ย้อนดูบทบาทการแสดงสุดล้ำของ ไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์ ผู้เป็นทั้งนักรบ, ทหาร, มนุษย์กลายพันธุ์และคนคลั่งเซ็กซ์!

Home / bioscope / ย้อนดูบทบาทการแสดงสุดล้ำของ ไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์ ผู้เป็นทั้งนักรบ, ทหาร, มนุษย์กลายพันธุ์และคนคลั่งเซ็กซ์!

เราอาจคุ้นหน้า ไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์ จากบท สเตอลิออส นักรบหนุ่มในหนังสุดระห่ำ 300 (2006, แซ็ค ชไนเดอร์), นายร้อยอาร์ชี ไฮค็อกซ์ ผู้ชูสามนิ้วแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวใน Inglourious Basterds (2009, เควนติน ทาแรนติโน), แม็กนีโต ในหนังสุดอลังการ X: First Class (2011, แมทธิว วอห์น)

มองๆ แล้วคงพอสรุปได้ว่า พ่อหนุ่มเยอรมัน-ไอริชคนนี้ รับบทหลากหลายสุดขีด! จนเราไม่เบื่อที่จะเห็นหน้าเขาบ่อยๆ บนจอหนัง

ไมเคิลเริ่มต้นเรียนการแสดงเมื่ออายุราว 17-18 ปีที่โรงเรียนสอนการแสดง เขาให้สัมภาษณ์ว่าขณะที่กำลังเรียนนั้น เขาคือหนอนหนังสือตัวยงที่ตะลุยอ่านหนังสือทุกชนิด เพื่อจะได้เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์คนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเขา ซึ่งเขาดึงมันมาใช้ในการแสดงด้วย

“บางที ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า ‘ทำไมไอ้ตัวละครนี้มันถึงได้หัวร้อนก้าวร้าวนักวะ อ้อ. นี่ไง มันเคยเจอเรื่องแบบนี้สมัยยังเด็กนี่เอง ซึ่งมันเมคเซนส์สำหรับผมมาก เวลาทำงานกับผู้กำกับผมเลยไม่พูดมากนัก ผมจะแสดงให้เขาดูไปเรื่อยๆ แล้วให้เขาบอกว่าที่ผมทำน่ะมันถูกต้องหรือเปล่า ผมให้ตัวเลือกเขาเสมอล่ะ

“(การได้ทำงานกับเควนติน ทาแรนติโน) โคตรดูเหนือจริงสำหรับผม ตอนอายุ 18 ผมกับเพื่อนเล่นละครเวทีที่เลียนแบบจาก Reservoir Dogs ในไนท์คลับแถวบ้าน เพราะงั้นการได้ทำงานกับเขาก็เหมือนฝันไปเลย เขารู้เรื่องหนังกว้างขวางมากยังกับเป็นสารานุกรมหนัง”

ไมเคิลหันมารับบทที่ท้าทายทั้งด้านร่างกายและจิตใจใน Hunger (2008, สตีฟ แม็คควีน) ที่เขาต้องลดน้ำหนักสุดโหดลงไป 19 กิโลกรัมเน้นๆ จนผอมบางเหลือน้ำหนักเพียง 57 กิโลกรัม (กับส่วนสูง 183 เซนติเมตร!) เพื่อรับบทเป็นนักโทษชายที่ประท้วงผู้คุมระหว่างที่ไอร์แลนด์เหนือคุกรุ่น ผลตอบรับของหนังเรื่องนี้เป็นไปอย่างสวยงาม ไม่เพียงแต่จะแจ้งเกิดแม็คควีนในฐานะผู้กำกับหนังยาวเรื่องแรก แต่การแสดงอันเด็ดเดี่ยวของไมเคิลก็ได้รับคำชมไม่แพ้กัน

ตามมาด้วยบทหนุ่มติดเซ็กซ์จาก Shame (2011, สตีฟ แม็คควีน-ซึ่งต่อมากลายเป็นผู้กำกับคู่ใจของเขาไปโดยปริยาย) โดยเขารับบทเป็นชายหนุ่มติดเซ็กซ์ที่ขาดคู่นอนไม่ได้ และวันหนึ่งก็ต้องจับพลัดจับผลูมานอนค้างกับน้องสาวแท้ๆ ที่ทำให้เขาต้องต่อสู้กับอาการติดเซ็กซ์อย่างรุนแรง

บทนี้เองที่ทำให้ จอร์จ คลูนีย์ ถึงกับเอ่ยปากแซว “ไมเคิลน้อย” ที่ปรากฏตัวในหนังทั้งเรื่องว่า “เอาจริงๆ นะไมเคิล ถ้ามีไอ้นั่นแบบนั้น คุณเอามือไพล่หลังแล้วตีกอล์ฟด้วยยังได้เลย” (กรี๊ด!)

แม้จะเปลือยจนหมดจด แต่ฟาสส์เบนเดอร์ก็ไม่ได้เห็นว่ามันเป็นเรื่องผิดปกติอะไร เขาให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

“มันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญมากสำหรับผมนะ ผมคิดง่ายๆ แบบนั้นแหละ ซึ่งมันก็จะมีความคิดแบบว่า ‘โอ้ย พระเจ้า แต่คุณต้องแก้ผ้าเลยนะ แล้วอาชีพคุณจะเป็นยังไงต่อล่ะ?’ แต่พอดีผมไม่ใช่นักการเมือง(ที่ต้องห่วงภาพลักษณ์)น่ะ งานของผมคือการอำนวยความสะดวกให้ตัวละคร ผมเป็นนักเล่าเรื่อง และนั่นก็เป็นแค่เหลี่ยมมุมนึงของเรื่องเล่าเท่านั้น – จบนะ” (ขณะที่แม็คควีนให้สัมภาษณ์ติดตลกในฐานะผู้กำกับว่า “ผมอยากเห็นไมเคิลแก้ผ้าโทงๆ มาตลอดแหละ เลยเอาแต่บอกเขาว่า ‘แก้ผ้าออกเดี๋ยวนี้นะ! ไอ้หัวขวด!’”)

อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ความร้อนแรงของหนังทำให้ออสการ์ตัดสิทธิ์ไม่ให้มันเข้าชิงแม้แต่รางวัลเดียว

และในงานเรื่องต่อมาของผู้กำกับคนเดิมในปี 2013 อย่าง 12 Years a Slave เขาคือคนขาวผู้เป็นนายทาส และด้วยบทนี้ เขาถูกส่งชื่อเข้าชิงสาขาสมทบชายยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ ก่อนที่ตัวหนังจะคว้ารางวัลใหญ่สุดคือหนังยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอง (พร้อมรางวัลสมทบหญิงและดัดแปลงบทยอดเยี่ยม)

“การได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลใดรางวัลหนึ่งนั้นเป็นเกียรติเสมอครับ แต่สำหรับผม ถ้าเราตั้งต้นคิดถึงแต่รางวัลมันก็จะเหมือนเจ้ากอลลัม (The Lord of the Rings, 2001) กับแหวน ‘ของรักของข้า’ อะไรแบบนั้น ผมแค่ทำงานของผมไปหกเดือนหรือปีนึงเต็มๆ แล้วปล่อยให้ที่เหลือเป็นหน้าที่ของคนดูเท่านั้นเอง”

และเขายังเป็นนักฆ่ารูปหล่อจากหนังดังใน Assassin’s Creed (2016, จัสติน เคอร์เซล) ซึ่งเขาชอบใจมาก ไมเคิลเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ผมเล่นเกมบ้าง แต่ทุกครั้งที่เล่นผมจะพบว่ารู้ตัวอีกทีก็นั่งตาค้างอยู่หน้าวิดีโอเกมตอน 8 โมงครึ่งเข้าไปแล้ว คุณต้องมาแงะจอยเกมออกจากมือผมเลย”

 

 

ดู Shame (2011, สตีฟ แม็คควีน) แบบไม่เซ็นเซอร์ได้ในวันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. 2017
เวลา 20.00 และ 23.00 น.
ได้ทาง ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre