คงเดช จาตุรันต์รัศมี กับการเขียนบทหนังดัดแปลงจากนิยายซีไรต์ ‘ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต’

Home / bioscope / คงเดช จาตุรันต์รัศมี กับการเขียนบทหนังดัดแปลงจากนิยายซีไรต์ ‘ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต’

นับจาก ‘Snap..แค่ได้คิดถึง’ 2 ปีแล้วที่ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ห่างหายไปจากการทำภาพยนตร์ ล่าสุดเขากลับมาพร้อมกับงานเขียนนิยายภาพอย่าง ‘รักเปื่อย’ ผลงานเมื่อ 9 ปีก่อนซึ่งนำมาปรับปรุงรูปเล่มพร้อมเพิ่มเนื้อหาใหม่ ที่เล่าเรื่องของ สมบัติ ชายหนุ่มที่พบรักและตายอย่างกระทันหัน ก่อนที่เขาจะกลับมาในร่างซอมบี้พร้อมด้วยโอกาสครั้งสุดท้ายในความรักก่อนที่ร่างจะเปื่อยเน่า

แต่ผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่หลายคนรอคอย คือการรับหน้าที่เขียนบทให้กับโปรเจ็กต์หนังล่าสุดของ ต้อม-เป็นเอก รัตนเรือง ที่หยิบเอานิยายรางวัลซีไรต์ปี 2558 ของ แหม่ม-วีรพร นิติประภา อย่าง ‘ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต’ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่คงเดชรับการดัดแปลงนิยายเป็นบทภาพยนตร์อีกด้วย

“จริงๆ คือเสร็จแล้ว แต่ก็จะเป็นช่วงแก้อะไรนิดๆ หน่อยๆ” คงเดชเล่าความคืบหน้าล่าสุดให้ฟัง “เช่นบทสนทนาตรงนี้แม่งโคตรพี่ต้อมเลย (หัวเราะ) ซึ่งพี่ต้อมก็จะบอกว่าหลังจากนี้เดียวจัดการเอง คือมันจะกลายเป็นขั้นตอนของรสมือผู้กำกับละ เราเขียนเราก็รู้ธรรมชาติของผู้กำกับว่าประโยคแบบนี้ควรจะเขียนยังไง คือมนุษย์ในหนังเป็นเอกมันจะต้องพูดแบบนี้ คือไม่มีทางที่มนุษย์ในหนังพี่ต้อมจะมีพูดแบบในนิยายของพี่แหม่มหรอก คือเราเขียนบทไปมันไม่มีทางเหมือนของพี่แหม่มเขียนอยู่แล้ว”

ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต

ก่อนหน้านี้คงเดชเคยเขียนบทหนังโรแมนติกอย่าง The Letter (2004, ผอูน จันทรศิริ) ซึ่งดัดแปลงจากบทต้นฉบับเวอร์ชั่นเกาหลี หากการดัดแปลงนิยายซีไรต์ที่ว่าด้วยเรื่องราวรักสามเส้า ที่ผูกติดกับฉากหลังเหตุการณ์ทางการเมืองไทย ที่ถูกกล่าวขานถึงความซับซ้อนของโครงสร้าง และภาษาเขียนอันวิจิตรพิสดาร ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายกับตัวคงเดชอย่างยิ่ง

“คือโครงสร้างมันยากอยู่แล้ว มันมีความซับซ้อนสูง เราก็เอาแบบเนิร์ดเลยก็ถอดเส้นเรื่องแล้วเอามากางออกดูเลย แล้วแบบ..เชี้ย เล่าอย่างเดิมไม่ได้แน่ๆ เลยวะพี่ต้อม พี่ต้อมก็เคลียร์กับพี่แหม่มไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ทำใจได้เลยไม่เหมือนแน่ๆ (หัวเราะ) คือในการเขียนของพี่แหม่มมันมีความเป็นผู้หญิงอยู่มาก มีรายละเอียดแบบกลิ่นเครื่องเทศ กลิ่นดอกไม้ สีของดอกไม้ คือสิ่งเหล่านี้พอมาอยู่ในหนังมันก็ยังเป็นองค์ประกอบหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดเส้นเรื่องหรือตัวละครที่ต้องพาผู้ชมไปมันก็สำคัญ ซึ่งวิธีการเล่นแบบในนิยายมันไม่สามารถทำได้แน่ๆ ก็เลยต้องใช้วิธีเลือกเส้นเรื่องที่จะเล่าเลย แล้วเล่าช่วงไหนบ้าง เสร็จแล้วค่อยเอารายละเอียดอื่นๆ ที่จะสามารถสนับสนุนเส้นเรื่องนี้ได้เสริมเข้าไป ซึ่งก็จะเลือกแค่บางอัน หลายอย่างก็ต้องทิ้งไป” คงเดชเล่า

เป็นเอก (ซ้ายสุด) และ คงเดช (ขวาสุด)

โดยสิ่งหนึ่งที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงใน ‘ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต’ ฉบับภาพยนตร์นี้ คือไทม์ไลน์ของเรื่องราวที่จะขยับมาในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับปัจจุบันแทน “ถ้าใครเคยอ่านจะรู้ว่าตัวละครหลักมันจะเป็นคนวัยเท่าตัวเรา คือผ่านตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2535 จนมาถึงช่วงเวลาปัจจุบันในหนังสือ มันก็ยังเป็นการย้อนยุคไปช่วงปี พ.ศ. 2553 ซึ่งพี่ต้อมก็ตัดสินใจให้มันมาเป็นปัจจุบันนี่ละ คือเลื่อนขึ้นมาเล็กน้อย”

“เพราะอะไรถึงเปลี่ยนได้รู้ไหม? เพราะว่าบ้านเราไม่ได้ไปไหนเลย มันคือไส้เดือนตาบอดในเขาวงกตแท้ๆ เลย คุยกับพี่ต้อมแล้วเราก็ยังรู้สึกว่า แม้จะขยับมากี่ปี พวกเรายังอยู่ในลูปเดิมความรู้สึกแบบเดิมไม่ได้ไปไหน”


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine