Don Jon การ “หื่น” ครั้งแรกของ โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์ (BIOSCOPE Theatre)

Home / bioscope / Don Jon การ “หื่น” ครั้งแรกของ โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์ (BIOSCOPE Theatre)

หน้าใสๆ อิมเมจแจ่มๆ ของพ่อหนุ่ม โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์ คงเป็นเหตุให้หลายคนประหลาดใจเมื่อเขาเลือกประเดิมงานกำกับ-เขียนบทด้วยหนังตลกร้ายที่มีพระเอกเป็น ‘ดอน ฮวนยุคใหม่’ (เขาแสดงเอง) ผู้ซึ่งชีวิตอันสุดเริงร่า แวดล้อมด้วย ‘อพาร์ตเมนต์หรู รถสวย สาวงาม และหนังโป๊’ มีอันต้องปั่นป่วนเมื่อตกหลุมรักสาวแบ๊วเซ็กซี (สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน) …ได้ยินแบบนี้อย่าคิดว่านี่เป็นโรแมนติกคอมิดี น่ารัก เพราะแท้จริงแล้วมันเสียดสีด้วยซ้ำว่า บรรดาหนังรอมคอมก็ชวนเสพติดและกล่อมสมองเราให้คาดหวังอะไรงี่เง่าๆ จากความสัมพันธ์พอๆ กับหนังโป๊นั่นแหละ

แต่อีกเช่นกัน อย่าประเมินว่าหนังแรงๆ ซึ่งมุ่งหมายชำแหละปัญหาของหนุ่มสาวร่วมสมัยจะเป็นโจทย์ที่โหดเกินไปสำหรับโจ เพราะอันที่จริง เขาเป็นหนึ่งในดาราน้อยคนเหลือเกิน ที่เอ่ยชื่อนักปรัชญาระหว่างให้สัมภาษณ์โปรโมตหนัง!

“ผมไม่กล้าพูดหรอกว่าเคยอ่านงานของบูเบอร์หมดแล้ว (หมายถึง มาร์ติน บูเบอร์ นักปรัชญาสายอัตถิภาวนิยม เจ้าของบทความโด่งดัง ‘I and Thou’ อันว่าด้วยความสัมพันธ์ของมนุษย์) แต่เขาพูดถึงการที่คนเรามักมองคนอื่นเป็นแค่วัตถุ (it) ไม่ใช่มนุษย์ที่มีจิตใจและความหมาย (thou) ซึ่งจอนก็เป็นแบบนี้ เขาประเมินทุกสิ่งและทุกคนเป็นเพียงวัตถุไว้ให้เขาใช้ประโยชน์เท่านั้น”

“ผมอยากแสดงให้เห็นว่าสื่อมีอิทธิพลต่อวิธีมองโลกของคนเรายังไง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ ซึ่งเรามักมีแฟนตาซีที่ได้มาจากการเสพสื่อ”

โจหมกมุ่นเขียนบท Don Jon (2013) อยู่ 5 ปี ประสบการณ์จากการใช้โปรแกรมตัดต่อ Final Cut Pro มาตั้งแต่อายุ 21 และการทำหนังสั้นสารพัดเรื่องสมัยเรียนทำให้เขาสะสมความมั่นใจไว้มากพอสำหรับการก้าวมาอยู่เบื้องหลังหนังยาวเต็มตัว ยังไม่ต้องพูดถึงความรู้อีกมหาศาลที่เขาเก็บเกี่ยวจากผู้กำกับ ดังๆ ที่เคยร่วมงานด้วยมาตลอดสองทศวรรษ …โรเบิร์ต เรดฟอร์ด สอนเขาใน A River Runs Through It (1992) ถึงศิลปะการแสดงและการกำกับ (“อย่ากังวลกับการต้องยืนให้ถูกตำแหน่งตามที่ตากล้องบังคับเลย ลุงเองยังไม่สนเลยหลานเอ๊ย หน้าที่ของนักแสดงคือสนใจแต่การแสดงเท่านั้น เรื่องอื่นปล่อย ห้พวกฝ่ายเทคนิคไปหาทางแก้เองเหอะ”), เกร็กก์ อารากิ ทำให้เขาเห็นใน Mysterious Skin (2005) ว่าการเตรียมงานอย่างพิถีพิถันเป็นสิ่งสำคัญมากของผู้กำกับ และความกล้าที่จะทดลองบทบาทใหม่ๆ ก็เป็นหัวใจของนักแสดง (อารากิบอกว่า บทเกย์ขายตัวในเรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่ทำให้โลกได้เห็นว่าหนุ่มน้อยตัวตลกจากซีรีส์ 3rd Rock From the Sun อย่างโจก็ ‘เซ็กซี’ ได้), สตีเวน สปีลเบิร์ก พิสูจน์ให้เขาดูในกองถ่าย Lincoln (2012) ว่าอารมณ์อันรื่นเริงของผู้กำกับจะส่งผลยิ่งยวดต่อสภาพจิตของเพื่อนร่วมงาน และ คริสโตเฟอร์ โนแลน ก็บอกเคล็ดวิชาแก่เขาใน The Dark Knight Rises (2012) ว่าอย่าฝืนใส่ฉากแอ็กชันอลังการตราบใดที่ไม่อาจทำให้มันดูสมจริงได้

โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์

อย่างไรก็ดี คนที่เป็นแรงบันดาลใจสูงส่งที่สุดสำหรับ Don Jon กลับกลายเป็นมือเขียนบทคู่หูคู่ฮาอย่าง เอวาน โกลด์เบิร์ก และ เซ็ธ โรเกน (ที่ร่วมแสดงกับโจใน 50/50 และ ประเดิมงานกำกับเต็มตัวสดสวยเช่นกันกับ This Is the End) ซึ่งหลังจากได้คลุกคลีด้วย โจก็บรรลุธรรมว่า คอมิดีคือหนทางที่ดีที่สุดในการทำหนังเรื่องนี้ “เพราะมันเป็นหนังที่พูดถึงชีวิตของคนมากมาย เป็นหนังว่าด้วยวัฒนธรรมกระแสหลัก เป็นหนังที่เล่าเรื่องของไอ้หนุ่มอเมริกันสามัญชนและผมก็อยากให้คนอเมริกันทั่วๆ ไปได้ดู …ต่อให้พูดประเด็นจริงจังแค่ไหน ถึงที่สุดแล้วมันก็เป็นหนังน่ะครับ ไม่ใช่บทความวิชาการและผมก็ไม่ใช่อาจารย์มหา’ลัย ผมรู้แค่วิธีทำให้คนหัวเราะ” (ในแง่นี้ หนังที่มีอิทธิพลต่อโจจึงคือ หนังคลาสสิกยุค 70 อย่าง Harold & Maude, Shampoo, Being There ของ ฮาล แอชบี และ The Graduate กับ Carnal Knowledge ของ ไมค์ นิโคลส์ ซึ่ง “เป็นหนังตลกที่ความขำไม่ได้เกิดจากมุกฮา แต่มาจากตัวละคร”)

กระนั้น ‘ประเด็นจริงจัง’ ก็เป็นสิ่งที่เราน่าพูดถึงกันสักหน่อย หนังโป๊ใน Don Jon ไม่ได้เป็นแค่เครื่องช่วยมอบความสุขสมที่จอนเสพติด แต่ยังเป็นภาพแทนของเทคโนโลยี ที่มีบทบาทเปลี่ยนแปลงวิธีสร้างปฏิสัมพันธ์ของผู้คนด้วย โจอธิบายเสริมจากปรัชญาของบูเบอร์ว่า “คนเรามักปฏิบัติต่อกันเหมือนอีกฝ่ายเป็นแค่วัตถุ และเราก็มักจะเปรียบเทียบคนอื่นกับความคาดหวังที่เรามี โดยไอ้ความคาดหวังเหล่านี้เราก็ได้มาจากการดูหนัง ทีวี โฆษณา นิตยสาร หรือสื่ออะไรก็ตามเยอะเกินไป …ไม่เว้นกระทั่งหนังโป๊”

 

“ผมอยากแสดงให้เห็นว่าสื่อมีอิทธิพลต่อวิธีมองโลกของคนเรายังไง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ซึ่งเรามักมีแฟนตาซีที่ได้มาจากการเสพสื่อ …คงฮาดี ถ้าเราได้เห็นเรื่องของหนุ่มที่ดูหนังโป๊มากเกินไปและสาวที่ดูหนังรอมคอมฮอลลีวูดมากเกินไป นี่คือคอมิดีที่พูดถึงความพลาด ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ผิดพลาดตลอดเวลา เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ได้ผูกพันกันจริงจังและเอาแต่เปรียบเทียบกันกับแฟนตาซีในใจไม่ได้หยุด” จนเมื่อโจโคจรมาเจอสาวใหญ่โชกโชน (จูลีแอนน์ มัวร์) เข้านั่นเอง การเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่กับโลกแห่งความจริงจึงเริ่มต้น”

มีนักวิจารณ์ชี้ด้วยว่า ตัวละครอย่างโจเป็นตัวแทนของผู้ชายที่เปลือกนอกภาคภูมิใจกับความแมนของตัวเองเหลือแสน แต่อีกด้านก็ต้องเผชิญความขัดแย้งเมื่อนิยามแห่งความเป็นชายที่ยึดถือนั้นดูจะไปกันไม่ได้เลยกับค่านิยมของผู้คนรอบตัว ซ้ำร้ายลึกลงไปในใจพวกเขายังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและว้าเหว่ต่อความไร้อนาคตของตน ความเศร้าจึงเป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่เราสัมผัสได้ในตัวละครเหล่านี้ ซึ่งโจยอมรับว่าเป็นความรู้สึกติดค้างที่เขาได้รับมาจากการสูญเสียพี่ชายคู่ซี้ไปเพราะยาเสพติดเมื่อปี 2010

แต่แม้หนังจะอาบเอิบไปด้วยเรื่องชายๆ มันก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากเหล่านักวิจารณ์หญิง ซึ่งนอกจากเพราะเล่าความสัมพันธ์อย่างฉลาดแล้ว ยังอาจเพราะหนังใช้การวางองค์ประกอบภาพและจังหวะตัดต่ออย่างมีชั้นเชิงในการ ‘เล่น’กับหนังโป๊ให้ไม่น่าเกลียด แต่สามารถทำให้คนดูรู้สึกว่าโป๊ (กว่าที่เห็นจริง) “ผมไม่ได้แค่อยากโชว์ฉาก ‘พระเอกนั่งดูหนังโป๊’ แต่อยากให้มันแสดงวิธีคิดที่ตัวละครนี้มองผู้หญิงบนจอเป็นแค่วัตถุมากกว่า” โจบอก “สำคัญมากที่เราต้องสร้างสมดุลไม่ให้ฉากเหล่านี้อนาจาร ขณะที่ก็ยังทำให้คนดูเข้าใจได้ว่าทำไมตัวละครถึงลุ่มหลงมันนัก”


BIOSCOPE Theatre : SEX ISSUE
ชมฟรี !! หนังเซ็กซ์ประเด็นแรงตลอดเดือน มิถุนายน
เสาร์ที่ 10 มิถุนายน
Don Jon
หนังตลกสัปดนผลงานกำกับ-เขียนบทครั้งแรกของ โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์
20.00 น. และ 23.00 น.
ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine