ชวนส่องเบื้องหลังกว่าจะเป็นคิวบู๊ ของ พันนา ฤทธิไกร พร้อมเปิดใจ ทายาทอาจารย์ผู้ล่วงลับ

Home / variety / ชวนส่องเบื้องหลังกว่าจะเป็นคิวบู๊ ของ พันนา ฤทธิไกร พร้อมเปิดใจ ทายาทอาจารย์ผู้ล่วงลับ

นับได้ว่าการจากไปของ พันนา ฤทธิไกร นักแสดง ผู้กำกับ และนักออกแบบคิวบู๊ ผู้เปิดศักราชใหม่ให้วงการหนังแอ็กชันบ้านเรา ย่อมถือเป็นการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญของวงการหนังไทย รวมไปถึงวงการหนังของโลกเลยก็ว่าได้ หากแต่สิ่งที่พันนาได้แผ้วถางวางเอาไว้ให้วงการหนังแอ็กชันไทยมาตลอดทั้งชีวิตนั้น ล้วนหาได้สูญเปล่าไม่ แต่มันกลับผลิดอกออกผล จนเป็นรากฐานอันแข็งแรง ในระบบการฝึกฝนและผลิต สตันต์แมนอย่างเป็นมืออาชีพ ไปจนถึงวิธีคิดและออกแบบคิวบู๊ในสไตล์ไทยแท้ออกมาให้โลกประจักษ์ได้สำเร็จ

131216_timeline_special-tr_05

พันนา ฤทธิไกร

และเพื่อเป็นการอาลัยและรำลึกถึงคุณูปการที่ พันนา ฤทธิไกร ได้ฝากไว้ นิตยสาร Bioscope ฉบับเดือนสิงหาคม จะพาคุณผู้ชมไปดูเบื้องหลังเล็กๆ น้่อยๆ ว่ากว่าจะเป็นคิวบู๊สุดมัน์ที่คุณผู้ชมได้เห็นนั้น มันเกิดมาจากอะไรบ้าง พร้อมทั้งเปิดใจ เซ้ง กวี ศิริคะเณรัตน์ สตันต์รุ่นบุกเบิก ที่ปัจจุบันไปประสบความสำเร็จในการทำงานร่วมกับกองถ่ายหนังต่างประเทศ, พต บรรพต กิหมื่นไวย์ สตันต์รุ่นสองที่เข้ามาอยู่กับกวี ก่อนจะมาช่วยงานในทีมสตันต์อีกที, ท็อป วีระพล ภูมาตย์ฝน สตันต์รุ่นสี่ที่เข้าในช่วงเริ่มต้น ‘องค์บาก’ และ ตอง กฤษณะ ลาดพันนา ลูกชายเพียงคนเดียวของพันนาเอง ที่เตรียมสานต่องานของพ่อ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตของทีม พันนาสตันต์ ที่สืบทอดต่อรุ่นกันมาจนถึงปัจจุบัน

CCI22072557_13

เริ่มต้นที่พี่เซ้ง (กวี ศิริคะเณรัตน์) ครับ การทำงานในยุคแรกๆ กับพี่พันนาเป็นอย่างไรบ้าง
เซ้ง : ผมเข้ามาทำงานในหนังเรื่องที่สองของพี่พันนาคือ ‘ซิ่งวิ่งลุย’ ตอนนั้น พี่โต (ประพนธ์ เพ็ชรอินทร์ – เพื่อนสนิทของพันนาที่บุกเบิก เพชรพันนาโปรดักชันมาด้วยกัน แต่เสียชีวิตแล้ว) ก็ยังอยู่ บรรยากาศการทำงานตอนนั้นยังลูกทุ่งมากๆ แต่สนุกครับ ทุกอย่างเราทำกันเองหมด ไม่ว่าจะยกรางดอลลี แบกรีเฟล็กซ์ เล่นเองบ้างอะไรบ้าง โดดแม่น้ำชีก็กระโดดจริงๆ ไม่มีเบาะ ไม่มีกล่อง ไม่มีสลิงอะไรทั้งสิ้น เล่นจริงเจ็บจริง ข้อเท้าหักจริง อะไรแบบนี้

ในยุคแรกการฝึกซ้อมต่างๆ ทำกันอย่างไร
เซ้ง : หลังจากถ่ายหนังเสร็จ ก็จะมีการซ้อมทุกวันครับ วิ่งไม่ต่ำกว่าวันละ 10 กิโลฯ เช้า-เย็น เพื่อซ้อมคิวบู๊ ซ้อมร่างกายซ้อมยิมนาสติกอะไรแบบนี้ พี่พันนาแกจะเช่าบ้านให้อยู่หลังนึง หลังจากที่แกขายบ้านไปแล้วตอนที่มาสร้างหนัง ‘เกิดมาลุย’ เสร็จแล้วก็ยังไม่มีเงินซื้อบ้าน แกก็ไปเช่าบ้านอยู่ ผมก็ไปอยู่กับแก ตอนนั้น ‘เกิดมาลุย’ ดังแล้วครับ แต่พี่พันนาก็ยังไม่รวยอยู่ดี (หัวเราะ) คนจัดจำหน่ายน่าจะรวยซะมากกว่า พี่พันนาแกไม่เก่งด้านธุรกิจการเงินเท่าไหร่ แต่แกมีใจคิดที่จะทำหนัง แกก็ไปให้คนอื่นจัดจำหน่าย คนอื่นก็ได้ไป

CCI22072557_14ทำงานอยู่กับพี่พันนามานานแค่ไหนแล้ว

เซ้ง : ผมอยู่กับพี่พันนา 2 ปี เสร็จแล้วผมก็ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ มาเป็นครูฝึกคิวบู๊ที่โมเดลลิง แล้วก็ทำหนังกับพวกฮ่องกงอยู่ 7 ปี หลังจากนั้นก็มาทำหนังฮอลลีวูด จนกระทั่งถึงตอนนี้ 27 ปีแล้วครับ แต่ตลอดเวลาก็ยังมีการไปมาหาสู่กันตลอด เวลาพี่พันนาถ่ายหนัง อย่างตอน ‘องค์บาก’ และ ‘ต้มยำกุ้ง 1’ แกก็เรียกผมเข้าไปช่วยทำ หรือแม้กระทั่งเรื่องล่าสุด ‘เร็วทะลุเร็ว’ ผมก็เข้าไปช่วยพี่พันนาทำ หนังแทบทุกเรื่องที่พี่พันนาทำ แกจะเรียกผมเข้าไปช่วยดูแลฉากอันตราย ฉากใหญ่ๆ

CCI22072557_6 copy

นอกจากเรื่องทักษะที่ใช้ในการทำงานทุกวันนี้ มีอะไรอีกบ้างที่ได้เรียนรู้จากพี่พันนา
เซ้ง : อันดับแรก ถ้าพี่พันนาไม่ขายบ้านมาทำหนัง ป่านนี้ผมก็คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงจุดนี้ ไม่ได้มาเป็นสตันต์แมนที่ฝรั่งรู้จัก ที่ฮอลลีวูดรู้จัก แล้วก็ใช้หลักการเดียวกับแกในต่างประเทศคือ เล่นจริงเจ็บจริง เพราะว่าซีจีเราสู้เขาไม่ได้ เราก็ใช้การเล่นจริงเจ็บจริง แต่เรามีวิธีการเซฟตีของเรา เทคนิคบางอย่างที่สร้างเหตุการณ์อันตรายขึ้นมาให้คนดูเห็น แต่เรามีหลักการเซฟตีที่เราทำแล้วปลอดภัย แม้กระทั่งตอนที่ท็อป (วีระพล ภูมาตย์ฝน) ตกลงบนถนนในเรื่อง ‘เกิดมาลุย’ (2004) ที่รถคอนเทนเนอร์ครูดไปแล้วหัวเกือบโดนล้อเหยียบ ก็ใช้วิธีหล่อโฟมเป็นล้อขึ้นมา ถึงแม้หัวจะเสียบเข้าไปก็ไม่เป็นไร

คือถึงแม้จะเสี่ยงตายยังไงก็ไม่อันตราย

เซ้ง : ใช่ครับ คือจะมีการคุยกันก่อน คิดวิธีการทำ แล้วก็มีการซ้อม เมื่อคุณซ้อมจนชัวร์แล้วว่าโอเค ทุกอย่างปลอดภัยเราก็ค่อยถ่าย แต่ถ้าเป็นสมัย ‘เกิดมาลุย’ หรือ ‘ซิ่งวิ่งลุย’ จะเอาใจเข้าว่า ตายไม่ตายก็…(หัวเราะ) แต่ก็ยังไม่มีใครเสียชีวิต ในทีมที่อยู่ภายใต้การดีไซน์แอ็กชันของพี่พันนานะครับ มีแค่บาดเจ็บ

CCI22072557_1นี่เป็นแค่ความรู้สึกจาก เซ้ง กวี ศิริคะเณรัตน์ สตันต์รุ่นบุกเบิก เพียงคนเดียวเท่านั้น ติดตามการเผยความรู้สึก และเรื่องราวเบื้องหลังชีวิตของ พันนา ฤทธิไกร ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ จาก พต บรรพต กิหมื่นไวย์ สตันต์รุ่นสอง, ท็อป วีระพล ภูมาตย์ฝน สตันต์รุ่นสี่ และ ตอง กฤษณะ ลาดพันนา ลูกชายคนเดียวของ พันนา ฤทธิไกร ได้ในนิตยาร Bioscope ฉบับเดือนสิงหาคม หน้าปก ใหม่ ดาวิกา น้ำตาแตก ได้แล้ววันนี้ ทุกแผงหนังสือชั้นนำ

10590660_10152666823624074_2895961163949529189_n copy

——————————————