หลากชีวิต ‘ฆาตกร’ ในโลกภาพยนตร์

Home / bioscope / หลากชีวิต ‘ฆาตกร’ ในโลกภาพยนตร์

มีตัวเอกย่อมมีตัวร้าย แต่หลายครั้งที่ตัวร้ายก็ถูกนำมาเล่าเป็นตัวเอกในโลกภาพยนตร์ นับครั้งไม่ถ้วนที่คนทำหนังหยิบยกนำเรื่องราวด้านมืดของมนุษย์มาเล่าหลากหลายรูปแบบวิธีการ บางก็มาจากคดีอื้อฉาวจริง บางก็มาจากเรื่องที่แต่งขึ้น แต่กระนั้นสิ่งที่น่าสนใจคือ หนังเหล่านี้เชื้อเชิญให้เราได้ใคร่ครวญ ทั้งตัวฆาตกร สื่อมวลชน หรือแม้แต่ความรู้สึกที่เรามีต่อไปปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น และนี่คือชีวิตของ ฆาตกร ในภาพยนตร์ 5 เรื่องที่เราหยิบมาเป็นตัวอย่าง ณ โอกาสนี้

Henry: Portrait of a Serial Killer (1986)

หนังทุนต่ำสุดคัลต์ในตำนานที่ความโหดที่ทำให้โดนปะเรต X จนหาผู้จัดจำหน่ายหนังไม่ได้ ซึ่ง จอห์น แม็คนอตัน (Wild Things) กำกับและเขีบนบทจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องของ เฮนรี่ ลี ลูคัส (การแสดงเรื่องแรกของ ไมเคิล รูเกอร์ หรือ เมิร์ล จาก The Walking Dead) ซึ่งสิ่งที่ทำให้หนังได้รับคำชมอย่างมาก คือการสร้างบรรยากาศอันจริงจังเคร่งเครียด ซึ่งนั่นทำให้ผู้ชมตระหนักรู้ถึงช่วงเวลาแห่งการฆ่าที่โหดร้ายและไม่ได้สวยงามดูสนุกอย่างที่เคยเห็นในหนังฆาตกรรมสยองขวัญทั่วๆ ไป

 

Ratcatcher (1999)

เจมส์ เด็กชายวัย 12 ปี ที่อาศัยในเมืองชนบทไร้อนาคต หากแต่เขาได้เผลอฆ่าเพื่อนเด็กคนหนึ่งจมน้ำจนตายโดยไม่ได้ตั้งใจ เจมส์ไม่ได้บอกใคร และทุกคนจะคิดว่านั่นคืออุบัติเหตุ แม้เขาจะใช้ชีวิตเหมือนปกติธรรมดา แต่สิ่งที่เราสัมผัสได้คือความสิ้นหวัง – นี่คือผลงานกำกับเรื่องแรกของ ลินน์ แรมซีย์ (Morvern Callar, We Need to Talk about Kevin) ที่พาไปติดตามชีวิตของมนุษย์ที่ทำผิดพลาดร้ายแรง การตายของคนๆ หนึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อคนที่อยู่ข้างหลัง หรือแม้แต่คนที่ลงมือทำมันได้อย่างไร

 

Capote (2005) 

เบ็นเน็ตต์ มิลเลอร์ (Moneyball , Foxcatcher) ถ่ายทอดชีวิตของนักเขียน ทรูแมน คาโพตี ขณะกำลังเก็บข้อมูลกับฆาตกรตัวจริง เพื่อเขียนนวนิยายเชิงสารคดีเรื่องดังอย่าง In Cold Blood หากแต่คาโพตีกลับหลงใหลในสเน่ห์ของฆาตกร ซึ่งยิ่งสิ่งที่ฆาตกรลงมือโหดร้ายเกินกว่าใครจะเข้าใจ ก็ยิ่งทำทำให้ตัวงานเขียนชิ้นนี้ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า เนื้อหาอาจถูกบิดเบือนจากความรู้สึกส่วนตัวที่เกิดขึ้นของผู้เขียน ไปจนถึงสิ่งที่ออกจากปากของฆาตกรนั้นคือเรื่องจริงหรือถูกปรุงแต่งขึ้นเพิ่มหรือไม่

 

The Jinx: The Life and Deaths of Robert Durst (2015)

สารคดี-มินิซีรีส์ทาง HBO ของผู้กำกับ แอนดรู จาเรคสกี ที่ก่อนหน้าจะทำโปรเจ็กต์นี้ เขาเคยทำหนังเรื่อง All Good Things (2010) ว่าด้วยนักธุรกิจที่สูญเสียภรรยาและถูกสงสัยว่าเขาคือฆาตกร ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ โรเบิร์ต ดัสต์ เศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่เกี่ยวข้องกับคดีการหายตัวไปของคนรอบตัวสามคนและยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ซึ่งดัสต์เองประทับใจหนังเรื่องนี้ ถึงขนาดโทรหาจาเรคสกีเพื่อมาสัมภาษณ์ชีวิตที่ไม่เคยเปิดเผยกับสื่อที่ไหนมาก่อนของเขา จนเป็นที่มาของสารคดีเรื่องนี้

หากสิ่งที่สั่นสะเทือนวงการทีวีจนจุดกระแสให้เกิดสารคดีซีรีส์แนวฆาตกรมาอีกเพียบ คือตอนสุดท้ายของเรื่องที่หลังจากจบสัมภาษณ์แล้ว ดัสต์เผลอพูดความจริงว่าเขาคือผู้ก่อคดีทั้งหมด ขณะกำลังเข้าห้องน้ำแต่ลืมถอดไวร์เลสทิ้ง และคำพูดนั้นก็ทำให้ดัสต์ถูกจับหลังจากออกอากาศในตอนสุดท้าย ซึ่งนั่นทำให้จาเรคสกีถูกโจมตีว่า อาศัยความอื้อฉาวของมันเพื่อเรียกคนดู แทนที่จะนำสิ่งนี้ไปมอบให้ตำรวจเพื่อเป็นหลักฐานในคดีนี้

 

I Saw the Devil (2010)

ตำรวจหนุ่มสูญเสียแฟนสาวจากการถูกลักพาตัวไปฆ่าโดยฆาตกรสุดโหด ความแค้นที่เกิดขึ้นทำให้เขาเลือกใช้วิธีลัดในการแก้แค้นแบบสาสม – หนังเกาหลีสุดเดือดของ คิมจีวุน (The Age of Shadows) พาเราไปสัมผัสอารมณ์เคียดแค้นโกรธคลั่ง เช่นเดียวกับที่เราเกิดขึ้นเมื่อได้ยินข่าวสะเทือนขวัญต่างๆ โดยสิ่งที่หนังกำลังจะถามผู้ชมคือ หากเราเจอสถานการณ์เดียวกันนี้ เราจะเลือกเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น ปีศาจ เพื่อล้างแค้นแบบตาต่อตาฟันต่อฟันจริงหรือ ?

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine