Sing Street : ท่องโลกดนตรียุค 80’s และความฝันในวัยเยาว์ (BIOSCOPE Theatre)

Home / bioscope / Sing Street : ท่องโลกดนตรียุค 80’s และความฝันในวัยเยาว์ (BIOSCOPE Theatre)

Sing Street ถือเป็นครั้งแรกที่ จอห์น คาร์นีย์ (Once และ Begin Again) ได้ร่วมงานกับเด็กๆ โดยกว่าจะได้มาเป็นวอลช์-พีโล, มาร์ค แม็คเคนนา มารับบท เอมอน คู่หูของคอนเนอร์ผู้เล่นเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด หรือเด็กหนุ่มคนอื่นๆ ในวงคาร์นีย์ต้องเปิดให้เด็กวัยรุ่นทั่วไปจำนวนมากมาออดิชั่นด้วย เหตุผลว่าเขาไม่ต้องการ ‘นักแสดงเด็ก’ “นักแสดงเด็กมีท่าทีบางอย่างในการแสดงของพวกเขา ผมไม่อยากให้หนังออกมาเป็นแบบนั้น ผมอยากให้คนดูรู้สึกว่าเด็กพวกนี้มาทำอะไรร่วมกันจริงๆ ผมไม่อยากให้หนังหรือเพลงออกมาเนี้ยบ ผมอยากให้หนังเป็นเหมือนไดอารี่ของการมาทำวงดนตรีกัน”

คุณลักษณะสำคัญของเด็กๆ ที่จะชนะใจคาร์นีย์จึงเป็นบุคลิกหรืออุปนิสัยของพวกเขาเองล้วนๆ (บวกกับความ สามารถทางดนตรีอีกนิดๆ หน่อยๆ) ก่อนที่คาร์นีย์จะเอามาเกลี่ยให้คาแร็กเตอร์ไหลลื่นไปตามตัวตนจริงๆ ของพวกเขา “หนังเกือบจะเล่าเรื่องของเขา (วอลช์-พีโล) อยู่แล้วนะ มันเล่าเรื่องของตัวผมเองน้อยลงไปอีก เพราะตัวผมไม่ได้มีความมั่นใจในแบบที่เขามี พอคาสต์เฟอร์เดียมาเป็น คอนเนอร์ มุมมองที่หนังเคยมีต่อเรื่องราวในชีวิตจริงของผมก็เปลี่ยนไปในทันที”

โดยในช่วงประกาศสร้างใหม่ๆ Bono กับ The Edge แห่ง U2 ตั้งใจจะมาช่วยแต่งเพลงให้คาร์นีย์แต่ต้องถอนตัวไปเพราะตารางว่างไม่ตรงกัน อย่างไรก็ดีคาร์นีย์ชี้ว่าทั้งคู่มีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในช่วงพัฒนาโปรเจ็กต์ โดยเฉพาะการแชร์ไอเดียและเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรีในยุค 80 และเมื่อได้ดูหนัง Bono ถึงกับเขียนชื่นชมใหญ่โต (และชวนหมั่นไส้สุดๆ) ในเว็บไซต์ตัวเองว่า “บอกตรงๆ เลยว่าหนังส่วนใหญ่ที่คุณจะได้ดูในปีนี้ไม่มีเรื่องไหนเทียบ Sing Street ได้ติด!”

โดย Sing Street มีฉากหลังเป็นดับลินปี 1985 ติดตามเรื่องราวของเด็กหนุ่มวัย 14 นาม คอนเนอร์ (เฟอร์เดีย วอลช์-พีโล) ที่ถูกปัญหารุมเร้าจากทุกทางเมื่อต้องย้ายจากโรงเรียนชั้นดีไปเข้าสถาบันคาทอลิกสุดเคร่งครัด (แห่งเดียวกับที่คาร์นีย์เคยเรียน) ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงทางการเงินของครอบครัวและชีวิตรักที่จะพังแหล่มิพังแหล่ของพ่อแม่ เมื่อคอนเนอร์ตกหลุมรักอย่างจังกับสาวมั่นที่ฝันอยากเป็นนางแบบอย่าง ราฟีนา (ลูซี บอยน์ตัน) และหวังมัดใจเธอ ด้วยการยื่นข้อเสนอให้มาแสดงในมิวสิกวิดีโอให้วงของเขา…ทั้งๆ ตัวเองไม่ได้มีวงดนตรี (!) เขาจึงชักชวนเพื่อนใหม่มาร่วมกันเล่นดนตรีภายใต้ชื่อวง Sing Street

การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมดนตรี เคยถูกหยิบเอามาเล่าไปแล้วใน Begin Again ที่ความสามารถจริงๆ ของนักดนตรีดูจะลดความสำคัญลง รวมถึงเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทกับวงการเพลงมากขึ้น… Sing Street พาเราไปชมกระแสตื่นเต้นฮือฮาที่ผู้คนในยุค 80 มีต่อการมาถึงของ ‘มิวสิกวิดีโอ’ ที่เปลี่ยนวัฒนธรรมการบริโภคดนตรีไปโดยสิ้นเชิง (หนึ่งในฉากฮาของหนัง คือฉากที่คอนเนอร์กับพี่ชายนั่งชื่นชม MV เพลง Rio ของ Duran Duran แต่ตัวพ่อกลับพร่ำว่าถึงจุดจบของวงการดนตรีแล้วที่ศิลปินหันมาถ่าย MV แทนที่จะแสดงสดผ่านรายการทีวี) คาร์นีย์เล่าย้อนถึงช่วงเวลานั้นว่า “มันให้ความรู้สึกแรงกล้าเหมือนว่ามนุษย์ต่างดาวเข้ามายึดโทรทัศน์แล้วฉายภาพเหล่านี้ที่เป็นเหมือนหนังเล็กๆ ยาว 3 นาทีกว่าๆ ให้เรารู้สึกเหมือนได้หลบหนีไปจากโลกแห่งความเป็นจริง” (ซึ่งความชื่น ชอบนี้ของคาร์นีย์ทำให้เขาได้ลองทำมิวสิกวิดีโอด้วยตนเองในภายหลัง ก่อนจะพัฒนามาเป็นความหลงใหลในศาสตร์ของการกำกับจนเขาตัดสินใจลาออกจากวงดนตรีแล้วหันมาเอาดีด้านนี้เต็มตัวในปี 1993)

ใน Sing Street คาร์นีย์ก็เล่นสนุกอย่างเต็มที่กับความชื่นชอบของคอนเนอร์ในการถ่ายมิวสิกวิดีโอ รวมไปถึงแฟชั่น การแต่งตัวสุดจัดจ้านของวัยรุ่นในยุคนั้นที่ได้อิทธิพลมาจากศิลปิน (ที่เห็นผ่าน มิวสิกวิดีโอ) หนึ่งในฉากขายของหนังที่เป็นภาพตัดสลับของคอนเนอร์ (ภายหลัง เขาใช้ชื่อบนเวทีว่า ‘คอสโม’) กับสมาชิกวงที่เดินออกจากโรงเรียนในเครื่องแต่งกายและทรงผมหลากสไตล์ที่สับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นั้นไม่เพียงสะท้อนความหลากหลาย (และรวดเร็ว) ของวัฒนธรรมป๊อปยุค 80 แต่ยังสะท้อนถึงศิลปินต่างๆ ที่พวกเขาชื่นชอบกันในแต่ละช่วงด้วย

ชม Sing Street

เสาร์ที่ 5 ส.ค.
2 ช่วงเวลา 13.00 น. และ 22.00 น.