11 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ Twin Peaks: ซีรีส์สุดคัลท์แห่งยุค 90 ของ เดวิด ลินช์!

Home / bioscope / 11 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ Twin Peaks: ซีรีส์สุดคัลท์แห่งยุค 90 ของ เดวิด ลินช์!

Twin Peaks คือซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จสุดขีดในยุค 90 สร้างโดย เดวิด ลินช์ ผู้กำกับหนังชื่อก้องโลกและ มาร์ค ฟรอสต์ นักเขียนนวนิยายชาวอเมริกัน เล่าถึง “ทวินพีคส์” เมืองสมมติอันแสนเงียบสงบ ที่อยู่ๆ ก็มีศพของหญิงสาวลึกลับลอยมากับน้ำและทำชาวเมืองแตกตื่น ทำให้นักสืบอย่าง คูเปอร์ ต้องหาสาเหตุการตายของหญิงสาว ที่ทำให้เขาขุดค้นพบเบื้องหลังอันแสนป่าเถื่อนภายใต้โฉมหน้าแนสสงบสุขของทวินพีคส์

ไม่ใช่แค่เป็นซีรีส์สืบสวนที่สร้างออกมาได้อย่างน่าติดตาม ผ่านสไตล์การเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ที่แหกขนบซีรีส์ทางทีวีในขณะนั้นเท่านั้น แต่ลินช์ยังขุดคุ้ยด้านมืดของจิตใจมนุษย์และตีแผ่ท่าทีติดดี เปี่ยมไปด้วยศีลธรรมของชาวเมืองอย่างถึงแก่น จนไม่น่าแปลกที่มันยังเป็นซีรีส์ที่คนพูดถึงอยู่ทุกวันนี้

และในวาระที่ลินช์เดินหน้าสร้าง Twin Peaks-โดยสานเรื่องต่อตั้งแต่ปี 1990-และฉายไปแล้วสองตอนในรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลหนังคานส์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราจึงอยากชวนมาย้อนดูความคัลท์ของซีรีส์ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ดีที่สุดแห่งยุค 90 กัน!


1. พ่อมดแห่งฮอลลีวูดอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก คือแฟนเดนตายของซีรีส์ Twin Peaks และถูกวางตัวให้กำกับในซีซั่นที่สอง แต่แล้ว ลินช์กลับเปลี่ยนใจอยากเป็นผู้กำกับเองมากกว่า สปีลเบิร์กเลยอดกำกับซีรีส์ในดวงใจของเขาในที่สุด

2. แรกเริ่มเดิมที ลินช์ให้ประชากรในเมืองทวินพีคส์มีทั้งสิ้น 51,200 คน แต่แล้วช่อง ABC ก็บอกว่า ในเมืองมันน่าจะมีคนมากกว่านี้หน่อยนะ ลินช์-ซึ่งก็ตามใจช่องเสียเหลือเกิน-จึงเติมประชากรให้เมืองเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น เอ่อ… 1 คนถ้วน

 

3. ในเยอรมัน ช่อง RTL ที่ซื้อ Twin Peaks ไปฉายนั้นจำต้องระงับการออกอากาศหลังฉายไปได้เพียง 20 ตอน เพราะช่องคู่แข่งอย่าง SAT1 ดันเปิดเผยตัวฆาตกรในเรื่องก่อนที่ซีรีส์จะฉาย ทำให้เรตติ้งน้อยกว่าที่ควรเป็นจนไม่ได้ออกอากาศต่อในที่สุด

4. การตายของ มาริลีน มอนโร เป็นแรงบันดาลใจให้ลินช์และฟรอสต์ทำซีรีส์เรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ ทั้งคู่ง่วนอยู่กับการสร้างหนัง Goddess-อันว่าด้วยชีวิตของมอนโร-แม้โปรเจ็กต์นี้กลับไม่คืบหน้าเท่าที่ควร แต่เรื่องราวของมันก็สร้างแรงบันดาลใจให้นักทำหนังทั้งสอง หันมาเล่าเรื่องหญิงสาวผมบลอนด์ที่ตายอย่างลึกลับ โดยตัวละครเอกใน Twin Peaks เป็นสาวสวยผมบลอนด์ ทั้งยังเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาเหมือนกันด้วย

 

5. Twin Peaks ไม่เคยมีชื่อตอน ทุกครั้งที่ออกฉายจะมีแต่เพียงหมายเลขบอกว่าเป็นตอนที่เท่าไหร่เท่านั้นโดยไม่มีชื่อเรื่อง ซึ่งเป็นความตั้งใจของลินช์และฟรอสต์ในการจะไม่ตั้งชื่อตอนนั่นเอง

6. เมื่อปี 2009 นิตยสาร Entertainment Weekly จัดลำดับ Twin Peaks อยู่ในลำดับที่ 5 ของลิสต์รายชื่อ “25 รายการทีวีสุดคัลท์ที่เยี่ยมที่สุด”

7. ตัวละคร โจซี แพ็คการ์ด (รับบทโดย โจแอน เฉิน) แรกเริ่มเดิมที ลินช์เขียนให้เธอเป็นตัวละครสาวชาวอิตาเลียน เพียงเพื่อจะให้แฟนสาว (ในเวลานั้น) อย่าง อิซาเบลลา รอสเซลลินี-ซึ่งแน่นอนว่าเป็นชาวอิตาเลียน-มารับบทนี้ไป

8. ฉากที่คูเปอร์สำรวจศพของหญิงสาว หลอดไฟนีออนเกิดกะพริบระหว่างถ่ายทำ ทำให้แสงติดๆ ดับๆ ซึ่งลินช์ชอบใจมากและตัดสินใจเก็บฉากนั้นไว้ เขาบอกว่า แสงริบหรี่พวกนี้ให้ความรู้สึกน่าอึดอัดดี

 

9. ฉากห้องแดง (The Red Room) อันขึ้นชื่อของซีรีส์นั้น ไม่ได้อยู่ในสคริปต์แต่แรก มันเกิดขึ้นจากการในบ่ายวันหนึ่งเมื่อลินช์กำลังจะขึ้นรถซึ่งตากแดดไว้นานจนร้อนฉ่าทั้งคัน “ผมวางมือบนหลังคารถและพบว่าตัวรถร้อนชะมัด แล้วนั่นแหละที่อยู่ๆ ฉากห้องแดงก็แวบเข้ามาในหัว เห็นไมค์ตัวน้อย (หมายถึง ไมเคิล เจ. แอนเดอร์สัน นักแสดงที่รับบทเป็นชายลึกลับพูดกลับหลังในเรื่อง) แล้วก็พูดจาจากหลังมาหน้า คืนนั้นทั้งคืน ผมเอาแต่นึกถึงฉากห้องสีแดงนี่แหละ”

10. ไมเคิล เจ. แอนเดอร์สัน เคยเรียนการพูดกลับหลังสมัยเมื่อเขายังเด็กที่โรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษ เมื่อลินช์รู้เข้า เลยเขียนบทให้แอนเดอร์สันพูดเพิ่้มขึ้นอีกยาวเหยียด

11. พื้นลายซิกแซกที่เราเห็นในฉากห้องแดง เคยปรากฏในหนังยาวเรื่องแรกของลินช์อย่าง Eraserhead (1977) มาแล้ว

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine