(Cannes Exclusive 2017 : ตอนที่ 5) คนดี เอเลี่ยนและความเพี้ยนของมนุษย์ รวมหนังเสียดสีสังคมส่งตรงจากคานส์!

Home / bioscope / (Cannes Exclusive 2017 : ตอนที่ 5) คนดี เอเลี่ยนและความเพี้ยนของมนุษย์ รวมหนังเสียดสีสังคมส่งตรงจากคานส์!

*หมายเหตุ: เป็นประจำทุกปีที่คุณ โรเบิร์ต ดับเบิลยู เดวิส ผู้สื่อข่าวพิเศษของ BIOSCOPE จะส่งความเคลื่อนไหวและข่าวคราวที่น่าสนใจจากเทศกาลหนังเมืองคานส์กลับมาให้อ่านกัน เช่นเดียวกับในครั้งที่ 70 ประจำปี 2017 นี้ 


รูเบน ออสต์ลันด์ (Involuntary, Play, Force Majeure) ผู้กำกับชาวสวีเดน กลับใส่เสียดสีประเด็นทางเพศ, ความรู้สึกผิดที่เป็นคนขาว (white guilt) และศิลปะร่วมสมัยในหนังเรื่องล่าสุดของเขาอย่าง The Square-เล่าถึงพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง ที่มีเครื่องหมายสี่เหลี่ยมความกว้างขนาด 4×4 อยู่ในพิพิธภัณฑ์ มีแผ่นป้ายที่ระบุว่า “ที่ซึ่งผู้คนแบ่งปันความเอาใจใส่ต่อกันและกัน” และมีโครงการจะย้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ว่านี้ไปอยู่กลางเมืองเพื่อให้คนมาแสดงความรักต่อกัน

คริสเตียน (เคลส แบง) ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ต้องยื่นมือ (อย่างไม่เต็มใจนัก) ไปช่วยเหลือผู้หญิงสติแตกคนหนึ่งที่อ้างว่ามีคนพยายามทำร้ายและฆ่าเธอ แต่ครั้นพอจัดการช่วยเหลือหล่อนเรียบร้อยแล้ว ก็พบว่า แม่สาวน้อยขโมยโทรศัพท์, กระเป๋าเงินเขาไปเรียบร้อยแล้ว!

ฉากเหตุการณ์แสนฉุกละหุกและนำไปสู่สถานการณ์แสนอิหลักอิเหลื่อในสายตาของสังคม-นับเป็นฉากที่มีอยู่เสมอในหนังของออสต์ลุนด์ อย่างฉากเซ็กส์ระหว่างคริสเตียนและนักข่าวสาวสุดเพี้ยน (อลิซาเบธ มอสส์) ที่ลงเอยด้วยการที่ทั้งสองทุ่มเถียงกันอย่างดุเดือดและขว้างปาถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วใส่กัน แสนจะเป็นการวิวาทที่บ้าบอสุดขอบโลก แถมยังแข่งกันยืดถุงยางว่าใครจะยืดได้ยาวกว่า และตามประสาหนังของออสต์ลันด์ ที่ทำให้เรารู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่เสมอ ทั้งฉากที่คริสเตียนใช้แอพลิเคชั่น “find my phone” เพื่อตามหาไอโฟนเจ้ากรรมของเขาจนไปโผล่ที่ชุมชนผู้อพยพ และเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งถูกพ่อแม่ทำโทษอย่างไร้เมตตา แรกเริ่ม คริสเตียนปฏิเสธจะให้ความสนใจในตัวเด็กชาย แต่แล้วยังไงล่ะ ในเมื่อเด็กชายก็ยังไม่ได้รับความยุติธรรมและยังคงถูกทำโทษ ความตึงเครียดเริ่มบานปลาย แถมความรุนแรงก็มีอยู่จริง ทั้งจากนั้น เขายังได้ไปดินเนอร์สุดหรูกับลูกค้าของพิพิธภัณฑ์ที่นำมาสู่ฉากขาดสติสุดๆ ในเรื่อง เมื่อคริสเตียนอาละวาดเละเทะด้วยการฉีกทึ้งเสื้อผ้าแล้วกระโดดใส่โต๊ะทุกโต๊ะในร้านอาหารอย่างบ้าคลั่ง-จบลงด้วยการที่เขาโดนชายใส่สูทฝูงใหญ่รวบตัวไว้ได้

ตลอดระยะเวลา 142 นาที The Square ดูจะเป็นหนังเสียดสีสังคมที่ยาวไม่ใช่เล่น แต่ออสต์ลันด์ก็เอาอยู่ มุกตลกแบบเสียดสีและความเฉพาะตัวในหนังทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในโลกภาพยนตร์ปัจจุบันนี้

เรื่องต่อมาคือหนังไซ-ไฟจากญี่ปุ่น เล่าถึงเอเลี่ยนที่ตั้งใจบุกมาถล่มโลก เข้าประกวดสาย Un certain regard (ภาพยนตร์น่าจับตา) อย่าง Before We Vanish โดย คุโรซาวะ คิโยชิ ด้วยหน้าหนังที่ดูราวกับเป็นหนังของ จอห์น คาร์เพ็นเตอร์ หรือหนังว่าด้วยสงครามเย็นทุนสร้างต่ำปี 1950 เมื่อมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวเด็กสาวมัธยม, สามีจอมเจ้าชู้ กับชายหนุ่มสันหลังยาวคนหนึ่งมากักตัวไว้เพื่อทำความเข้าใจกับวิธีคิดและหาทางล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ด้วยการดาวน์โหลดข้อมูลวิธีคิดของแต่ละคนอย่าง “ครอบครัว”, “การงาน” จากสมองของเหยื่อ หนังมีความคล้ายคลึงกับงานเรื่องก่อนของเขาอย่าง Charisma (1999) แต่น่าเสียดายที่ตัวคุโรซาวะเองไม่ชัดเจนในงานมากพอ จนดูจะหลงทางในการเล่าเรื่องไปในที่สุด

แต่อีกเรื่องที่ดีกว่ามากๆ คือ A Beautiful Star ของ โยชิดะ ไดฮาชิ ที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมปี 1962 ของ มิชิมา ยูคิโอะ เล่าถึงสมาชิกในครอบครัวเพี้ยนๆ สกุล โอสุงิ ที่ต่างเชื่อว่าพวกเขามาจากดาวคนละดวงกัน พ่อ (ดาวอังคาร) นักอุตุนิยม เจอมรสุมข่าวฉาวจากการไม่ทำหน้าที่แต่เอาเวลางานไปประกาศข่าวการทำลายล้างโลกที่กำลังใกล้เข้ามา และเรียกร้องให้ “เจ้ามนุษย์หน้าโง่” เข้าร่วมขบวนการกู้โลกโดยเร็วที่สุด, ลูกสาว (ดาวศุกร์) สาวมหาวิทยาลัยหน้านิ่ง เชื่อฝังหัวว่าที่มาของความงามนั้นเกี่ยวพันลึกซึ้งกับนอกโลก และลูกชาย (ดาวพุธ) นักกีฬาเบสบอลดาวเด่นและเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ ใช้พลังพิเศษของตัวเองแทรกซึมเข้าไปในการทำงานของคณะรัฐมนตรีเพื่อหาทางจัดการกับอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาล

สิ่งที่ทำให้หนังเวียร์ดๆ เรื่องนี้ของโยชิดะไปได้สวยคือความสดใหม่, ความจริงใจ, ความตั้งใจ, ความคงเส้นคงวาตั้งแต่ต้นยันจบเรื่อง ไปจนถึงการแสดงอันแสนโดดเด่นที่โยชิดะเค้นออกมาจากตัวนักแสดงทุกคน ถึงที่สุดแล้ว Beautiful Star อาจไม่เปรี้ยงเท่าหนังดังปี 2012 เรื่องก่อนของโยชิดะอย่าง The Kirishima Thing แต่อย่างน้อยมันก็มอบสิ่งเล็กๆ น้อยๆ สิ่งหนึ่งให้กับงานเทศกาลในครั้งนี้: ความสนุกไง!

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine