ทำการเมืองให้เป็นเรื่องน่ารัก! สัมภาษณ์ ผกก. MV ‘เผด็จเกิร์ล’ จาก TATTOO COLOUR

Home / bioscope / ทำการเมืองให้เป็นเรื่องน่ารัก! สัมภาษณ์ ผกก. MV ‘เผด็จเกิร์ล’ จาก TATTOO COLOUR

“เผด็จเกิร์ล”

ซิงเกิลล่าสุดของวง Tattoo Colour ในอัลบั้ม ‘สัตว์จริง’ ลำพังชื่อก็ยั่วล้อระบอบการปกครองของประเทศสารขัณฑ์แห่งหนึ่งใกล้แถบเส้นศูนย์สูตร แถมที่เตะหูเตะตาได้มากกว่าชื่อเพลง เห็นจะเป็นมิวสิควิดีโอที่อัดแน่นไปด้วยตัวเลขต้องห้ามอย่างกฎ 44 ข้อ, เครื่องแบบสีเขียวของชายหนุ่ม, การถูกอุ้มขึ้นรถตู้ และ (ตัวต่อ) เรือดำน้ำลำเขื่อง (นี่เรายังไม่พูดถึงเนื้อเพลงที่มีคำแสนจะร่วมสมัยอย่าง ปรับทัศนคติ และหน้าปกวงที่เป็นรูปสมาชิกทั้งสี่ยืนชูสามนิ้วให้กล้องอีกนะ!)

ทั้งหมดนี้ก็ไม่แปลกที่ ‘เผด็จเกิร์ล’ จะกลายเป็นมิวสิควิดีโอที่ทุกคนพูดถึงกันหนาหู ค่าที่ว่านอกจากมันจะดูสนุกและน่ารักแล้ว มันยังมีกลิ่นของความยียวนอะไรบางอย่างภายใต้ท่าทีที่พูดถึงความสัมพันธ์ของคู่รักชายหนุ่มหญิงสาว

นี่คืองานกำกับชิ้นแรกของ เบนซ์-นิษฐกานต์ แก้วปิยสวัสดิ ที่กำกับมิวสิควิดีโอนี้ร่วมกับ โตร-ธนิษฐ์ พิณทอง แห่ง Dylan Films

ทำไมกำกับ MV เพลงนี้ออกมาเสียดสีได้น่ารักขนาดนี้

จริงๆ ตอนแรกคือคอนเซ็ปต์เพลง เผด็จเกิร์ล มันมาในรูปแบบนี้อยู่แล้ว คือตีความผู้หญิงในเพลงเป็น เผด็จเกิร์ล เราเลยคิดว่ามันก็
เมคเซนต์อยู่ที่เราจะลิงค์เรื่องนี้กับเผด็จการ เราเลยมองว่าเผด็จเกิร์ลมันน่าจะใกล้เคียงกับสิ่งที่เราพบเจออยู่ในสังคมปัจจุบันนี้ เลย
เป็นที่มาที่ไปของเพลงค่ะ

ไม่กลัวโดนจับเลยเหรอ

(หัวเราะ) เราไม่ได้มองว่ามันก้าวร้าวหรือรุนแรงอะไร แต่เหมือนเป็นการเอามาหยอกล้อมากกว่ามากกว่าจะเป็นการทำเพื่อด่าใคร

อีกอย่างคือ เราเซฟตัวเองประมาณนึงนะ เพราะก่อนจะไปขายให้วง Tattoo Colour เราก็คุยกับพี่โตรก่อน ก็คิดพอร์ตเสนอพี่โตรเขา ตอนแรกๆ นี่เราตีความเพลงค่อนข้างเครียดกว่านี้อีกเพราะเราสนใจประเด็นการเมือง สังคมด้วยไง พอได้ทำเลยใส่เรื่องพวกนี้เยอะเลย ตอนแรกนี่มีคูหาเลือกตั้งด้วยนะ (หัวเราะ) แต่พี่โตรบอกว่ามันไม่น่ารัก ไม่พอดี ก็เลยปรับลงมาจนเป็นร่างที่สาม คือปรับให้เป็นเรื่องคู่รักไปเลย

แล้วพี่ๆ วง Tattoo Colour เขาก็โอเคมาก เราถามเขาว่าพูดเรื่องนี้ๆ ได้ไหม แล้วมันพอดี มันไม่ก้าวร้าว พี่ๆ เขาเลยโอเคค่ะ

เบนซ์-นิษฐกานต์ แก้วปิยสวัสดิ
ใน MV มีกลิ่นอายของเรื่อง 1984 (1984, ไมเคิล เรดฟอร์ด) ด้วย เคยดูหรือเปล่า

ไม่เลย เราไม่เคยดูหนังเรื่องนี้มาก่อน แต่ไปอ่านเจอคอมเม้นต์หนึ่งในยูทูบเลยไปหาดู และก็เข้าใจว่าทำไมคนถึงมองว่าเราน่าจะดึงส่วนประกอบใน MV มาจากหนัง คือเพราะมันมีภาพชัดมาก

แต่เราทำเรื่องนี้เราไม่ได้ตั้งประเด็นให้มันเป็นการเมืองอะไร ไม่ลงลึกเลยว่าต้องมีคอนเทนต์จาก 1984 หรืออะไรมาใส่ เพราะเราแค่ต้องการพูดเรื่องความรักของผู้หญิงผู้ชายที่มันมีความเป็นเผด็จการมากกว่า

องค์ประกอบหลายอย่างใน MV ก็มีความเสียดสีสังคมประมาณหนึ่ง เป็นคนสนใจเรื่องการเมืองไหม

เราสนใจ เพราะเรารู้สึกว่ามันก็ใกล้ตัวเนอะ เราอยู่ในระบอบการปกครองแบบนี้ ทุกอย่างที่เขาทำมันก็ส่งผลกับเราอยู่แล้ว

แต่อย่างเรื่องภาพที่เห็น เราก็ไม่เอาอะไรที่โจ่งแจ้ง ตรงตัวมากไป เราพยายามหาอะไรที่ทดแทนภาพ ทดแทนความหมายเพื่อเซฟตัวเองด้วย เพราะเราไม่ตั้งใจจะให้มันพูดเรื่องการเมืองขนาดนั้น อยู่ที่คนตีความแล้ว

พอ MV เป็นกระแสขนาดนี้ รู้สึกยังไงบ้าง

ตอนนี้เริ่มรู้สึกหวั่นไหวแล้ว (หัวเราะ) เราไม่คิดว่ามันจะเป็นไวรัลอะไรเลยจริงๆ คิดแค่ว่ามันดีหรือยังวะ แต่โอเค เราว่าที่มันเข้าถึงคนได้เยอะเพราะว่า ทุกคนแบบเข้าใจว่ามันคืออะไรด้วย


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine