(Cannes Exclusive 2017 : วันที่ 3) Jupiter’s Moon และ Okja หนังผู้ลี้ภัยและคุณหมูใจดี ที่เกือบไม่รอดในคานส์

Home / bioscope / (Cannes Exclusive 2017 : วันที่ 3) Jupiter’s Moon และ Okja หนังผู้ลี้ภัยและคุณหมูใจดี ที่เกือบไม่รอดในคานส์

*หมายเหตุ: เป็นประจำทุกปีที่คุณ โรเบิร์ต ดับเบิลยู เดวิส ผู้สื่อข่าวพิเศษของ BIOSCOPE จะส่งความเคลื่อนไหวและข่าวคราวที่น่าสนใจจากเทศกาลหนังเมืองคานส์กลับมาให้อ่านกัน เช่นเดียวกับในครั้งที่ 70 ประจำปี 2017 นี้ 


สำหรับวันที่ 3 นี้ หนังที่ฉายในสายประกวดคือ Jupiter’s Moon ของ กอร์เนล มุนด์รักโซ และ Okja ของ บอง จุนโฮ ซึ่งทั้งสองเรื่องก็เจ็บเนื้อเจ็บตัวกันไปจากการพยายามสร้างพล็อตเล่นใหญ่แบบสายประกวดจ๋า แต่ก็ยังมีความทะเยอทะยานบางอย่างอยู่ หนังของมุนด์รักโซดูเหนือกว่าเพราะดูชวนให้คิดตามกว่า สร้างสรรค์กว่า ชักจูงน้อยกว่า-ด้วยการเล่าถึงวิกฤติผู้อพยพในยุโรป, ผู้ก่อการร้ายอิสลาม, ภาวะถดถอยลงของผู้นับถือศาสนาในโลกตะวันตก และตั้งคำถามอันแสนจะเรียบง่ายต่อความเป็นมนุษย์ ทั้งเรื่องการเสียสละ, ผลประโยชน์ และความผิดพลาดเดียวในหนังคือส่วนที่เล่าฉากแอ็คชั่นราวกับหนังการ์ตูน, ฉากพ่อ-ลูก, ฉากไซ-ไฟแฟนตาซี และฉากการเมืองอันแสนจะธริลเลอร์นั่นเอง

หนังเริ่มที่ผู้อพยพชาวซีเรียเดินทางเข้าสู่ฮังการี เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนสังเกตเห็นเข้าและเริ่มกราดยิง ความโกลาหลก็บังเกิด หลายคนจมหายไปกับน้ำ อีกมากถูกคุมตัวไว้ได้ บางคนหลบหายไปในป่า ต่อมาภายหลัง เด็กหนุ่มอย่าง อาร์ยัน ก็เดินทางถึงที่หมายจนได้หลังถูกกักตัวและสอบถามอยู่นาน แต่แล้วตำรวจหน้าโหด ลาสซ์โล ก็ยิงเขาเข้าให้อย่างจังที่หน้าอกสามครั้งติดๆ จังหวะนี้ เหยื่อควรจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่อาร์ยันไม่ใช่ โมเลกุลในเลือดของเขาลอยปกคลุมเหนือบาดแผล จากนั้นร่างทั้งร่างของเขาก็ค่อยๆ ลอยขึ้น สูงเหนือแนวหมู่ไม้ ก่อนที่จู่ๆ ร่างเขาก็ร่วงหล่นลงพื้นอย่างกระทันหัน

หนังดูหลุดออกจากการควบคุมใดๆ ก็จากตรงนี้ ดร.สเทิร์น เจ้าหน้าที่ทุจริตในค่ายผู้ลี้ภัยพบว่า อาร์ยันมีพรสวรรค์พิเศษที่น่าจะทำเงินเข้ากระเป๋าได้มหาศาลหากเปิดเผยเรื่องความสามารถนี้ระหว่างการเดินทาง อาร์ยันมีแผนอื่นและบังคับให้ด็อกเตอร์ตามหาพ่อ-ซึ่งเป็นหนึ่งในสองผู้ลี้ภัยผิดกฎหมายและอาจต้องรับโทษต่อเหตุระเบิดรถไฟใต้ดินครั้งรุนแรง-เขาใช้ความสามารถพิเศษในการลอยตัวนั้นหลบเลี่ยงตำรวจจากบูดาเปส, ลงโทษคนขายยาเสพติด, ให้กำลังใจเด็กๆ ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อาร์ยันดูเหมือนจะเป็นสัญญะของอะไรบางอย่าง แต่ก็เดาได้ยากเหลือเกินว่าเป็นสัญลักษณ์ของอะไร ไม่รู้ว่ามุนด์รักโซพยายามจะบอกหรือเปล่าว่าผู้ลี้ภัยในวันนี้เป็นตัวแทนแบบคริสเตียนที่ถูกพระเจ้าส่งลงมากอบกู้ยุโรปไว้ หรือแค่พูดถึงพลังของคนหนุ่มเท่านั้น Jupiter’s Moon เลยให้ความรู้สึกว่าเป็นหนังที่แสนจะทะเยอะทะยาน แต่ก็ยากจะบอกว่ามันเล่าเรื่องได้อย่างสำเร็จตามเป้าประสงค์ เพราะท้ายที่สุด ก็ดูไม่มีอะไรชัดเจนสักอย่าง

Okja โดยบอง จุนโฮนั้น ครึ่งหนึ่งมีความน่ารักหนังข้ามพ้นวัยสไตล์ดิสนีย์ส่วนอีกครึ่งก็ดิบกร้าวที่ตีแผ่อุตสาหกรรมขายเนื้อสัตว์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เหล่าเด็กๆ ที่หวาดหวั่นจากการเห็นหมูปลอมแต่งโดยซีจีถูกข่มขืน (ใช่ครับ! มันโดนข่มขืน) และถูกฆ่า กับผู้ใหญ่ที่ไม่โอเคกับการถูกเทศนาสอนสั่งโดยคนทำหนัง ที่อาจจะเล่าอะไรไม่ถูกหูเข้าให้ก็ได้

OKja เล่าถึงความโหดร้ายของผู้บริหารอย่าง ลูซี มิแรนโด (ทิลดา สวินตัน) ที่พยายามชักชวนผู้บริโภคให้เชื่อว่าสินค้าของเธอนั้น ‘เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ ได้จัดแข่งขัน ‘สุดยอดคุณหมู’ ขึ้นมา โดยมีผู้เข้าแข่งขัน 26 คนจากทั่วทุกมุมโลก เฟ้นหาเนื้อหมูที่อร่อยที่สุดมาให้ได้ เด็กหญิงวัย 14 อย่าง มิจา หลานสาวของบริษัทคู่แข่งในเกาหลีใต้ กลับรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้งกับเจ้าหมูหูพับ โดยไม่รู้เลยว่าเจ้า Okja ของเธอนั้นถูกดัดแปลงพันธุกรรมมาเรียบร้อยแล้วเพื่อให้เหมาะสำหรับเป็นอาหารมื้อเย็น เมื่อองค์กรต้องส่ง Okja กลับไปนิวยอร์ก เลยเกิดเป็นเรื่องลักพาตัวน้องหมูกับฉากไล่ล่าแสนชวนหัวไม่จบไม่สิ้นในเรื่อง-ซึ่งก็รุนแรงเอาเรื่องอยู่-แต่นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์ผู้มีศีลธรรมอย่าง เจย์ และ เค (พอล ดาโน กับ สตีเวน หยวน) ก็ตัดสินใจจะช่วยมิจาปกป้อง Okja

Okja เป็นหนังลูกครึ่งอังกฤษลูกครึ่งเกาหลี แน่นอนว่าบองคงรู้อยู่แล้วว่าที่ผ่านมา หนังทำนองนี้มันได้ผล ดาโนและก๊วนผู้รักษ์สัตว์ก็ตลกและเรียกเสียงหัวเราะได้โขอยู่ เจค จิลเลนฮาล-ในบทบาทของนักวิทยาศาสตร์และหน้าตาของบริษัทมิแรนโด-พยายามจะตลกแบบ จิม แคร์รี แต่ก็ล้มเหลวอย่างน่าสลดใจ แม้แต่สวินตันเองก็เกือบเอาตัวเองไม่รอดในหนัง

จะว่าไป ดู Okja จบแล้วกลับไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่ เน็ตฟลิกซ์เป็นผู้โปรดิวซ์หนัง ที่ก็ดูเหมือนจะจูงใจคนดูบางส่วนในเทศกาลสนใจหนังไม่ได้เท่าที่ควร โดยเฉพาะกับประธานกรรมการอย่าง เปโดร อัลโมโดวาร์ อันนี้ไม่น่าประหลาดใจเท่าไหร่ ระหว่างที่ Okja เริ่มฉาย ปรากฏโลโก้ของเน็ตฟลิกซ์พร้อมเสียงโห่เบาๆ-อันนี้เองที่น่าประหลาดใจ-อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีการพยายามจะฉายหนังควบคู่ไปกับเสียงโห่อันอื้ออึงนั้น แต่ข้อผิดพลาดจริงๆ คือโปรเจ็คเตอร์นั่นเอง ดูเหมือนผ้าใบจะขึ้นไปอยู่สูงเกินตำแหน่งฉายสักหน่อย ทีนี้ทั้งหน้าผาก ดวงตา หรืออะไรเหนือไปจากนั้นเลยอยู่พ้นจอไปเสียอย่างนั้น

และ เจค จิลเลนฮาล ไม่เคยดูดีขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ!

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine