หลากใบหน้าของ ฮิลารี สแวงค์: หญิงแกร่งและนักแสดงมือรางวัลแห่งวงการฮอลลีวูด

Home / bioscope / หลากใบหน้าของ ฮิลารี สแวงค์: หญิงแกร่งและนักแสดงมือรางวัลแห่งวงการฮอลลีวูด

โดยทั่วไปแล้ว ฮิลารี สแวงค์ มักจะเหมาบทสาวแกร่งหัวใจแรงเกินร้อยไปเป็นของตัวเองเสมอ จนกลายเป็นภาพที่เรามักจะจำเธอในบทบาทของสาวห้าวนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ชะตาชีวิต และแม้แต่บทที่ส่งให้เธอคว้าออสการ์นำหญิงสองรางวัล ก็มาจากบทสาวแกร่งทั้งนั้น

แต่นั่นไม่ได้แปลว่าที่ผ่านมาเธอจะไม่เคยรับบทอื่นที่ฉีกออกไปจากภาพจำเดิมๆ อย่างที่กล่าวมา-และเราจะขอย้อนเล่าไปถึงหลากใบหน้าของเธอในเส้นทางการแสดงอันยาวนานนี้กัน

แบรนดอน ทีนา จาก Boys Don’t Cry (1999, คิมเบอร์ลี เพียร์ซ)

บทที่ส่งให้สแวงค์คว้าออสการ์ตัวแรกสาขานำหญิงได้มาจากบทที่สร้างจากชีวิตจริงของ แบรนดอน ทีนา-ทรานส์เจนที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในรัฐเนบราสกา-สแวงก์ในวัย 22 ปี (แต่โกหกเพียร์ซว่าอายุ 21 ปีเพราะคิดว่าตัวละครอย่างแบรนดอนก็คงโกหกเหมือนกัน) ตัดผมสั้นกุดและใช้ชีวิตอย่างผู้ชายนานนับเดือนเพื่อบทบาทนี้

นี่นับเป็นหนังแจ้งเกิดสแวงค์ในฐานะนักแสดงหญิงผิวขาวกับลุคห้าวๆ ดิบๆ ซึ่งผลส่วนหนึ่งมาจากการแสดงอันยอดเยี่ยมของเธอในเรื่องนี้ที่ซ้อนทับกับตัวละครจนคนดูจำได้นั่นเอง

 

แม็กกี ฟิตเจอร์รัล จาก Million Dollar Baby (2004, คลินต์ อีสต์วูด)

หนังเรื่องที่สองที่ส่งให้สแวงค์คว้านำหญิงได้-จากบทสาวห้าว (อีกแล้ว) ฟิตเจอร์รัล ที่เริ่มชีวิตด้วยการเป็นสาวเสิร์ฟในเมืองเล็กๆ และมีฝันใหญ่จะเป็นนักมวย แต่กว่าจะได้ทำตามฝันเข้าจริงๆ เธอก็อยู่ในวัย 31 ปีเข้าไปแล้ว ซึ่งสำหรับวงการนักมวยหญิง การขึ้นสังเวียนในวัยเช่นนี้นับว่าช้าอยู่มาก ยังไม่นับที่เธอต้องเรียนรู้การต่อยมวยแบบงูๆ ปลาๆ เองด้วย

สแวงค์ฟิตซ้อมร่างกายแบบถวายชีวิตเพื่อบทนักมวยหญิง ขุนน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก 20 ปอนด์เพื่อเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อ, ลงเรียนต่อยมวยกับนักกีฬาอาชีพ หนำซ้ำเมื่อบาดเจ็บในกองถ่ายก็กัดฟันถ่ายทำต่อแบบไม่ยอมบอกอีสต์วูดที่เป็นผู้กำกับ (ด้วยเหตุผลเดียวกับใน Boys Don’t Cry ว่า-ถ้าตัวละครฟิตเจอร์รัลบาดเจ็บ ก็คงไม่บอกโค้ชเหมือนกัน)

นี่เป็นหนังที่สแวงค์ได้รับคำชมหนาหูอีกเรื่องว่าทำได้ดี โดยเฉพาะเมื่อบทมันทั้งบีบคั้นและเรียกร้องให้นักแสดงเล่นให้ถึงมากๆ เช่นนี้ และแน่นอนว่าสแวงค์พิสูจน์ตัวเองได้อย่างสง่างามด้วยการคว้ารางวัลออสการ์มานอนกอดเป็นตัวที่สองอีกครั้ง

 

เอลลี เบอร์ จาก Insomnia (2002, คริสโตเฟอร์ โนแลน)

นี่อาจเป็นหนังของโนแลนที่ไม่ได้รับการพูดถึงนักเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ ทั้งที่มันก็เต็มไปด้วยลายเซ็นต์ของผู้กำกับแถวหน้าอย่างเขา ไม่ว่าจะการเดินเรื่องแสนระทึก, การตัดสลับไปมาระหว่างความจริงและคำลวง รวมถึงตัวละครอันแสนซับซ้อน

สแวงค์รับบทเป็นเอลลี เจ้าหน้าที่ตำรวจสาวหน้าใสในอลาสกา-ดินแดนที่กลางวันสั้นกลางคืนยาว-เธอต้องคอยดูแลและทำงานให้เข้าขากับ วิลล์ ดอร์เมอร์ (อัล ปาชิโน-กับบทแสนอดหลับอดนอน) นักสืบมือเก๋าจากลอส แองเจลิส

แน่นอนว่าทั้งเรื่อง หนังเทน้ำหนักและบทบาทให้การแสดงของสุดยอดนักแสดงอย่างปาชิโนและ โรบิน วิลเลียมส์ จนหลายคนมองว่าบทเจ้าหน้าที่ตำรวจของสแวงค์นั้นถูกกลืนหายลิบ แต่การปรากฏตัวของเธอในบทตำรวจสาวซื่อๆ และตรงไปตรงมานั้นก็โดนใจคนไม่น้อย

 

คิมเบอร์ลี จาก Buffy the Vampire Slayer (1992, แฟรน รูเบล คูไซ)

หนังใสๆ สมัยวัยโจ๋ของสแวงค์ ที่อาจพูดได้ว่านี่เป็นบทบาทที่ฉีกที่สุดที่เธอเคยเล่นมาแล้ว (จนถ้าเธอในตอนนั้นรู้ว่าอนาคตจะถูกจดจำในมาดหญิงเหล็ก คงจะแปลกใจตัวเองไม่น้อย)

หนังคอมเมดีแฟนตาซี ว่าด้วยเรื่องของกลุ่มเด็กสาวไฮสคูลที่วันหนึ่งพบว่า พวกเธอสืบเชื้อสายโดยตรงจากนักล่าแวมไพร์ และภารกิจของเธอคือการต่อสู้กับแวมไพร์ในโลกปัจจุบันนี้์! (อะไรกันเนี่ย!)

และสแวงค์-ในวัย 18 ปี-ทีนเอจใสๆ รับบทเป็นสาวปากจัดหน้าเป็นประจำแก๊งเด็กสาว แต่งตัวจัด แซ่บสุดๆ แถมยังเล่นใหญ่โคตรๆ ตามสไตล์สาวผู้ทุ่มเทให้งานแสดง

 

ฮอลลี จาก P.S. I Love You (2007, ริชาร์ด เลอกราเวเนส)

หนังรักโรแมนติกดรามาที่คนน่าจะอินน้อยที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่เคยสร้างมา อาจเพราะมันเลี่ยน อาจเพราะมันน่าเบื่อ หรืออาจเพราะมันดันแคสต์เอาโคตรนักแสดงสายบู๊อย่าง เจอร์ราด บัตเลอร์ กับ สแวงค์ มารับบทเป็นคู่รักสีชมพูในเรื่องก็เป็นได้ แม้ว่ามันจะพูดถึงการใช้ชีวิตอยู่ของฝ่ายหญิงในวันที่สามีจากไปก็ตามที

แน่นอนว่าทั้งบัลเตอร์และสแวงค์เล่นได้ดีตามมาตรฐานของตัวเอง แต่หนังก็ถูกวิจารณ์เละ แถมยังค่อนขอดว่า เห็นคู่พระนางแล้วเหมือนกำลังดูหนังบู๊อยู่ยังไงยังงั้น

 

แมรี บี คัดดี จาก The Homesman (2014, ทอมมี ลี โจนส์)

การกลับมาอีกครั้งของสแวงค์ ในบทสาวเหล็กสุดแกร่งประจำถิ่นกันดารในเนบราสกา เธออ่อนโยน เธอเล่นเปียโน เธอทำอาหารเก่ง เธอใจดี แต่การเป็นคนดีพร้อมก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะมีผู้ชายมาชอบเธอ เพราะสุดท้ายแล้ว แม้เธอจะฝันอยากแต่งงานสักแค่ไหน (ถึงขั้นเปย์ผู้ชายด้วยสมบัติที่ตัวเองมีอย่างตรงไปตรงมา) เพื่อมีลูกหลานมาช่วยดูไร่นา แต่เธอก็ยังไม่มีคู่สักที

แม้บทจะว่าด้วยหญิงแกร่ง แต่สแวงค์กวาดคำชมในฐานะที่แสดงออกมาได้อย่างเปราะบางและเจ็บปวด จนเข้าชิงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังทั่วโลกมาแล้ว

ชม The Homesman ศรัทธา ความหวัง แดนเกียรติยศ
ได้ในวันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม
เวลา 13.00 น. และ 22.00 น.
ที่ movie.mthai.com/bioscopetheatre