สตีฟ แม็คควีน ผกก.สายแข็งที่ใช้หนังแค่ 3 เรื่องในการคว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวทีออสการ์

Home / bioscope / สตีฟ แม็คควีน ผกก.สายแข็งที่ใช้หนังแค่ 3 เรื่องในการคว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวทีออสการ์
SHAME

ชื่อของ สตีฟ แม็คควีน กระหึ่มไปทั่วงานออสการ์ในปี 2014 เมื่อ 12 Years a Slave (2013) หนังที่ว่าด้วยการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของคนผิวสีคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปีได้

และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ นี่คือหนังยาวเรื่องที่สามในชีวิตผู้กำกับของแม็คควีนเท่านั้น!

 

12 Years a Slave

แม็คควีนเกิดและเติบโตที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เข้าเรียนที่โรงเรียนศิลปะและเข้าเรียนด้านนี้ในมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก แต่ก็ออกมาเพราะ “เกลียด” มันขึ้นมาดื้อๆ ระหว่างนั้นก็สั่งสมประสบการณ์การกำกับหนังด้วยการทำหนังสั้นตั้งแต่ปี 1993 มาจนถึง ปี 2007

และปี 2008 นี่เองที่เขาสร้างชื่อสะเทือนวงการทำหนังด้วยหนังยาวเรื่องแรกสุดโหดอย่าง Hunger สร้างจากเรื่องจริงของการอดอาหารประท้วงของนักโทษทางการเมืองชาวไอริช ในยุคที่ไอร์แลนด์เหนือลุกเป็นไฟ

Hunger

ไม่เพียงแต่มันจะสร้างจากประวัติศาสตร์อันดุเดือดเท่านั้น แต่การแสดงของนักแสดงนำ (และเวลาต่อมาก็เป็นนักแสดงคู่บุญของแม็คควีน) อย่าง ไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์ ก็ถูกนักวิจารณ์ชื่นชมสุดขีดเพราะในบทนักโทษนั้น เขายอมลดน้ำหนัก 19 กิโลกรัมเพื่อรับบทผู้นำประท้วงอดอาหาร (จนสุดท้ายเหลือน้ำหนักเพียง 57 กิโลกรัม กับส่วนสูงถึง 183 เซนติเมตร)

จากนั้น แม็คควีนหันมาเล่าเรื่องคนติดเซ็กซ์ใน Shame หนังปี 2011 ที่ได้ฟาสส์เบนเดอร์มารับบทเป็น แบรนดอน หนุ่มออฟฟิศรูปหล่อที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและเป็นคนติดเซ็กซ์จนส่งผลในชีวิตประจำวัน เรื่องยิ่งวุ่นเมื่อ ซิซซี (แครี มุลลิแกน) น้องสาวต้องมาพักอาศัยในชายคาเดียวกันจนสังเกตเห็นพฤติกรรมติดเซ็กซ์ของพี่ชาย

โปสเตอร์สุดฉาวของ Shame

ไม่เพียงแต่มันจะแสนอื้อฉาวเพราะฉากเปลือยกายโทงๆ ของฟาสส์เบนเดอร์ (ที่ จอร์จ คลูนีย์ เอาไปแซวในงานลูกโลกทองคำว่า “ด้วยความสัตย์นะไมเคิล, นายเอามือไขว้หลังแล้วตีกอล์ฟยังได้เลยถ้ามีไอ้นั่นแบบนั้น” กรี๊ด!) จนกรรมการออสการ์ไม่เปิดโอกาสให้มันเข้าชิงรางวัลสักสาขาเพราะมันมีฉากล่อแหลมมากเกินไป

กระนั้น  Shame ยังเล่าถึงอาการติดเซ็กซ์อย่างเปิดเผยและเฉียบคมในทุกแง่มุม พร้อมการกำกับแสนละเมียดของแม็คควีน ที่เริ่มเผยให้เห็นถึงแนวทางการกำกับอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาด้วยการนิยมถ่ายหนังด้วยกล้องเพียงงตัวเดียว ไปจนถึงการถ่ายฉากบทสนทนาแบบเทคเดียวจบ หรือไม่ก็ลองเทคยาว

ขณะที่ฟาสส์เบนเดอร์-การแสดงของเขาต้องไต่ระดับจากคนชอบมีเซ็กซ์ไปสู่คนเสพติดเซ็กซ์และเริ่มรังเกียจตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคุมตัวเองไม่ได้นั้น-บอกว่าเขาต้องอ่านสคริปต์กลับไปมาอยู่ราวๆ 300-350 เที่ยวเพื่อทำความเข้าใจตัวละครอย่างแบรนดอนให้ได้มากที่สุด

แม็คควีนให้สัมภาษณ์ติดตลกไว้ว่า “ผมอยากเห็นไมเคิลเปลือยโทงๆ มาตลอดแหละ เลยเอาแต่บอกเขาว่า ‘แก้ผ้าออกเดี๋ยวนี้! ไอ้หัวขวด!’ กับเรื่อง Shame ผมแค่พยายามจะเล่าถึงอาการเสพติด การเป็นมนุษย์มันยาก และผมก็อยากบอกให้เห็นว่า พวกเราน่ะเปราะบางแค่ไหน”

“ช่ายครับ สตีฟเป็นผู้กำกับประเภทที่แบบ ‘นายเป็นนักแสดงนะ ทำงานเดี๋ยวนี้ กูบอกว่าทำเดี๋ยวนี้โว้ย’ (หัวเราะ)” ฟาสส์เบนเดอร์เสริม “ซึ่งผมเห็นด้วยมากๆ เลย มันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญมากสำหรับผมนะ ผมคิดง่ายๆ แบบนั้นแหละ ซึ่งมันก็จะมีความคิดแบบว่า ‘โอ้ย พระเจ้า แต่คุณต้องแก้ผ้าเลยนะ แล้วอาชีพคุณจะเป็นยังไงต่อล่ะ?’ แต่พอดีผมไม่ใช่นักการเมือง(ที่ต้องห่วงภาพลักษณ์)น่ะ งานของผมคือการอำนวยความสะดวกให้ตัวละคร ผมเป็นนักเล่าเรื่อง และนั่นก็เป็นแค่เหลี่ยมมุมนึงของเรื่องเล่าเท่านั้น – จบนะ”

และในอีกสองปีต่อมา หนังยาวลำดับที่สามของแม็คควีนอย่าง 12 Years a Slave ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ 9 สาขาเต็ม! และได้รางวัลกลับมานอนกอด 3 สาขา ได้แก่ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, สมทบหญิงยอดเยี่ยมและดัดแปลงบทยอดเยี่ยม (ขณะที่ฟาสส์เบนเดอร์เองเข้าชิงสมทบชายยอดเยี่ยม)

มาร่วมรับชมการร่วมงานกันของผู้กำกับและนักแสดงคู่บุญอย่างแม็คควีนและฟาสส์เบนเดอร์ได้ในหนังสุดฉาวแบบไม่เซ็นเซอร์อย่าง Shame
ในวันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. 2017
เวลา 20.00 และ 23.00 น.
ได้ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre