BAFF 2017 (วันที่ 5) : Solo, Solitude หนังสะท้อนชีวิตกวีผู้ต่อสู้ทางการเมืองในอินโดนีเซีย

Home / bioscope / BAFF 2017 (วันที่ 5) : Solo, Solitude หนังสะท้อนชีวิตกวีผู้ต่อสู้ทางการเมืองในอินโดนีเซีย

การเมืองในอินโดนีเซียถูกเล่าผ่านโลกภาพยนตร์มาแล้วมากมาย ทั้งจากสายตาของคนทำหนังฮอลลีวูดอย่าง The Year of Living Dangerously (1982, ปีเตอร์ เวียร์) หรือแม้แต่สารคดีสุดสะเทือนขวัญอย่าง The Act of Killing (2012) และ The Look of Silence (2014) ของ โจชัว ออฟเพนไฮเมอร์ ซึ่งทั้งหมดถูกนำเสนอด้วยสายตาของชาวต่างชาติผ่านเหตุการณ์นองเลือดที่เกิดขึ้นในประเทศ แต่กับ Solo, Solitude หนังอินโดนีเซียเรื่องนี้แล้ว ผู้กำกับ ยอเซป อังกิ เนียน กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเขาเลือกนำเสนอวิกฤติทางการเมืองในบ้านเกิดช่วงยุค 90’s ผ่านตัวละครเล็กๆ เพียงคนเดียวเท่านั้น

**รู้จัก 10 หนังในสายประกวด ASEAN FILM COMPETITION เพิ่มเติมได้ที่นี่

Solo, Solitude เล่าเรื่องราวของ วิจิ ธุกูล นักเขียนและกวีชื่อดังผู้มีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลของประธาธิบดีซูฮาร์โต ด้วยบทกวีของเขามีอิทธิพลอย่างสูงต่อผู้คนที่ร่วมเคลื่อนไหว จึงทำให้เขาถูกตามล่าจากเจ้าหน้าที่รัฐ จนต้องหลบหนีตัวเองจากลูกและภรรยาไปอยู่กับมิตรสหายที่เกาะบอร์เนียว

สิ่งที่โดดเด่นในหนังซึ่งเคยฉายครั้งแรกในเทศกาลหนังโลการ์โน ปี 2016 ปีเดียวกับ ‘ดาวคะนอง’ และยังถูกเปรียบเทียบในแง่ของหนังที่นำชีวิตของคนตัวเล็กๆ มาถ่ายทอดเรื่องราวทางการเมืองในอดีตเช่นกัน ซึ่ง Solo, Solitude ถูกเล่าผ่านสิ่งละอันพันละน้อยที่ วิจิ ธุกูล ได้พบเจอในช่วงเวลาที่เขาเดินทางไปสู่เกาะบอร์เนียวและใช้ชีวิตที่นั่น ด้วยภาษาภาพยนตร์อันเรียบง่ายและงดงามราวบทกวีของตัวเขาเอง ความเชื่องช้าของจังหวะหนังทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความอ้างว้างและยาวนานของการห่างจากคนที่รัก ซึ่งในที่สุดสิ่งที่สำคัญกว่าการลงจากตำแหน่งของซูฮาร์โต อาจคือการที่ครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

โดยในรอบการฉายเมื่อวานนี้ ผกก.ยอเซป อังกิ เนียน ได้มีการ Q&A หลังการฉาย ซึ่งได้ให้รายละเอียดถึงสาเหตุที่อยากจะนำชีวิตของกวีผู้นี้ที่สุดท้ายได้หายสาบสูญไปในช่วงเวลาดังกล่าวมาทำเป็นภาพยนตร์ว่า ตั้งแต่เกิดในช่วงปี 1983 เขาก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศที่อยู่ภายใต้ควบคุมของรัฐ เช่นมีรายการพิเศษมาขั้นกลางระหว่างละครที่ดูยาวเป็นชั่วโมงๆ จนเติบโตมาได้รู้จักกับกวีของของวิจิ ธุกูลในวัยมัธยม ซึ่งสำหรับเขากวีของวิจิ ธุกูลไม่ได้มีความสละสลวยทางภาษาในแบบกวีทั่วๆ ไป แต่กลับคล้ายการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น จนมาสู่วัยมหาวิทยาลัยที่ได้รู้จักกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมก็ทำให้ทราบถึงอิทธิพลที่กวีผู้นี้มีต่อมวลชน ในการเคลื่อนไหวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในยุค 80-90’s ของประเทศ ก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับและยังไม่ใครพบจนถึงทุกวันนี้

โดย Solo, Solitude ได้เข้าฉายในบ้านเกิดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาโดยไม่ถูกเซ็นเซอร์จากรัฐแต่อย่างใด ซึ่งแม้จะมีอิสระในการเล่าเรื่องการเมืองผ่านภาพยนตร์ แต่สำหรับตัวยอเซป อังกิ เนียนแล้วก็ยังมองว่า หนังเหล่านี้มีความสำคัญในแง่ของการกระตุ้นเตือนไม่ให้ผู้คนหลงลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต ซึ่งตัวหนังเองก็ประสบความสำเร็จทั้งจำนวนผู้ชมกว่า 5 หมื่นคน (ซึ่งเทียบกับหนังอิสระในบ้านเราแล้วถือเป็นจำนวนที่เยอะมากๆ) ทำให้กวีของวิจิ ธุกูล กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ไปจนถึงการได้รางวัลทางภาพยนตร์ในประเทศและเป็นตัวแทนชิงออสการ์ของอินโดนีเซียเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดนี้ิสิ่งที่ยอเซป อังกิ เนียนคาดหวังมากที่สุด คือการทำให้คดีการหายตัวไปของกลุ่มผู้เคลื่อนไหวหลายคนในยุคนั้น ถูกหยิบกลับขึ้นมาค้นหาความจริงอีกครั้งนั่นเอง

รายงานจาเทศกาล BAFF 2017

BAFF 2017 (วันที่ 1) : Pop Aye หนังโร้ดมูฟวี่ไทยๆ จากมุมมองของผู้กำกับหญิงชาวสิงคโปร์
BAFF 2017 (วันที่ 2) : Dearest Sister ‘น้องฮัก’ เมื่อ “หนังผี” มาเจอกับ “ล็อตเตอรี่”
BAFF 2017 (วันที่ 3) : In the Flesh หนังขาว-ดำย้อนยุค สะท้อนสังคมไร้เสรีภาพ
BAFF 2017 (วันที่ 4) : Birdshot เมื่อ “นกตาย” สำคัญกว่า “คนหาย” หนังสุดระทึกเผยด้านมืดสังคมฟิลิปปินส์

สามารถลงทะเบียนจองบัตรชมภาพยนตร์ล่วงหน้าได้ที่ลิงค์นี้
– วิธีการรับบัตรชมภาพยนตร์
สามารถรับบัตรชมภาพยนตร์ได้ที่
จุดประชาสัมพันธ์เทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2560
บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์
**ก่อนรอบฉาย 30 นาที (1 ท่าน ต่อ 1 ที่นั่ง) **

ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรอบฉาย และ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center 02-643-9100

ติดตามข่าวสารไปจนถึงรายละเอียดของภาพยนตร์และรอบฉายได้ที่
www.facebook.com/BangkokAseanFilmFestival


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine