‘คนขับรถ’ : เมื่อชีวิต…คือการเดินทาง

Home / bioscope / ‘คนขับรถ’ : เมื่อชีวิต…คือการเดินทาง

หลังจากหนังดราม่าเกย์ภาคต่ออย่าง Love Next Door 2 (2015) ผู้กำกับ โอ๋ – ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ เริ่มนำตนเองไปสู่ทิศทางการทำงานใหม่ๆ ทั้งได้ร่วมงานกับ ต้น – ปฐมกฤษณ์ สุดสระ (ผู้กำกับละครเวที ‘หยุดภพ’ [2558]) acting coach ในหนังไทย ‘ตีสาม คืนสาม’ และ ‘2538 อัลเทอร์มาจีบ’ เป็นเป็นโปรดิวเซอร์ ซึ่งด้วยคอนเน็กค์ชั่นในด้านการแสดงทำให้ได้นักแสดงที่มีชื่อเสียงมาร่วมงานทั้ง ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย และ ภูริ หิรัญพฤกษ์ ไปจนถึงนักแสดงน้องใหม่ที่ผ่านงานละครเวทีมาอย่าง ศิตา ชุติภาวรกานต์ 

“ตอนนั้นเราก็กะว่าจะทำหนังเล็กๆ กัน เราไม่รู้ว่าจะขยายมาขนาดนี้ได้ไง ก็ไม่คิดว่าจะมีดารามาเล่น” ปฐมกฤษณ์เกริ่นนำก่อนที่ฐิติพันธ์จะเล่าถึงที่มาของโปรเจ็กต์นี้ว่า “โจทย์อย่างแรกสำหรับเราคือ เราจะทำอินดี้แต่ทำแบบไหนให้คนรู้สึกว่ามันน่าดู เราจะเอาเงินที่ทุนที่จำกัดมากๆ ก่อนนี้ไปทำหนังอะไรแล้วไม่ทำให้รู้สึกว่าได้แค่ทำมันเฉยๆ เราก็ได้องค์ประกอบที่มันมีทั้งดราม่า อีโรติก และธริลเลอร์ ซึ่งเรามองว่าเป็นมู้ดโทนที่ไม่ค่อยเห็นนักในหนังไทย”

จากความสนใจในประเด็น ‘ความสัมพันธ์ของคู่รัก’ ที่ไปซ้อนทับกับความสนใจในหนังแนวอีโรติก-ธริลเลอร์ กลายเป็น ‘คนขับรถ’ ที่เล่าเรื่องของ เกด (ศิตา ชุติภาวรกานต์) ที่ เต้ (ภูริ หิรัญพฤกษ์) สามีของเธอหายตัวไปแบบติดต่อไม่ได้ แม้แต่ตำรวจก็ไม่สามารถติดตามได้ เธอจึงขอความช่วยเหลือจาก แมค (ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย) คนขับรถของสามีเธอพาไปยังสถานที่ต่างๆ ที่สามีเคยเดินทางไป ก่อนจะพบความลับบางอย่างที่ทำให้ความรู้สึกที่เธอมีต่อสามีไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป..

“คือเราเองก็สงสัยว่า ทำไมคนมันเลิกกันง่ายขึ้น ไม่เหมือนสมัยพ่อแม่เราเลย เราก็ไปถามพ่อกับแม่หรือคู่ที่เขาอยู่กันมานานๆ ว่าชีวิตคู่อยู่กันมาเคยมีปัญหา เขาก็บอกว่า – เธอไม่คิดเหรอว่าชีวิตคู่มันจะไม่มีปัญหา- ซึ่งมันมีเยอะมาก ความสัมพันธ์มันยากมาก แต่คนในแต่ละยุคเขาต่างกัน ยุคนี้ผู้หญิงสู้เพื่อตัวเองได้ มีปัญหาแล้วก็สามารถเลิกแล้วอยู่ด้วยตัวเองได้ จนเราไปได้ยินวลีหนึ่งที่ว่า – พอผู้ชายออกจากบ้าน เขาก้ไม่ใช่สามีเราแล้ว- ซึ่งเราก็สงสัยว่า ตกลงความไว้ใจในความสัมพันธ์กันมันมีจริงใช่ไหม” ฐิติพันธ์เล่า

(กลาง) ผู้กำกับ โอ๋ – ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์

แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็นหนังที่มีความอีโรติกรวมอยู่ด้วย ซึ่งเมื่อมองจากผลงานกำกับทั้งสองเรื่องของฐิติพันธ์อย่าง Love Next Door 1 และ 2 หนังเกย์ดราม่าที่พาไปสัมรวจความสัมพันธ์ของคู่รักอย่างเป็นธรรมชาติซึ่งโดดเด่นมากในฉากเลิฟซีนต่างๆ หากใน ‘คนขับรถ’ ที่ต่างออกไปทั้งแนวหนังไปจนถึงการใช้นักแสดงที่มีชื่อเสียง ก็ทำให้วิธีการทำงานในฉาก ‘เลิฟซีนของฐิติพันธ์ต้องปรับเปลี่ยนไปไม่น้อย

ปฐมกฤษณ์ในฐานะโปรดิวเซอร์และคนที่ช่วยดูเรื่องการแสดงในเรื่องเล่าว่า “เพราะมันมีฉากโป๊ และบังเอิญทั้งปั้นจั่นกับพี่ภูริก็เป็นพี่ที่เรารู้จักกัน ซึ่งพอทั้งสองรับเล่น เรากับพี่โอ๋ก็ต้องคุยกันใหม่ ว่าฉากมันจะเป็นยังไง อาจจะไม่อีโรติกจ้าเหมือนที่ตั้งใจตอนแรก เพราะเราต้องคิดเผื่อที่ทางของอาชีพนักแสดงของเขาด้วย ซึ่งในขณะเดียวกันจากความอีโรติกแบบสไตล์ของพี่โอ๋ใน Love Next Door ทั้งสองภาค มันก็ถูกปรับให้เข้าถึงคนในวงกว้างได้มากขึ้นด้วย” โดยฐิติพันธ์เสริมว่า “จริงๆ การกำกับเลิฟซีนระหว่างหนังเกย์ที่เราเคยทำกับหนังเรื่องนี้มันไม่ต่างกัน คือเราเคยไปเทศกาลหนังแล้วไปเจอหนังที่มีฉากเลิฟซีนดีมากๆ พอหนังจบเราก็ไปคุยกับผู้กำกับว่านี่ทำยังไงทำไมเลิฟซีนมันดีมากๆ เขาก็บอกว่า Make Love ไปเลย ไม่ได้บอกว่าให้นักแสดงต้องทำยังไง หรือใช้เทคนิคแบบไหนช่วยไหม เพราะในแง่หนึ่งนักแสดงบางคนก็ไม่ได้ถนัดในด้านเทคนิคมากนัก แต่กับพี่ภูริในเรื่องเองเขาก็มีประสบการณ์การแสดงสูง ส่วนศิตาเองก็เรียกได้ภูริส่งแค่ไหนเธอก็สู้ไม่ถ่อย ซึ่งเป็นสถานการณ์อื่นอาจจะต้องให้นักแสดงทำความคุ้นเคย แต่ในเรื่องนี้ทั้งคู่คิดว่าไม่เป็นไรเพราะมั่นใจว่าตนเองเล่นได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเปลืองตัวกับการไปฝึกหรือเวิร์คช็อป”

นอกเหนือจากฉากเลิฟซีนแล้ว การใช้ตัวละครนำเป็นคนขับรถ ก็เป็นสิ่งที่ปฐมกฤษณ์เชื่อว่า นี่คือเซอร์ไพรซ์อย่างหนึ่งที่เชื้อเชิญให้ผู้ชมเกิดความอยากรู้ เช่นเดียวกับความรู้สึกที่เป็นไอเดียเบื้องต้นของหนังเรื่องนี้ “สำหรับผมรู้สึกว่าชีวิตมันคือการเดินทาง เราจะไว้ใจใครให้นำพาชีวิตเราไปสู่จุดหมาย หรือแม้แต่ในตัวของคนขับรถเอง การไปในจุดหมายที่เราเองก็ไม่รู้และคาดหวัง เขาจะพาเราไปถึงจุดหมายได้อย่างไร”

หากในมุมฐิติพันธ์ ผู้กำกับของเรื่อง ‘คนขับรถ’ ในความหมายของเขาอาจไม่ได้ถูกระบุชัดเจนขนาดนั้น “สำหรับเรามันเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ จริงๆ เราเซอร์ไพรซ์กับคำถามแบบนี้นะ เหมือนที่เราอ่านในคอมเม็นต์ในหนังตัวอย่างที่ปล่อยในเฟซบุ๊ค มันก็จะพบข้อความหลายอันมากที่มันเปิดมุมมองใหม่ของเรากับหนังเรื่องนี้ เรามีความรู้สึกว่าแต่ละคนก็สามารถเข้าไปหาความหมายของคนขับรถในแบบของตัวเองได้…จนกว่าหนังเรื่องนี้มันจะถูกสปอยล์ออกไปนั่นแหละ (หัวเราะ)”


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine