ย้อนรอยความจับฉ่ายสุดเฮี้ยนของ ซิออน โซโนะ ผกก.สายคัลต์บ้าพลัง! กับหนังสยองสุดขีดคลั่งแสนมุ้งมิ้ง(?)ของเขา

Home / bioscope / ย้อนรอยความจับฉ่ายสุดเฮี้ยนของ ซิออน โซโนะ ผกก.สายคัลต์บ้าพลัง! กับหนังสยองสุดขีดคลั่งแสนมุ้งมิ้ง(?)ของเขา

Suicide Club (2001) หนังโหดชวนจิตตก ว่าด้วยนักเรียนหญิงมัธยมปลาย 54 คนที่พร้อมใจกันโดดลงรางรถไฟจนย้อมชานชาลาเป็นสีเลือด, Guilty of Romance (2011) ชีวิตชวนเหวอสุดขีดของนักสืบสาวที่ถูกเรียกตัวมาให้สืบคดีหญิงสาวที่ตายอย่างลึกลับในอพาร์ตเมนต์ร้าง, Himizu (2011) ดราม่าเล่าชีวิตพังทลายของคนหนุ่มสาวหลังภัยพิบัติ และ TAG (2015) หนังสุดขีดคลั่งที่มีนักเรียนสาวนุ่งสั้นเลือดท่วมตัว (!!) วิ่งหนีตายกันอลหม่านอยู่ในโลกพิลึกพิลั่น! ความสุดขีดของมันส่งให้หนังคว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยม, นักแสดงหญิงยอดเยี่ยมและ Special Mention ของสาย Cheval Noir จากเทศกาลหนังนานาชาติแฟนตาเซียมาครอง

ถ้าทั้งหมดนี้ยัง “จับฉ่าย” ไม่พอ เราขออธิบายเพิ่มว่า ซิออน โซโนะ ตาผู้กำกับบ้าพลังคนนี้ เป็นกวีมาก่อนด้วย! (และถ้ายังไม่พออีก เขายังเสนอเล่นคีย์บอร์ดประกอบเพลงในหนังตัวเองด้วย!)

จากกวีสู่ผู้กำกับ-นี่จับฉ่ายพอหรือยัง?

“ผมอยากเปลี่ยนถ้อยคำให้เป็นอะไรสักอย่างอยู่เสมอแหละ ในบทกวี เวลาคุณโกรธหรือเศร้า มันก็จะมีความแตกต่างอยู่ตอนคุณเขียนถ้อยอารมณ์ลงไปในบทกวีเพราะอารมณ์มันปรากฏอยู่ในลายมือของคุณ ไม่ใช่ตัวอักษรที่ถูกพิมพ์ออกมา” โซโนะอธิบาย “ผมอยากเก็บรักษาภาวะจิตใจเหมือนตอนเขียนบทกวีแบบนี้ไว้ เลยตั้งต้นถ่ายบทกวีของตัวเอง เช่น เขียนคำลงบนผนังแล้วถ่ายออกมา”

ก่อนหน้าจะมาเปรี้ยงใน Suicide Club โซโนะทำหนังมาหลากหลายแนวตั้งแต่หนังสั้นปี 1984 ไล่เรื่อยมาจนหนังยาวเรื่องแรก (A Man’s Flower Road, 1987) แล้วจึงตัดสินใจอยากหาสไตล์ของตัวเองด้วยการฟาดความดิบและคาวเลือดลงใน Suicide Club

สร้างสไตล์อีโรติกชวนแหวะแบบ Ero guro

“หนังญี่ปุ่นเรอะ ผมแทบไม่ชอบหนังญี่ปุ่นเลย ไม่เลย เพราะส่วนมากหนังพวกนี้เอาแต่เล่าเรื่องรักแบบดราม่า, เศร้าแบบดราม่า โคตรจะเพี้ยนเลย”

Suicide Club เหมือนจะเป็นการแจ้งเกิดหนังคลั่งแบบโซโนะ เมื่อมันเต็มไปด้วยสไตล์ Ero guro (งานที่เน้นความอีโรติกผสมความสยดสยองแบบเสื่อมๆ) ที่ช็อคคนดูตาตั้งกับบรรดาเด็กสาวผู้พร้อมใจกันทิ้งร่างลงบนรางรถไฟ หลายคนจับตาดูว่าหนังเรื่องต่อไปของเขาจะยังเล่นอยู่กับสไตล์แหวะอย่าง Ero guro อยู่ไหม-ซึ่งแน่นอนว่า ไม่!

ฉากสุดเหวอใน Tag
ดราม่าน้ำตาร่วงไปกับเราสิ

Guilty of Romance, Himizu หรือ The Land of Hope (2012) หนังลำดับต่อมาของโซโนะ เน้นพูดถึงชีวิตแสนบาดเจ็บของคนหนุ่มสาวในสังคมผุพัง จนเสมือนว่าแท้จริงแล้ว ดินแดนใดก็ดูจะไร้หวัง จนนักวิจารณ์หลายคนพากันบอกว่า หนังพวกนี้ของโซโนะคือหนังที่เล่าถึงความเสื่อมโทรมของสังคมญี่ปุ่น

แต่โซโนะก็ปฏิเสธ (แน่ะ!)

“ตอนเริ่มทำหนังพวกนี้ ผมไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด(ว่ามันจะสะท้อนสังคมหรือไม่) และไม่ได้เก็บมันมาเป็นภาระด้วย มันอาจจะเป็นตัวตนลึกๆ ของผมก็ได้มั้ง แต่ว่าตอนทำหนัง ผมไม่มานั่งคิดเลยว่าจะ ‘จับภาพสังคมญี่ปุ่นสิ สะท้อนปัญหาสังคมสิ’ ไม่มีอยู่ในใจเลยสักกะนิด”

แต่คนดูก็เริ่มจะเข้าใจแล้วว่าโซโนะนั้นคือผู้กำกับที่นิยมทำหนังดิบเลือดสาดจนเป็นสัญลักษณ์ประจำตัว แต่เดี๋ยวก่อน…

…ว่าแล้วก็หันมาทำหนังคอมเมดี้ขำขื่นกันดีกว่านะ (อ้าว)

ขณะที่คนดูอาจจะเริ่มติดภาพว่าอีตาผู้กำกับคนนี้ทำแต่หนังเหวอๆ เปื้อนเลือด แต่ใน Why Don’t You Play in Hell? (2013) และ Tokyo Tribe (2014) โซโนะก็หันมาทำหนังแอ็คชั่นตลกเถิดเทิงแบบโนแคร์โนสนว่าคนดูจะตามรสนิยมเขาทันหรือไม่

“ก็ไม่ยังไง ผมก็แค่อยากเปลี่ยนรูปแบบการเล่าเรื่องเท่านั้นเองอะ” โซโนะอธิบายหน้าตาเฉย “ไม่ต้องเป็นหนังที่มีประเด็นให้มาถกเถียงกันก็ได้ แต่เป็นหนังที่ทุกคนรู้สึกสนุกไปกับมันในฐานะสื่อบันเทิง ไอ้สองเรื่องนี่ผมทำตามใจตัวเองทั้งนั้น และเพื่อคนดูด้วยล่ะครับ” (แหม ปากหวาน)

“ผมไม่ค่อยสนใจหรอกว่าฟี้ดแบ็คที่ได้รับจะเป็นไง ไม่สนเลย ไม่อยากไขว้เขวไปกับคำพูดพวกนั้น คิดแต่แค่ว่า “กูอยากจะทำหนังที่กูอยากทำเท่านั้นแหละโว้ย หุบปากไป๊!”

TAG หนังสาวขาอ่อนสุดเปรี้ยงของโซโนะ-ที่มีทั้งความเหวอ แหวะ และตลกน่ารัก

หลังจากปล่อยให้คนดูได้หัวเราะเอิ๊กอ๊ากบันเทิงใจไปกับหนังคอมเมดีแล้ว เขาก็กลับมาทำ ‘Tag อวสาน…โมเอะ’ หนังสายแข็งที่ก้าวข้ามความเป็นหนังระทึกขวัญดาดๆ ที่กลายมาเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของชีวิตการทำงานของโซโนะ เพราะมันคือหมุดหมายในการกลับมาจับงานสยองสุดขีดคลั่ง-แถมยังกลับมาวิพากษ์วิจารณ์สังคมอีกต่างหาก

หนังเล่าถึง มิตซูโกะ เด็กสาวมัธยมปลายที่จู่ๆ พบว่าโรงเรียนและเพื่อนๆ ของเธอถูกจู่โจมด้วยสายลมมรณะ แถมพอตั้งท่าจะหนี เธอก็พบว่าเพื่อนๆ ที่ตายไปแล้วของเธอยังมีชีวิตอยู่ (!!) แต่ก็ถูกตามฆ่าด้วยฆาตกรปริศนาที่พกมาทั้งอาวุธหนักอาวุธเบา (!!!) จนสาวโมะเอะวัยใสเหล่านี้ต้องตั้งต้นหนีตายกันแบบไม่พักหายใจ!

Tag ยังคงความเป็นหนังชวนเหวอได้ยอดเยี่ยม เมื่อมันประกอบไปด้วย เด็กสาวมัธยมปลายหน้าตาน่ารัก-กับชุดนักเรียนแขนยาวที่ห่อไปถึงปลายนิ้ว (><) กระโปรงสั้นจู๋ (><) และถุงเท้ายาวย่นๆ (><)-ครูสาวผู้ล่านักเรียนด้วยปืนกล! (ในข้อหาโดดเรียน!!), กางเกงในเด็กสาวหลายต่อหลายฉาก, เจ้าบ่าวหน้าหมู, เลือดกับอวัยวะที่กระจุยกระจายตลอด 85 นาทีของหนัง (กรี๊ด!)

แน่นอนว่านอกจากคนดูจะชื่นอกชื่นใจไปกับสาวน้อย (ที่หนีตาย) แล้ว ยังอาจได้เห็นลายเส้นการกำกับของโซโนะที่ปรากฏชัดในทุกนาที ทั้งความสุดขีดคลั่งของหนัง, ตลกร้าย และการเสียดสีเพศสภาพของผู้หญิงในสังคมปัจจุบัน

จนในที่สุด เราก็อาจจะพูดได้ว่า ในความ “จับฉ่าย” อันหมายถึง “หลากหลาย” ของโซโนะนั้น มันคือความเป็นมืออาชีพที่จริงใจและซื่อสัตย์ต่องานของตัวเองอย่างที่สุด พิสูจน์จากการที่เขาไม่เคยห่างหายจากการทำหนังเลยแม้แต่ปีเดียว นับจากปี 1997 ที่เขาเริ่มเดินทางสายผู้กำกับอย่างเต็มตัว

“ผมมองหนังเหมือนเพลงน่ะ อัลบั้มหนึ่งมี 12 เพลงใช่ไหม หนังก็ควรเป็นอย่างนั้น ปีหนึ่งมันควรมีสัก 12 เรื่อง และแม้อัลบั้มหนึ่งจะมีทั้งเพลงที่ดี เพลงที่แย่ แต่ผมว่าถ้าทำออกมามากๆ มันก็จะมีเพลงทีดีเองแหละ-และก็นะ ผมว่าหนังก็ควรเป็นอย่างนั้นเช่นกัน”

 

มาดูความโมะเอะของสาวญี่ปุ่นว่ามันจะมีจุดอวสานท่ามกลางกองเลือดอย่างไรใน BIOSCOPE Theatre : กรกฎาคม
วันเสาร์ที่ 15 ก.ค.
Tag ‘อวสาน…โมเอะ’

ชมสดพร้อมกัน ฟรี!! ทุกวันเสาร์ 2 ช่วงเวลา
13.00 น. และ 22.00 น.

ที่ movie.mthai.com/bioscopetheatre