าจะเป็นฉากถล่มบ้านพักของโทนี่จนพังพิทาศ ฉากช่วยเหลือผู้โดยสารจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ฉากโทนี่หลบหนีจากการคุมตัวของผู้ร้าย และฉากแอ็คชั่นสุดท้าย ฉากท่าเรือที่เป็นการขนชุดเกราะทั้่ง 42 ชุดออกมาลุยกับเหล่าร้าย ซึ่งทั้งหมดทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ นำวัตถุดิบที่มีในเรื่องทั้งเทคโนโลยีเอ็กทรีมิส การควบคุมชุดเกราะแบบใหม่ รวมไปถึงบุคลิกของโทนี่ สตาร์ก มาผสานจนเกิดเป็นฉากแอ็คชั่นที่หลักแหลม ที่นอกจากจะสนุกตื่นเต้นยังเปี่ยมอารมณ์ขันตามแบบฉบับของ <strong>Iron Man</strong> อีกด้วย</p>
<p>ภาพยนตร์ <strong>Iron Man</strong> แต่ละภาค จะมีส่วนผสมของหนังแนวสืบสวนสอบสวนเข้าไปด้วย ซึ่งการสืบสวนก็จะเป็นลักษณะเฉพาะที่ใช้ความฉลาดของพระเอกบวกกับความสามารถ ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์อย่างจาร์วิส อันเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของหนังชุดนี้ ซึ่งภาคนี้ก็ยังมีอยู่และดูจะชูให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น กับดนตรีประกอบที่ไม่ต่างจากหนังสายลับ! ไม่ว่าจะเป็นการสอบสวนเหตุการณ์ระเบิด หาแหล่งกบดานของแมนดาริน รวมถึงฉากที่โทนี่ต้องบุกเดี่ยวไปแหล่งกบดานของแมนดาริน ยิ่งทำให้ <strong>Iron Man</strong> มีความเป็นหนังสายลับมากยิ่งขึ้นไปอีก!</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องราวเกี่ยวกับความสับสนในจิตใจของพระเอกและเรื่องราวของผู้ร้ายภาค นี้ที่เต็มไปด้วยความยอกย้อนและเรื่องเซอร์ไพรซ์ตลอด! แต่ว่าในส่วนของการดำเนินเรื่องกลับมีบางอย่างที่ดูขัดๆ และง่ายดายไปนิด โดยเฉพาะในการที่ โทนี่ สตาร์ก ได้รับการช่วยเหลือจากเด็กชายคนหนึ่ง ที่ดูจะเหมาะเจาะและบังเอิญแบบไร้เหตุผลจนเกินไป! แต่มันก็ชดเชยด้วยความสัมพันธ์ของลูกผู้ชายต่างวัยที่ถ่ายทอดออกได้ประทับใจ พอสมควร</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-large wp-image-128829" alt="IRON MAN 3" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2012/10/ironman3_10-600x337.jpg" width="600" height="337" /></p>
<p>สิ่งที่น่ายกย่องที่สุดของ<strong> Iron Man 3</strong> สำหรับผม ไม่ใช่เรื่องราวที่เข้มข้น แอ็คชั่นแบบจัดหนักจัดเต็ม หรือกองทัพชุดเกราะอันมากมาย แต่มันเป็นการแสดงจากทีมนักแสดงนำของเรื่องนี้ ที่ช่วยให้ภาพรวมทั้่งหมดออกมาอย่างที่เห็น เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่มีความแข็งแกร่งในทุกองค์ประกอบ</p>
<p>นอกจาก <strong>โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์</strong> ที่ยกระดับตัวละคร โทนี่ สตาร์ก ขึ้นไปอีกขั้นแล้ว <strong>กวินเน็ธ พอลโทรว์</strong> ก็ได้ที่เป็นส่วนสำคัญของเรื่องและเธอก็ทำได้ดีทีเดียว ขณะที่ <strong>ดอน ชีเดิล</strong> ในบท เจมส์ โรดี้ ก็มีบทบาทมากขึ้นในฐานะคู่หูของ โทนี่ สตาร์ก ที่เข้าขาและรับส่งมุขกันได้ดีทีเดียว! ในส่วนรุ่นใหญ่ที่ขึ้นชื่อได้การแสดงอย่าง <strong>เบน คิงส์ลี่ย์</strong> และ<strong> กาย เพียร์ซ</strong> ก็นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของทีมคัดเลือกนักแสดงผู้มารับบท แมนดาริน และ อัลดริช คิลเลี่ยน ที่ทำให้ตัวละครทั้งสองตัวนี้เป็นอะไรที่น่าจดจำ โดยเฉพาะในรายของ <strong>เบน คิงส์ลี่ย์</strong> ที่ถือว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรซ์ในเรื่องนี้!</p>
<p>จะสังเกตว่าภาคนี้ ตั้งคำถามในตัวโทนี่ สตาร์ก ว่าเขาเป็นผู้สร้างชุดเกราะหรือเกราะสร้างเขากันแน่! จากความกังวลในจิตใจที่ทำให้เขาต้องพึ่งพาชุดเกราะอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงการสร้างชุดเกราะที่ 42 ให้มาปกป้องเขาตามที่จิตสำนึกสั่งการได้ ทำให้เราได้เห็นถึงความเปราะบางในจิตใจและห้วงความคิดของโทนี่ ซึ่งผู้กำกับ <strong>เชน แบล็ค</strong> ก็นำพาเรื่องราวมาได้อย่างสุดทางและทำออกมาได้ดีมากในการให้ตัวละครค่อยๆ เข้าใจและเคลียร์ปมที่ค้างคาในใจด้วยเงื่อนไขว่า เขาต้องต่อสู้กับศัตรู โดยที่ไม่มีชุดเกราะ! เป็นที่น่าสังเกตว่าภาคนี้เราได้เห็นบทบู๊ของโทนี่ในร่างคนธรรมดามากกว่าใน ร่างสวมชุดเกราะ แต่กระนั้นเราก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าโทนี่ก็คือไอร์อ่อนแมน</p>
<p>ทั้งหมดนำมาสู่บทสรุปสุดท้ายของเรื่องที่ดีมากๆ มันเป็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบในตัว แต่ก็เปิดทางเพื่อมุ่งไปสู่ภาคต่อไปได้อย่างไม่เขอะเขิล! ซึ่งรวมไปถึงฉากท้ายเครดิตที่แฝงมุขกัดจิกตัวละครได้อย่างชาญฉลาด และเป็นคำตอบของคำถามต่อทิศทางการเล่าเรื่องในภาคนี้! ซึ่งทั้งหมดต้องยกความดีให้กับ <strong>เชน แบล็ค</strong> และ <strong>ดริว เพียร์ซ</strong> ที่ช่วยกันพัฒนาบทภาพยนตร์ชั้นดีนี้ออกมา</p>
<p style="text-align: left;"><strong>Iron Man 3</strong> ถือเป็นพัฒนาการที่ดีของหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำให้หนังแนวนี้พ้นข้อจำกัด เดิมๆ ประเภทพระเอกกำจัดผู้ร้ายหรือขายแต่ฉากแอ็คชั่นตระการตา แม้ว่าความกลมกล่อมยังไม่ได้เท่ากับที่ <strong>The Avengers</strong> เคยทำไว้ แต่ในท้ายที่สุดเราก็ได้ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ไตรภาคอีกเรื่องมาประดับบนโลกนี้ และถ้าหากมองว่าไตรภาค<strong> The Dark Knight</strong> คือความยอดเยี่ยมของฝั่ง <strong>DC Comics</strong> แล้วละก็ ไตรภาค <strong>Iron Man</strong> ก็คือสิ่งเชิดหน้าชูตาให้กับค่าย <strong>Marvel Studios</strong> ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;"><strong>Iron Man 3 ผมให้ 4 ดาว (เต็ม 5 ดาว)</strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>โดย Charthree</em></strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>http://charthree.wordpress.com</em></strong></span></p>
<p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/137976.html">Iron Man 3 – บทสรุปของคนในชุดเกราะเหล็ก</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://movie.mthai.com/movie-review/137976.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>140</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Expatriate – คุณพ่อบู๊ทวงชีวิต</title>
		<link>http://movie.mthai.com/movie-review/137884.html</link>
		<comments>http://movie.mthai.com/movie-review/137884.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Apr 2013 17:02:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Agent17</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง บทวิจารณ์หนังใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Charthree]]></category>
		<category><![CDATA[CIA]]></category>
		<category><![CDATA[Erased]]></category>
		<category><![CDATA[Spy]]></category>
		<category><![CDATA[The Expatriate]]></category>
		<category><![CDATA[ความทรงจำ]]></category>
		<category><![CDATA[ฆ่าข้ามโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ซีไอเอ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแล้วมาคุยกัน]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[สปาย]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสายลับ]]></category>
		<category><![CDATA[แอรอน เอ็คฮาร์ท]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://movie.mthai.com/?p=137884</guid>
		<description><![CDATA[<p>แอรอน แอ็คฮาร์ท คือชื่อนักแสดงที่เริ่มคุ้นหูคุ้นตากับแฟนหนังทั่วไปหลังจากที่ได้รับบท ฮาร์วี่ย์ เดนท์ หรือ ทูเฟซ ใน The Dark Knight (2008) นอกจากจะมีความสามารถทางการแสดงเป็นพิเศษแล้ว เขายังมีบุคลิกของพระเอกแอ็คชั่น และกับ The Expatriate ก็ถือเป็นโอกาสให้เขาได้แสดงฝีมือทางด้านบู๊ ที่อีกองค์ประกอบด้านดราม่าระหว่างพ่อลูกเสริมให้เรื่องมีมิติมากขึ้น ซึ่งเขาก็สามารถทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว! The Expatriate เป็นชื่อหนังที่ใช้นอกอเมริกาซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า Erased โดยเป็นเรื่องราวของคุณพ่อ เบน โรแกน (แอรอน แอ็คฮาร์ท) อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอ ที่พยายามลบเลือนอดีต ด้วยการอพยพมาอาศัยอยู่ที่ประเทศเบลเยี่ยมพร้อมกับเอมมี่ (ลีอาน่า ลิเบอราโต้) ลูกสาว และทำงานเป็นพนักงานบริษัท ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย ทำหน้าที่ถอดรหัสระบบความปลอดภัย ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกไม่ค่อยลงรอยกันนัก แต่แล้วในวันธรรมดาวันหนึ่งเมื่อเขาไปทำงานตามปกติ ปรากฎว่าบริษัทได้อันตรธานหายไป เขาพยายามสืบหาข้อเท็จจริง แต่ก็กลับถูกลบข้อมูลไปหมด ท่ามกลางความสงสัยเขาและลูกสาวได้ถูกกลุ่มคนตามล่าเอาชีวิต เช่นเดียวกับ เพื่อนซีไอเออย่าง แอนนา (โอลก้า คูรีย์เลนโก้) เขาไม่สามารถเชื่อใจใครได้ เขาจึงต้องหาทางออกเพื่อจบเรื่องบ้าๆ นี้ด้วยตัวเอง! ว่าไปแล้วพล็อตเรื่องของ The Expatriate [...]</p><p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/137884.html">The Expatriate – คุณพ่อบู๊ทวงชีวิต</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-137885" alt="w964-600x400" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2013/04/w964-600x4001.jpg" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>แอรอน แอ็คฮาร์ท</strong> คือชื่อนักแสดงที่เริ่มคุ้นหูคุ้นตากับแฟนหนังทั่วไปหลังจากที่ได้รับบท ฮาร์วี่ย์ เดนท์ หรือ ทูเฟซ ใน<strong> The Dark Knight</strong> (2008) นอกจากจะมีความสามารถทางการแสดงเป็นพิเศษแล้ว เขายังมีบุคลิกของพระเอกแอ็คชั่น และกับ<strong> The Expatriate</strong> ก็ถือเป็นโอกาสให้เขาได้แสดงฝีมือทางด้านบู๊ ที่อีกองค์ประกอบด้านดราม่าระหว่างพ่อลูกเสริมให้เรื่องมีมิติมากขึ้น ซึ่งเขาก็สามารถทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว!</p>
<p><strong>The Expatriate</strong> เป็นชื่อหนังที่ใช้นอกอเมริกาซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า <strong>Erased</strong> โดยเป็นเรื่องราวของคุณพ่อ เบน โรแกน<strong> (แอรอน แอ็คฮาร์ท)</strong> อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอ ที่พยายามลบเลือนอดีต ด้วยการอพยพมาอาศัยอยู่ที่ประเทศเบลเยี่ยมพร้อมกับเอมมี่<strong> (ลีอาน่า ลิเบอราโต้)</strong> ลูกสาว และทำงานเป็นพนักงานบริษัท ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย ทำหน้าที่ถอดรหัสระบบความปลอดภัย ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกไม่ค่อยลงรอยกันนัก</p>
<p>แต่แล้วในวันธรรมดาวันหนึ่งเมื่อเขาไปทำงานตามปกติ ปรากฎว่าบริษัทได้อันตรธานหายไป เขาพยายามสืบหาข้อเท็จจริง แต่ก็กลับถูกลบข้อมูลไปหมด ท่ามกลางความสงสัยเขาและลูกสาวได้ถูกกลุ่มคนตามล่าเอาชีวิต เช่นเดียวกับ เพื่อนซีไอเออย่าง แอนนา <strong>(โอลก้า คูรีย์เลนโก้)</strong> เขาไม่สามารถเชื่อใจใครได้ เขาจึงต้องหาทางออกเพื่อจบเรื่องบ้าๆ นี้ด้วยตัวเอง!</p>
<p>ว่าไปแล้วพล็อตเรื่องของ <strong>The Expatriate</strong> ก็เป็นพล็อตแนวแอ็คชั่นทั่วไป ที่ตัวละครผู้มีฝีมือเก่งกาจพยายามหลบหนีจากอดีต แต่แล้วอดีตก็มาตามล่าให้เขาต้องแก้ไข ซึ่ง<strong> แอแรช อเมล</strong> ผู้เขียนบท ซึ่งกำลังจะมีผลงานที่มาจากบทภาพยนตร์ของเขาที่ได้รับการจับตามองอย่างเรื่อง <strong>Grace of Monaco</strong> ก็ได้ใส่เรื่องราวระหว่างพ่อและลูกสาวลงไปที่ทำให้หนังมีอะไรให้จับต้องบ้าง</p>
<p>หนังได้ผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง <strong>ฟิลิปป์ สโตลซ์</strong> มาทำหน้าที่ ซึ่งการเล่าเรื่องในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกยังทำได้ไม่ดีนัก ผู้กำกับสนุกกับการสร้างปริศนาและข้อสงสัยต่างๆ ให้เกิดขึ้นในใจผู้ชม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ถูกต้องกับการทำหนังแนวแอ็คชั่นทริลเลอร์แบบนี้</p>
<p>ซึ่งปมสำคัญในเรื่องที่ใช้ทำประชาสัมพันธ์ในตัวอย่างหนังให้ชวนติดตาม ก็คือการที่พระเอกของเราถูกลบตัวตนออกไป ซึ่งตัวพระเอกต้องหาสาเหตุอันนำไปสู่การบู๊เพื่อทวงชีวิตคืนมา ซึ่งปมนี้ถือว่าเปิดออกมาได้น่าสนใจ ที่ทำให้อยากรู้ว่าศัตรูเป็นใครจึงมีศักยภาพที่สามารถทำได้ขนาดนี้ (แม้จะดูเกินจริงไปมากก็เถอะ)</p>
<p>ครึ่งหลังของหนังที่เป็นการเคลียร์ปมปัญหา และเป็นส่วนโชว์ฉากแอ็คชั่นก็นับว่าทำออกได้ดีทีเดียว แม้จะรู้สึกว่าหนังหาทางออกให้กับปัญหาได้ง่ายไปนิด แต่ก็พอจะทำให้เรารู้สึกลุ้นเอาใจช่วยได้พอสมควร ซึ่งใครเป็นคอหนังแอ็คชั่นน่าจะชอบใจกับการจัดการเหล่าร้ายในฉากสุดท้าย ที่จะว่าไปมันก็สะใจดีเหมือนกัน!</p>
<p><strong>โอลก้า คูรีย์เลนโก้</strong> ได้บทบาทที่เหมือนจะเด่นแต่ไม่เด่นซะงั้น! แถมสถานการณ์ยังพาให้เราลืมเลือนตัวละครนี้ได้อย่าง่ายดาย ออกจะน่าเสียดายที่ได้นักแสดงมีชื่อระดับนี้แต่บทไม่ได้เปิดช่องให้เธอแสดง ฝีมือมากนัก</p>
<p>การใส่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก ถือเป็นส่วนที่มาช่วยหนังในภาพรวมได้มากทีเดียว ซึ่งเคมีที่พอไปกันได้ระหว่าง <strong>แอรอน แอ็คฮาร์ท</strong> และ <strong>ลีอาน่า ลิเบอราโต้</strong> ก็พอทำให้อินกับเรื่องราวพ่อลูกคู่นี้ ซึ่งในกรณ๊ของลีอาน่าเธอแสดงบทเด็กสาวที่ทั้งรักทั้งเคืองผู้เป็นพ่อได้น่า เอ็นดูและเธอมีเสน่ห์ขึ้นกล้องมากๆ</p>
<p>สุดท้าย<strong> The Expatriate</strong> จึงเป็นหนังแอ็คชั่นทริลเลอร์ที่ดูได้เพลินๆ เท่านั้น หากใช้มาตรฐานของหนังแอ็คชั่นที่พัฒนาไปไกลอย่างทุกวันนี้ ก็นับว่าหนังไม่ได้พาไปสู่ทิศทางใหม่ๆ แต่อย่างใด สิ่งที่น่าสนใจต่อจากนี้ก็คือ หนังแนวแอ็คชั่นเรื่องใหม่ของ<strong> แอรอน แอ็คฮาร์ท</strong> เพราะกับผลลัพธ์ที่ออกมา เฉพาะตัวเขาถือว่าผ่านสำหรับบทพระเอกแอ็คชั่น</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>The Expatriate ผมให้ 2 ดาว (เต็ม 5 ดาว)</strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>โดย Charthree</strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>http://charthree.wordpress.com</strong></span></p>
<p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/137884.html">The Expatriate – คุณพ่อบู๊ทวงชีวิต</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://movie.mthai.com/movie-review/137884.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>One Piece Film: Z – เซตโตะ VS ลูฟี่ การต่อสู้ของ 2 อุดมการณ์</title>
		<link>http://movie.mthai.com/movie-review/137855.html</link>
		<comments>http://movie.mthai.com/movie-review/137855.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Apr 2013 18:54:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Agent17</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง บทวิจารณ์หนังใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Charthree]]></category>
		<category><![CDATA[Dex Club]]></category>
		<category><![CDATA[One Piece Film Z]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแล้วมาคุยกัน]]></category>
		<category><![CDATA[มังงะ]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ลูฟี่]]></category>
		<category><![CDATA[วันพีช]]></category>
		<category><![CDATA[วันพีซ ฟิลม์ แซด]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[อนิเมชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะ มูฟวี่]]></category>
		<category><![CDATA[โจรสลัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://movie.mthai.com/?p=137855</guid>
		<description><![CDATA[<p>One Piece Film: Z คือภาพยนตร์อนิเมชั่นวันพีชเรื่องที่ 12 และเป็นเรื่องที่ 2 ต่อจาก One Piece Film: Strong World ที่ เออิจิโร่ โอดะ ผู้ให้กำเนิดวันพีช ลงมาควบคุมการผลิตด้วยตัวเองทั้งการออกแบบตัวละครและทิศทางของเรื่องราว ทำให้ One Piece Film: Z มีความพิเศษในตัว เนื่องจากมันถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งในไทม์ไลน์เดียวกับวันพีชฉบับการ์ตูนอย่างเป็นทางการ ซึ่งภาคนี้จะว่าไปแล้ว ตัวเอกที่แท้จริงก็คือ เซตโตะ ผู้นำนีโอกองทัพเรือ ที่เมื่ออดีตเขามีดีกรีเป็นถึง พลเอก “แขนดำ” แห่งกองทัพเรือ และเป็นอาจารย์ให้แก่เหล่าทหารเรือที่มีชื่อเสียงโด่งดังในปัจจุบัน ในขณะที่ลูฟี่และผองเพื่อนคือผู้ผ่านทางที่บังเอิญได้พบกับเซตโตะ และลงท้ายกลายเป็นการต่อสู้กันระหว่างอุดมการณ์ของทั้งสองฝ่าย ที่ไม่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ก็สามารถตอบคำถามที่ค้างคาในจิตใจได้ สำเร็จ เรื่องราวใน One Piece Film: Z เริ่มขึ้นหลังจากกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อผ่าน พ้นไป 2 ปี พวกเขาได้เข้ามาสู่ครึ่งหลังของแกรนด์ไลน์ที่เหล่าโจรสลัดเรียกขานกันว่า โลกใหม่ จากเหตุการณ์ที่เซตโตะหัวหน้ากลุ่มนีโอกองทัพเรือได้แย่งชิง หินไดน่า ที่มีพลังเทียบเท่ากับอาวุธโบราณ ทำให้เซตโตะได้รับบาดเจ็บและได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง เซตโตะ [...]</p><p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/137855.html">One Piece Film: Z – เซตโตะ VS ลูฟี่ การต่อสู้ของ 2 อุดมการณ์</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-large wp-image-137856" alt="one-piece-film-z-trailer" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2013/04/one-piece-film-z-trailer-600x337.jpg" width="600" height="337" /></p>
<p><strong>One Piece Film: Z</strong> คือภาพยนตร์อนิเมชั่นวันพีชเรื่องที่ 12 และเป็นเรื่องที่ 2 ต่อจาก<strong> One Piece Film: Strong World</strong> ที่<strong> เออิจิโร่ โอดะ</strong> ผู้ให้กำเนิด<strong>วันพีช</strong> ลงมาควบคุมการผลิตด้วยตัวเองทั้งการออกแบบตัวละครและทิศทางของเรื่องราว ทำให้ <strong>One Piece Film: Z</strong> มีความพิเศษในตัว เนื่องจากมันถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งในไทม์ไลน์เดียวกับวันพีชฉบับการ์ตูนอย่างเป็นทางการ</p>
<p>ซึ่งภาคนี้จะว่าไปแล้ว ตัวเอกที่แท้จริงก็คือ เซตโตะ ผู้นำนีโอกองทัพเรือ ที่เมื่ออดีตเขามีดีกรีเป็นถึง พลเอก “แขนดำ” แห่งกองทัพเรือ และเป็นอาจารย์ให้แก่เหล่าทหารเรือที่มีชื่อเสียงโด่งดังในปัจจุบัน ในขณะที่ลูฟี่และผองเพื่อนคือผู้ผ่านทางที่บังเอิญได้พบกับเซตโตะ และลงท้ายกลายเป็นการต่อสู้กันระหว่างอุดมการณ์ของทั้งสองฝ่าย ที่ไม่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ก็สามารถตอบคำถามที่ค้างคาในจิตใจได้ สำเร็จ</p>
<p>เรื่องราวใน <strong>One Piece Film: Z</strong> เริ่มขึ้นหลังจากกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อผ่าน พ้นไป 2 ปี พวกเขาได้เข้ามาสู่ครึ่งหลังของแกรนด์ไลน์ที่เหล่าโจรสลัดเรียกขานกันว่า โลกใหม่ จากเหตุการณ์ที่เซตโตะหัวหน้ากลุ่มนีโอกองทัพเรือได้แย่งชิง หินไดน่า ที่มีพลังเทียบเท่ากับอาวุธโบราณ ทำให้เซตโตะได้รับบาดเจ็บและได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง</p>
<p>เซตโตะ ที่ได้พบเจอโศกนาฎกรรมเมื่อครั้งอดีตจากโจรสลัด จนหมดสิ้นศรัทธากับกองทัพเรือ และหมายมั่นจะกวาดล้างยุคทองของโจรสลัดให้สิ้นซาก เมื่อรู้ว่าลูฟี่และพวกพ้องว่าเป็นโจรสลัด การต่อสู้จึงเริ่มขึ้นและจบด้วยความพ่ายแพ้ของโจรสลัดหมวกฟางถึง 2 ครั้ง และเซตโตะได้ยึดหมวกฟางของสำคัญของลูพี่ไป!</p>
<p>กลุ่มหมวกฟางได้รับรู้จาก คุซัน หรือ อาโอคิยิ อดีตพลเอกที่ลาออกจากกองทัพเรือว่า เป้าหมายที่แท้จริงของเซตโตะก็คือการนำหินไดน่าไปทำลายจุด “เอนพอยท์” ทั้ง 3 จุด เพื่อให้แมกม่าใต้โลกปะทุขึ้นมาบนผิวทะเลและทำให้ทะลเหือดแห้ง และเป็นการจบยุคทองโจรสลัด! แต่ในขณะเดียวกันการกระทำนี้มันไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงโจรสลัดเท่านั้น แต่มันกระทบต่อคนธรรมดาด้วย ลูฟี่จึงมุ่งหน้าไปเผชิญกับเซตโตะอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือโลกใบนี้และหยุด ยั้งผู้ที่มาทำลายความฝันของเหล่าโจรสลัดทุกคน!</p>
<p><strong>One Piece Film: Z</strong> เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมาย แต่หนังดำเนินเรื่องไปข้างด้วยความรวดเร็ว ไม่เยิ่นเย้อ และในขณะที่เรื่องดำเนินไป หนังก็ค่อยๆ บอกเล่าเรื่องราวของเซตโตะและเป้าหมายที่แท้จริงของเขาออกมาอย่างมีชั้นเชิง ราวกับกำลังประกอบจิกซอว์เรื่องราวในอดีตที่เชื่อมโยงกับปัจจุบัน รวมทั้งความฝัน อุดุมการณ์ ความสุข ความเศร้า ความสูญเสีย และนั่นทำให้เราเข้าใจและเห็นใจกับสิ่งที่ตัวละครนี้เผชิญ แต่กระนั้นก็ยังมีร่องรอยบางอย่างบนจิกซอว์ประวัติของเซตโตะที่ก็ยังไม่ได้ รับการเติมเต็ม ซึ่งจิกซอว์ชิ้นนี้คงจะไปปรากฏในฉบับการ์ตูนในอนาคต!</p>
<p>เซตโตะ คือ ตัวละครที่เป็นดั่งปรมาจารย์ของกองทัพเรือ การที่เซตโตะหันมาเผชิญหน้ากับกองทัพเรือ ทำให้เราได้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของกองทัพเรือ ที่แม้กองกำลังบางส่วนมุ่งจะจัดการอดีตพลเอกรายนี้ให้จงได้ แต่อีกส่วนก็เข้าใจความรู้สึกของเซตโตะ เพียงแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องหยุดยั้งการกระทำของเขาที่อาจทำให้โลกล่ม สลาย ซึ่งตัวละคร คุซัน แม้จะเป็นอดีตพลเอกที่ลาออกจากกองทัพเรือ คือตัวละครสำคัญที่ช่วยเสริมให้บุคลิกของเซตโตะเด่นชัด และทำให้เห็นแง่งามอีกด้านของกองทัพเรือ ซึ่งตรงข้ามกับ จอมพลซากาซุกิ และ พลเอกคิซารุ</p>
<p>แม้ว่าเรื่องราวในภาพรวมของ<strong> One Piece Film: Z</strong> จะค่อนข้างหนักหน่วงและเข้มข้น แต่ โอดะ ก็ไม่ลืมที่ใส่ความสนุกสนาน บ้าบอ ปนเซ็กซี่ ที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มได้ทุกครั้ง เมื่อกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ซึ่งทุกคนก็ได้โอกาสในการแสดงฝีมือใหม่ๆ ที่ได้มาจากการฝึกพิเศษ 2 ปี และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ให้ได้เห็นกันทุกคน ซึ่งจุดนี้มีไปถึงตอนเครดิตท้ายเรื่อง ที่บอกได้คำเดียวว่าแฟนพันธุ์แท้วันพีชเห็นแล้วจะฟินสุดๆ</p>
<p>ทั้งหมดที่กล่าวในข้างต้น มันจึงเป็นข้อจำกัดเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้ <strong>One Piece Film: Z</strong> เหมาะกับแฟนการ์ตูนวันพีชโดยเฉพาะ ถึงจะสามารถสนุกกับเรื่องราวและย่อยรายละเอียดที่สอดแทรกไว้ในเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่!</p>
<p>การถ่ายทอดภาพของอนิเมชั่นเรื่องนี้ นับว่าสร้างสรรค์ออกมาเป็นอย่างดี เราจะเห็นว่ามีฉากหลายๆ ฉากที่เป็นส่วนผสมระหว่างภาพ 2 มิติตามแบบอนิเมชั่นทั่วไปเข้ากับ 3 มิติ ที่ทำให้ฉากหลังมีมิติและรายละเอียดมากขึ้น รวมไปถึงการออกแบบฉากต่อสู้ที่ถือเป็นการโชว์ทักษะของผู้อนิเมทโดยแท้จริง ที่ทำให้เราเห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดน่าตื่นเต้นในมุมมองที่ไม่คิดว่ารูปแบบอ นิเมชั่นแบบนี้จะสามารถทำได้!</p>
<p>และที่น่าชื่นชมอีกอย่างก็คือเครื่องแบบธีมชุดแดงของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง ที่เราเห็นในเรื่องนั้น มันมีที่มาที่ไปของมันซึ่งเต็มไปด้วยความหมายและทำให้เครื่องแบบชุดนี้เป็น ดั่งตัวแทนอารมณ์ความรู้สึกของเหล่าโจรสลัดที่พวกหมวกฟางแบกรับเมื่อยามไป เผชิญหน้ากับเซตโตะ</p>
<p>การดวลกันระหว่าง ลูพี่ และ เซตโตะ จึงคล้ายเป็นดั่งการดวลระหว่าง 2 อุดมการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งหากใครที่เป็นแฟนของ<strong>วันพีช</strong> จะเห็นว่าคนอย่างลูพี่และเซตโตะก็คือคนจำพวกเดียวกัน ที่มุ่งมั่นและเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ เพียงแต่เซตโตะเจอสถานการณ์รุนแรงในชีวิตจนเกินจะรับทำให้ความเชื่อเขา เปลี่ยนไป จะเห็นว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับลูพี่ ระหว่างการต่อสู้เซตโตะเริ่มเข้าใจและมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวลูพี่ที่เขา หลงลืมไป ซึ่งเขามิอาจยอมรับได้ว่า เด็กคนนี้จะเป็นผู้มาปลดปล่อยเขา เขาจึงพยายามเอ่ยนาม “เซตโตะ” ออกมาเป็นระยะราวกับจะย้ำเตือนตัวเองไม่ให้กลับไปเป็น “เซเฟอร์” คนที่เคยมุ่งมั่นและเชื่อในสิ่งที่ตัวเองทำ…</p>
<p>บทสรุปสุดท้ายของเรื่อง คือฉากที่ไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย มันเป็นบทสรุปที่ดีที่สุด (และเท่ๆ สุด) ให้กับคนอย่างเซตโตะที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดในภาคนี้ ขณะเดียวกันการดวลกันระหว่างเซตโตะและลูฟี่ก็ได้กลายเป็นบททดสอบความหนัก แน่นในเส้นทางที่ตัวเองเชื่อและมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงของลูฟี่ ซึ่งนี่คือบททดสอบครั้งสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกเป็นครั้งแรกว่าอยากเอาใจช่วย ให้ ลูฟี่ ก้าวไปสู่การเป็นราชาโจรสลัดจริงๆ มากกว่าจะเชียร์เพราะเขาเป็นพระเอกของเรื่องนี้!</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>One Piece Film Z ผมให้ 5 ดาว (เต็ม 5)</strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>โดย Charthree</strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>http://charthree.wordpress.com</strong></span></p>
<p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/137855.html">One Piece Film: Z – เซตโตะ VS ลูฟี่ การต่อสู้ของ 2 อุดมการณ์</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://movie.mthai.com/movie-review/137855.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เกรียน ฟิคชั่น – ชีวิตของเราใช้ซะ!</title>
		<link>http://movie.mthai.com/movie-review/137628.html</link>
		<comments>http://movie.mthai.com/movie-review/137628.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Apr 2013 05:46:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tyler</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง บทวิจารณ์หนังใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Charthree]]></category>
		<category><![CDATA[การแสวงหา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแล้วมาคุยกัน]]></category>
		<category><![CDATA[บทวิจารณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[มะเดี่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังวัยรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[หนังไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เกรียน ฟิคชั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://movie.mthai.com/?p=137628</guid>
		<description><![CDATA[<p>เกรียน ฟิคชั่น ผลงานล่าสุดจากผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล เป็นงานที่หน้าหนังดูเป็นหนังแนววัยรุ่นมัธยมปลาย ที่ใช้ชีวิตสุดโต่ง ทำอะไรห่ามๆ ที่ต้องเผชิญปัญหา แก้ไขปัญหานั้น ตบท้ายด้วยความประทับใจ เหล่าตัวละครเข้าใจชีวิตมากขึ้นและเติบโตขึ้น จบ! ซึ่งจะว่าไป เกรียน ฟิคชั่น ก็เดินเรื่องไม่ได้แตกต่างจากที่กล่าวมาสักเท่าไหร่ แต่ว่าปัญหาและความเข้มข้น รวมถึงมุมมองบางอย่างที่สอดแทรกอยู่นั้น ช่วยทำให้หนังเรื่องนี้มีคุณค่าในตัว เกินกว่าจะมองข้ามและตัดสินมันจากหน้าหนัง ในภาพยนตร์ที่มุ่งถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นนั้น ส่วนมากจะถ่ายทอดแค่เพียงผิวเผินและแม้จะพยายามใส่ของหนักเข้ามา ก็ยังดูกั๊กๆ จนไม่สามารถสะท้อนภาพความจริงของชีวิตช่วงนี้ออกมาได้ในอย่างที่มันเป็นแต่กับ เกรียน ฟิคชั่น ผู้กำกับเลือกที่จะไม่รอมชอมกับการนำเสนอบางสิ่งที่ดูแรงจนบางขณะที่ชมรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ที่ตัวละครต้องเผชิญ จนเผลอนำตัวเองไปซ้อนทับกับตัวละครแล้วคิดว่า ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังมันเกิดกับชีวิตเรา แล้วเราจะหาทางออก คลายปมปัญหาที่ค้างคาใจให้หมดไปได้อย่างไร เกรียน ฟิคชั่น เป็นชื่อของแก๊งวัยรุ่นมัธยมปลายกลุ่มหนึ่ง อันประกอบไปด้วย ตี๋ (พัทธดนย์ จันทร์เงิน), โอ๊ต (กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม), ม่อน (ปุริม รัตนเรืองวัฒนา) และ โมน (กิตตศักดิ์ ปฐมบูรณา) ที่มักจะอะไรแปลกๆ บางครั้งก็เท่ บางครั้งก็เกรียน! และถ่ายคลิปวีดีโอเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ พวกเขาได้เข้าชมรมการแสดง [...]</p><p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/137628.html">เกรียน ฟิคชั่น – ชีวิตของเราใช้ซะ!</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-137629" alt="เกรียน ฟิคชั่น" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2013/04/IMG_0854-600x400.jpg" width="600" height="400" /></p>
<p><span style="color: #800000;"><strong>เกรียน ฟิคชั่น</strong> ผลงานล่าสุดจากผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล เป็นงานที่หน้าหนังดูเป็นหนังแนววัยรุ่นมัธยมปลาย ที่ใช้ชีวิตสุดโต่ง ทำอะไรห่ามๆ ที่ต้องเผชิญปัญหา แก้ไขปัญหานั้น ตบท้ายด้วยความประทับใจ เหล่าตัวละครเข้าใจชีวิตมากขึ้นและเติบโตขึ้น จบ! ซึ่งจะว่าไป เกรียน ฟิคชั่น ก็เดินเรื่องไม่ได้แตกต่างจากที่กล่าวมาสักเท่าไหร่ แต่ว่าปัญหาและความเข้มข้น รวมถึงมุมมองบางอย่างที่สอดแทรกอยู่นั้น ช่วยทำให้หนังเรื่องนี้มีคุณค่าในตัว เกินกว่าจะมองข้ามและตัดสินมันจากหน้าหนัง</span></p>
<p>ในภาพยนตร์ที่มุ่งถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นนั้น ส่วนมากจะถ่ายทอดแค่เพียงผิวเผินและแม้จะพยายามใส่ของหนักเข้ามา ก็ยังดูกั๊กๆ จนไม่สามารถสะท้อนภาพความจริงของชีวิตช่วงนี้ออกมาได้ในอย่างที่มันเป็นแต่กับ เกรียน ฟิคชั่น ผู้กำกับเลือกที่จะไม่รอมชอมกับการนำเสนอบางสิ่งที่ดูแรงจนบางขณะที่ชมรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ที่ตัวละครต้องเผชิญ จนเผลอนำตัวเองไปซ้อนทับกับตัวละครแล้วคิดว่า ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังมันเกิดกับชีวิตเรา แล้วเราจะหาทางออก คลายปมปัญหาที่ค้างคาใจให้หมดไปได้อย่างไร</p>
<p>เกรียน ฟิคชั่น เป็นชื่อของแก๊งวัยรุ่นมัธยมปลายกลุ่มหนึ่ง อันประกอบไปด้วย ตี๋ (พัทธดนย์ จันทร์เงิน), โอ๊ต (กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม), ม่อน (ปุริม รัตนเรืองวัฒนา) และ โมน (กิตตศักดิ์ ปฐมบูรณา) ที่มักจะอะไรแปลกๆ บางครั้งก็เท่ บางครั้งก็เกรียน! และถ่ายคลิปวีดีโอเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ พวกเขาได้เข้าชมรมการแสดง และตี๋ก็ได้เป็นพระเอกแสดงละครเวทีกับพลอยดาว (ลักษณ์นารา เปี้ยทา) ดาวโรงเรียนที่ใครๆ ก็ชื่นชอบ รวมถึงตัวของตี๋เองด้วย แต่แล้วเมื่อวันแสดงจริงมาถึง ด้วยอุบัติเหตุทำให้ตี๋ทำให้พลอยดาวต้องอับอาย จนความทั้งคู่เข้าหน้ากันไม่ติดและเป็นปมในใจที่ตี๋ต้องหาทางแก้ไข… ซึ่งเรื่องราวต่อจากนี้คือความเข้มข้นที่ทำให้ เกรียนฟิคชั่น ยกระดับให้กับหนังที่ตีแผ่ชีวิตวัยรุ่น</p>
<p>หนังถ่ายทอดออกมาจากมุมมองของตี๋ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งเจ้าตัวเปรียบเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นของตัวเองเหมือนการเขียนบทภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ชีวิตบางทีก็น่าแปลก เราอาจวางให้ใครบางคนได้รับบทสำคัญในภาพยนตร์ชีวิตของเรา แต่ใครบางคนนั้นอาจไม่ได้มีบทให้เราในภาพยนตร์ชีวิตของเขาก็ได้ เช่นเดียวกับตี๋ ก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไป ที่ช่วงนี้บทบาทสำคัญก็คือเพื่อนฝูง และคนที่ตัวเองรัก และในขณะที่ตี๋ก็มีบทบาทสำคัญในชีวิตของเพื่อนๆ แต่กลับพลอยดาว! ที่ไม่ว่าด้วยความรู้สึกดีๆ หรือเพราะความรู้สึกผิดที่มีเธอ แต่พลอยดาวก็ได้บทบาทสำคัญในชีวิตของตี๋ ในขณะที่พลอยดาวกลับเป็นตรงกันข้าม</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-137630" alt="เกรียน ฟิคชั่น" src="http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2013/04/IMG_0882-600x400.jpg" width="600" height="400" /></p>
<p><span style="color: #800000;">แม้ภาพรวมของ เกรียน ฟิคชั่น จะมาในโทนที่จริงจัง (ซึ่งแตกต่างกับการประชาสัมพันธ์!) แต่ก็ยังแฝงอารมณ์ขันเอาไว้ด้วยมุขจิกกัด ที่คล้ายเป็นตัวแทนเสียงสะท้อนของวัยรุ่นที่มีต่อ กฎเกณฑ์หรือกรอบบางอย่างที่พวกเขาต้องเผชิญ</span></p>
<p>หนังเต็มไปด้วยฉากสวยๆ มุมกล้องอันแปลกตาที่ไม่ค่อยปรากฎในหนังไทย รวมไปถึงลูกเล่นการถ่ายภาพชั้นเยี่ยม ที่ทำให้เกือบทุกฉาก (ที่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่) เต็มไปด้วยความงดงาม นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ที่สอดแทรกในหนัง ที่นอกจากจะรับใช้ฉากนั้นๆ ได้แล้ว ยังเป็นตัวแทนในการสื่ออารมณ์ความรู้สึกของตัวละครในตอนนั้นอีกด้วย</p>
<p>ทีมนักแสดงวัยรุ่นต่างทำหน้าที่กันได้ดีและเขาขากันดีมาก พัทธดนย์ จันทร์เงิน ในบทตี๋ ที่หน้าตาน้องดูไม่ได้โดดเด่นไปกว่าเพื่อนในแก๊งเกรียน แต่ความสามารถในการแสดงและการสื่อสารด้วยแววตา (โดยเฉพาะฉากในเมืองพัทยาทั้งหมด) ทำให้เข้าใจได้ว่า ทำไมผู้กำกับถึงมอบบทนำให้กับน้องคนนี้ ในขณะที่ กิ๊บซี่ วนิดา เติมธนาภรณ์ ในบททิพย์ ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของตี๋ ซึ่งเธอก็ทำได้ดีกับการเป็นตัวแทนของปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวรูปแบบหนึ่ง ส่วน ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง กับอาจารย์เสน่ห์ที่ไม่มีอะไรมากกว่าไปกว่าการแสดงเป็นตัวของตัวเอง! และกับมิว ลักษณ์นารา เปี้ยทา ในบทพลอยดาว ที่น่าประทับใจกับการแสดงในแบบน้อยแต่มาก</p>
<p>เกรียน ฟิคชั่น จะสมบูรณ์กว่านี้หากเลือกที่เล่าให้ชัดเจนเกี่ยวกับตัวละครบางตัว ซึ่งทำให้บางตัวละครแบนราบ รวมไปถึงความยาวของหนังที่มากไปนิด ซึงหากตัดบางฉากที่เน้นขายสไตล์ออกไปบางส่วน (ซึ่งมีเยอะมาก) หรือเลือกที่จะเล่าให้เรียบง่ายขึ้นเพื่อให้หนังมีขนาดที่สั้นลงกว่านี้ ก็น่าจะทำให้ภาพรวมของเรื่องกลมกล่อมกว่าที่เป็นอยู่!</p>
<p>เกรียน ฟิคชั่น เป็นงานชั้นดีอีกชิ้นของผู้กำกับ มะเดี่ยว ต่อจาก Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ และยังเป็นหนังวัยรุ่นที่ไม่ได้จำกัดแค่วัยรุ่นดูเท่านั้น แต่มันยังเหมาะกับคนทุกวัย ที่เมื่อชมจบเราอาจต้องกลับมาตั้งคำถามกับการใช้ชีวิตของเราว่า เราได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าพอแล้วหรือยัง?</p>
<p><span style="color: #0000ff;">เกรียน ฟิคชั่น ผมให้ 4 ดาว (เต็ม 5 ดาว)</span></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">โดย Charthree</span></strong></p>
<p><span style="color: #0000ff;">http://charthree.wordpress.com</span></p>
<p>The post <a href="http://movie.mthai.com/movie-review/137628.html">เกรียน ฟิคชั่น – ชีวิตของเราใช้ซะ!</a> appeared first on <a href="http://movie.mthai.com">Mthai Movie</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://movie.mthai.com/movie-review/137628.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>58</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Database Caching 14/22 queries in 0.075 seconds using memcached

 Served from: movie.mthai.com @ 2013-05-25 16:15:18 by W3 Total Cache -->