T2 Trainspotting: ในอีก 20 ปีต่อมาของแก๊ง (อดีต) เด็กติดยากับโถส้วมที่โสโครกที่สุดในสก็อตแลนด์

Home / bioscope / T2 Trainspotting: ในอีก 20 ปีต่อมาของแก๊ง (อดีต) เด็กติดยากับโถส้วมที่โสโครกที่สุดในสก็อตแลนด์

การกลับมาอีกครั้งของแก๊งเด็กขี้ยาแห่งเอดินบะระ, สก็อตแลนด์ หลังจากเมื่อปี 1996 Trainspotting ของ แดนนี บอยล์ กลายเป็นหนังขวัญใจวัยรุ่นทันทีที่มันออกฉาย หนังอินดี้ฟอร์มเล็กกับทุนสร้างเพียงสามล้านห้าแสนเหรียญสหรัฐฯ มันกวาดรายได้มหาศาลและคำวิจารณ์ดีเยี่ยมมานอนกอดอย่างน่าประทับใจ

เรนตัน (ยวน แม็คเกรเกอร์) หนุ่มขี้ยากับสโลแกน “Choose Life” ต้านยาเสพติดสมัยปี 1980 เชิดเงินก้อนใหญ่จากกลุ่มเพื่อนสนิทและไปตั้งต้นชีวิตใหม่ในดินแดนอื่น และ T2 โดยผู้กำกับคนเดิม เลือกเล่าถึงวันที่เรนตันย้อนกลับมายังสก็อตแลนด์ และเผชิญหน้ากับความแค้นเคืองของเพื่อนๆ ที่เขาทอดทิ้งไปอีกครั้ง

ในแง่ภาพยนตร์แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Trainspotting เปรี้ยงปร้างสุดขีดในเวลานั้นก็เพราะการเล่าเรื่องแบบดิบสุดขีดของมัน ที่เล่าความรู้สึกของการพี้ยาด้วยภาพบิดเบี้ยว สีสันเกินจริง วิช่วลสุดล้ำที่เล่ามุมมองของคนเล่นยา และตัวละครวัยรุ่นหัวขบถต่อต้านสังคมที่อยู่ในวัย Coming of age

และใน T2 เมื่ออีก 20 ปีต่อมา เด็กหนุ่มเหล่านั้นเติบโต มีชีวิตที่บิดๆ เบี้ยวๆ ทั้งเรนตันที่ความสัมพันธ์และชีวิตส่วนตัวไปได้ไม่สวยจนต้องกลับมาอยู่ในสก็อตแลนด์ตามเดิม, ซิกบอย (จอห์นนี ลี มิลเลอร์) อดีตหนุ่มหล่อของกลุ่มที่ยังติดยาและรับดูแลบาร์ (ที่ก็ไปได้ไม่ดีนัก) ต่อจากป้า, สปัด (ยวน เบร็มเมอร์) ยังคงผอมแห้งและติดยา ชีวิตล้มเหลว และ เบ็กกี อดีตพี่ใหญ่สุดของกลุ่มที่ติดคุกยาวนาน 20 ปีเต็ม พร้อมสุมความแค้นที่มีต่อเรนตันไว้เต็มอกในฐานะสาเหตุที่ทำให้เขาต้องสูญสิ้นอิสรภาพ

แดนนี บอยล์ ยังคงภาพวิช่วลล้ำๆ สีสันจัดจ้านไว้ในหนังอย่างครบถ้วนเพื่อเล่าถึงโลกทัศน์บิดเบี้ยวไม่สมจริงของคนเล่นยา กับฉากชวนคุ้นทั้งหลายไม่ว่าจะฉากชักโครก (ที่ตอนนี้คงไม่โสโครกที่สุดแล้ว), ฉากวิ่ง หรือแม้แต่รอยยิ้มของเรนตัน

จากตัวละครที่เคยข้ามพ้นวัยในเอดินบะระ มาวันนี้พวกเขาคือกลุ่มคนที่ไม่ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างในชีวิต ทำให้ T2 ของบอยล์หันมาเล่าเรื่องของมนุษย์วัยกลางคนที่กลับตัวก็ไม่ได้ไปต่อก็ไม่ถึง จากเด็กหนุ่มที่เผาผลาญเวลาที่มีมหาศาลไปกับการนั่งมองรถไฟไปวันต่อวัน กลายเป็นชายสิ้นไร้ไม้ตอก และตระหนักว่าช่วงชีวิตที่เหลืออยู่อาจยาวนานเกินไป ในเอดินระบะที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว โลกทุนนิยมและความเป็นสมัยใหม่คืบคลานเข้ามาช้าๆ พร้อมนำพาผู้คนหลากเชื้อชาติ หลากสำเนียงพูดให้มาอาศัยอยู่ที่นี่

“คนอาจจะบอกว่า Trainspotting คือหนังที่เล่าเรื่องคนติดยา, มิตรภาพ แต่สำหรับผม มันคือหนังที่เล่าความเป็นผู้ชายจัดๆ ในยุค 90 และ T2 คือการฉายภาพให้เห็นความเป็นชายเหล่านั้นในยุคปัจจุบัน” บอยล์ให้สัมภาษณ์

เรนตันที่หอบชีวิตผุพังกลับมา พยายามติดต่อกลับไปหาเพื่อนเก่า พร้อมกับชดเชยที่เคยหักหลังเพื่อนด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งนับเป็นการกระทำที่น่าเศร้าเพราะสุดท้ายแล้วมันไม่ช่วยเยียวยาช่วงเวลาที่หายไป 20 ปีของเบ็กกี หรือความเจ็บช้ำของสปัดและซิกบอยได้เลย เรนตันจึงกลายเป็นตัวละครที่ทำท่าเสมือนว่าพร้อมจะเผชิญความผิดในอดีต แต่จริงๆ แล้วก็ไม่กล้าพอเพราะเขารู้ว่ามันโหดร้าย และลงเอยด้วยความเอาแต่พูดถึงอดีตแสนหวานของเขาและเพื่อนๆ สมัยวัยรุ่นกอดคอกันเมายา และหลีกเลี่ยงจะพูดถึงความเจ็บช้ำตลอด 20 ปีที่ผ่านมาของเพื่อนๆ

การที่เรนตันพยายามหลบเลี่ยงอดีตที่เป็นแผลนั้นยิ่งทำให้การใช้ชีวิตของเขายิ่งแย่ลงไปอีก เพราะสปัด, ซิกบอยและโดยเฉพาะเบ็กกี รู้สึกว่าพวกขเายังไม่ได้รับการชดเชยที่สาสม-ซึ่งอย่างน้อยที่สุด น่าจะมาจากการที่เรนตันยอมรับกับตัวเองให้ได้เสียก่อนว่าการหักหลังของเขาในอดีตมันส่งผลร้ายแรงมากเพียงใด

และเมื่อยอมรับกับมันได้แล้ว การก้าวไปข้างหน้าเพื่อมองอนาคตร่วมกัน-ก็ยังมีหวังอยู่บ้าง


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine