เหล่า AI ในโลกภาพยนตร์: รวมบรรดาปัญญาประดิษฐ์แสนล้ำสมัยในประวัติศาสตร์หนังโลก

Home / bioscope / เหล่า AI ในโลกภาพยนตร์: รวมบรรดาปัญญาประดิษฐ์แสนล้ำสมัยในประวัติศาสตร์หนังโลก

เร็วๆ นี้เกิดเหตุการณ์ชวนช็อคขึ้นเมื่อปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) สองตัวที่ถูกพัฒนาโดยเฟซบุ๊คอย่าง บ็อบ กับ อลิซ เริ่มต้นประดิษฐ์หลักไวยากรณ์และภาษาขึ้นมาที่มนุษย์ไม่เข้าใจเพื่อพูดคุยโต้ตอบกันเอง นำมาสู่การปิดระบบอย่างฉุกเฉินของเฟซบุ๊คเพื่อหาทางแก้ไข ‘ความฉลาด’ ของพวกมัน

นี่อาจไม่ใช่เหตุการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับเรื่องราวในโลกภาพยนตร์ เมื่อก่อนหน้านี้ AI คือตัวละครและองค์ประกอบหลักๆ ที่คนทำหนังเห็นว่ามันขยับขยายสร้างเป็นพล็อตล้ำยุคสนองจินตนาการได้ ไม่ว่าจะเล่าถึงมันในฐานะที่เป็นเพื่อนคู่คิด ไปจนถึงระแวดระวังเห็นหายนะที่มาจากมันสมองอันล้ำเลิศของมัน

และนี่คือเหล่าบรรดาปัญญาประดิษฐ์ในโลกภาพยนตร์-ที่เป็นหมุดหมายสำคัญให้เห็นถึงจินตนาการสุดล้ำของคนทำหนังแต่ละยุค

Metropolis (1927, ฟริตซ์ แลง)

ไม่เสียแรงที่หนังถูกยกย่องว่าเป็นหนังไซ-ไฟ วิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดแห่งยุคสมัย เมื่อมันแสนจะมาก่อนกาลทั้งพล็อต ทั้งแนวคิด โลกอนาคตอันเต็มไปด้วยความศิวิไลซ์ที่บอกเล่าผ่านลัทธิศิลปะแบบเอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ ด้วยโทนภาพเงามืดและงานดีไซน์อันโจ่งแจ้งตัดกับความเป็นจริง

และในโลกอนาคตนี่เอง ที่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะกันสุดขีดจนการพบรักกันข้ามชนชั้นนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ นำมาสู่การสร้าง “มาเรีย” หุ่นยนต์ที่ถือกำเนิดขึ้นด้วยความล้ำสุดขีดจนต้องอ้าปากค้าง เมื่อเธอก่อกำเนิดจากโลหะและไฟฟ้า กลายมาเป็นหุ่นยนต์ในร่างเสมือนของหญิงสาวชนชั้นล่างที่ลูกชายผู้ร่ำรวยของชนชั้นบนตกหลุมรัก

ที่สำคัญ แม่หุ่นมาเรียยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการออกแบบหุ่น C3PO จาก Star Wars (1977, จอร์จ ลูคัส) อีกด้วย

 

2001: A Space Odyssey (1968, สแตนลีย์ คูบริค)

หนังไซ-ไฟ เจ้าของรางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ ที่ถือเป็นหนังเรื่องแรกๆ ในการ ‘เบิกเนตร’ ผู้ชมสู่สิ่งที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ เมื่อมันเล่าถึงการเดินทางสู่ดาวพฤหัสของเหล่ามนุษย์อวกาศ โดยมีคอมพิวเตอร์ที่พูดคุยตอบโต้ได้อย่าง HAL 9000 (ให้เสียงโดย ดักลาส เรน) เป็นผู้ควบคุมยาน และขณะที่เหล่ามนุษย์กำลังอิ่มเอมกับการเดินทางไปสู่อวกาศอยู่นั้น เจ้า HAL 9000 ก็เริ่มที่จะคิดเป็น และที่เลวร้ายคือ มันคิดไม่เหมือนมนุษย์ผู้โดยสารอยู่บนยานแล้วโดยสิ้นเชิง

หนังไม่เพียงแต่ล้ำสมัยด้วยพล็อต, งานสร้างหรือนัยยะที่แฝงมากับเรื่อง แต่มันยังเป็นก้าวย่างแรกๆ ของหนังที่มีปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวละครหลักตัวหนึ่งในเรื่อง และมีความสัมพันธ์โต้ตอบกับมนุษย์ในลักษณะที่ไม่ใช่รับใช้เพียงอย่างเดียว แต่มันยังคิดได้ถึงขั้นมีความสามารถที่จะ ‘ขบถ’ ต่อเหล่าผู้สร้างได้อีกด้วย!

ไม่เพียงเท่านั้น คุณูประการหนึ่งที่หนังฝากไว้คือ มันทำให้ HAL 9000 กลายเป็นตัวละครที่ดูมีอยู่จริงตามหลักวิทยาศาสตร์ด้วยหน้าตาเรียบง่าย กับระบบกล้องอ่านริมฝีปากคู่สนทนา จนเหล่าตัวละครโรบ็อตจากเรื่องอื่นๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากปี 1968 มีหน้าตาคล้ายๆ HAL เกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะดวงตาสีแดงของหุ่นยนต์คนเหล็กใน The Terminator (1984, เจมส์ แคเมอรอน) หรือ RoboCop (1987, โจเซ พาดิลา)

 

Colossus: The Forbin Project (1970, โจเซฟ ซาร์เจนต์)

สถานการณ์ที่ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก และทีมงานเฟซบุ๊คต้องเผชิญขณะนี้ น่าจะใกล้เคียงกับเรื่องราวในหนังไซ-ไฟ ธริลเลอร์จากยุค 70 อย่าง Colossus: The Forbin Project สุดๆ เพราะมันว่าด้วย AI เจ้าปัญญาสองตัวที่สร้างภาษาส่วนตัวขึ้นมาสื่อสารกันโดยที่มนุษย์ไม่อาจเข้าใจได้!

ในยุคสงครามเย็น เมื่ออเมริกาสร้างปัญญาประดิษฐ์ชื่อ โคลอสซัส เพื่อเป็นอาวุธลับในการหยุดยั้งระเบิดนิวเคลียร์ ขณะที่ฝั่งโซเวียตเองก็มี การ์เดียน – AI ที่สร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์เดียวกันแบบไม่ยอมน้อยหน้า ในเวลาต่อมานั่นเองที่ทั้งโคลอสซัสและการ์เดียนเริ่มสร้างภาษาขึ้นมาใหม่และคิดแผนการลับๆ ขึ้นมาเป็นของตัวเอง นั่นคือการสร้างโลกที่มีแต่ประชากรคุณภาพ!

มองย้อนกลับไปแล้ว มันอาจไม่ใช่หนังเรื่องแรกที่เล่าถึงการ ‘ขบถ’ ของเหล่าปัญญาประดิษฐ์ แต่มันคือหนังที่ชี้ให้เห็นว่า ในอนาคต เป็นไปได้ที่เหล่าหุ่นยนต์เหล่านี้จะเห็นจุดอ่อนทางด้านอารมณ์ของมนุษย์ ทั้งการรบราฆ่าฟัน สงครามที่เกิดขึ้นเพราะความโลภและอยากเอาชนะ จนนำมาสู่การสร้างแผนการลับๆ เพื่อปฏิวัติเหล่ามนุษย์โดยสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมานี่เอง

 

Blade Runner (1982, ริดลีย์ สก็อตต์)

หนังฟิล์มนัวร์ที่สร้างจากวรรณกรรมของ ฟิลิป เค ดิค เรื่อง ‘Do Androids Dream of Electric Sheep?’ เล่าถึงโลกดิสโทเปียในมหานครลอสแอนเจลิส ที่มนุษย์มีทาสรับใช้เป็นกลุ่มหุ่นยนต์ที่ถูกตัดแต่งจนมีรูปร่างหน้าตาเหมือนผู้คนทั่วไป ทั้งยังถูกปลูกฝังความทรงจำเทียมด้วยเพื่อให้พวกมันเชื่อว่ามันเป็นมนุษย์ รวมถึงมีความรู้สึกทุกอย่าง และหากมันมีความต้องการจะหลบหนีนายทาส ก็จะถูกตามล่าโดยเหล่ามือสังหารหรือ Blade Runner

ความล้ำของหนังนั้นไม่เพียงแต่อยู่ที่การออกแบบเทคโนโลยีในโลกอนาคตผ่านคัตเอาต์ขนาดยักษ์ที่แสดงภาพเคลื่อนไหว, โทรศัพท์ที่แสดงให้เห็นใบหน้าของคู่สนทนา แต่ยังอยู่ในความหม่นหมองของสังคมลอสแอนเจลิสที่แออัดด้วยผู้คนแสนหดหู่และมลพิษ ทั้งมันยังเล่าถึงความสัมพันธ์ของ AI ที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่ใช่มนุษย์ด้วยการถูกทำให้เป็นทาส-ด้วยสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่ามนุษย์นั่นเอง

ไม่แปลกที่หนังจะชวนเหวอสำหรับคนดูยุค 1982 เพราะหน้าหนังชวนให้นึกถึงฉากไล่ล่าสืบสวนยิงถล่มกันทั่วเมือง แต่เอาเข้าจริงกลับกลายเป็นหนังที่ตั้งคำถามต่อการดำรงอยู่และความตายของสิ่งมีชีวิตอย่างเฉียบคายและล้ำลึกที่สุดเรื่องหนึ่งในโลกภาพยนตร์

 

Artificial Intelligence: AI (2001, สตีเวน สปีลเบิร์ก)

เดวิด (ฮาลีย์ โจเอล ออสเมนต์) AI ตัวน้อยที่เชื่อว่าหากตัวเขากลายเป็นมนุษย์ได้จริงๆ ตามคำสอนของนิทาน แม่ผู้เป็นมนุษย์ก็จะรักเขามากขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของเดวิดไปสู่ปลายทางอันแสนซาบซึ้งเรียกน้ำตา

ก่อนหน้านี้ พล็อตหนังเคยตกอยู่ในมือของสแตนลีย์ คูบริค ที่เชื่อว่าตัวละครอย่างเดวิดจำเป็นต้องถูกสร้างโดยคอมพิวเตอร์กราฟิก (ทั้งยังมั่นใจว่าไม่มีนักแสดงเด็กคนไหนแสดงบทนี้ได้) จึงยังไม่มีการสร้างหนังขึ้นมาเพราะเทคโนโลยียังไม่เอื้อ กระทั่งคูบริคส่งไม้ต่อให้สปีลเบิร์กกำกับแทนในปี 1995-ซึ่งน่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตลงเสียก่อนในปี 1999 จึงยังไม่ทันได้เห็น AI เวอร์ชั่นที่สปีลเบิร์กกำกับ

Artificial Intelligence เป็นหนังฟอร์มยักษ์เรื่องแรกๆ ที่เล่าถึงปัญญาประดิษฐ์ที่มีตัวตนและรูปร่างแบบมนุษย์ ทั้งยังเลือกที่จะเล่ามันในแง่มุมที่ AI มีความสัมพันธ์ต่อผู้คนทั้งในฐานะคนในครอบครัว ไปจนถึงถูกปฏิบัติในฐานะสิ่งของ

ไม่เพียงแต่หนังจะกวาดคำชมมากมาย ทั้งการกำกับอันแสนละเอียดของสปีลเบิร์ก, การแสดงของออสเมนต์ แต่ยังรวมถึงด้านเทคนิคพิเศษที่ส่งมันเข้าชิงในเวทีออสการ์ปีนั้นทีเดียว นอกจากนี้ หนังยังทำเงินในระดับปรากฏการณ์ไปถึง 235 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 90 ล้านเหรียญฯ

 

I, Robot (2004, อเล็กซ์ โพรยาส)

หนังสร้างจากเรื่องสั้นชื่อเดียวกันของ ไอแซ็ก อาซิมอฟ เล่าถึงโลกอนาคตที่คนอยู่ร่วมกับหุ่นยนต์อย่างสันติสุข โดยที่หุ่นยนต์อยู่ในฐานะผู้รับใช้และผลัดเปลี่ยนรุ่นใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยมีกฎพื้นฐานสามข้อคือ

1.) หุ่นยนต์ต้องไม่ทำร้ายมนุษย์หรือนิ่งเฉยจนมนุษย์ตกอยู่ในอันตราย

2.) หุ่นยนต์ต้องทำตามคำสั่งที่ได้รับจากมนุษย์ เว้นแต่คำสั่งนั้นๆ ขัดแย้งกับกฎข้อแรก

3.) หุ่นยนต์มีสิทธิปกป้องสถานะความเป็นอยู่ของตนไว้ ตราบเท่าที่การกระทำนั้นไม่ขัดกับกฎข้อแรกหรือข้อสอง

แต่นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างหุ่นยนต์กลับถูกพบว่าเสียชีวิตโดยตกจากตึกสูง 50 ชั้น นำมาสู่ข้อสันนิษฐานว่า ซันนี หุ่นยนต์ที่อ้างว่าเขาฝันได้ อาจอยู่เบื้องหลังการตายนั้น

หนังใช้กฎสามข้อที่อาซิมอฟตั้งขึ้นเพื่อใช้ในวรรณกรรมวิทยาศาสตร์ของเขาอย่างมีชาญฉลาด เพราะไม่เพียงแต่มันจะทำให้หนังเปลี่ยนท่าทีจากหนังไซ-ไฟล้ำยุค เป็นหนังธริลเลอร์สืบสวนเต็มตัว มันยังทำให้เห็นด้านที่แสนจะเป็นมนุษย์อันน่าเศร้าของเหล่าหุ่นยนต์อีกด้วย เมื่อหากเลือกได้ มันอาจเลือกที่จะไม่ต้องเจ็บปวดไม่ต้องมีความฝัน และกลับไปเป็นหุ่นยนต์รับใช้ไร้ความรู้สึกตามเดิม

 

Her (2013, สไปก์ จอนซ์)

ปัญญาประดิษฐ์สาวผู้ปรากฏมาให้ได้ยินแค่เสียงเท่านั้น และเป็นเพื่อนคุยให้หนุ่มผู้โดดเดี่ยวในมหานครใหญ่ได้คลายเหงาลงไปบ้างหลังชีวิตคู่พังทลายลง

พล็อตหนังสุดล้ำจากเจ้าพ่อหนังเด็กแนวอย่างจอนซ์ ไม่เพียงแต่ออกแบบให้ AI ดูล้ำยุคสุดๆ ด้วยการโต้ตอบแค่เสียง (ที่ก็เซ็กซี่เหลือเกินเพราะเป็นเสียงของ สการ์เล็ตต์ โจแฮนส์สัน) แถมยังมีอารมณ์ขัน ยิงมุกตลกได้ไม่อั้น และเหนือชั้นสุดๆ ด้วยการมีเซ็กซ์ด้วยเสียง!

Her ไม่ได้พูดถึงปัญญาประดิษฐ์ในมุมว่ามันคุกคามหรือเป็นทาสรับใช้มนุษย์ ตรงกันข้าม มันถูกบอกเล่าในฐานะเพื่อนคู่คิดของคนเรา เป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษาและเลขาส่วนตัว และมุ่งชี้ให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว มนุษย์อย่างเรานั้นโดดเดี่ยวเพียงใดในโลกอันกว้างใหญ่นี้

 

Ex Machina (2014, อเล็กซ์ การ์แลนด์)

คาเล็บ (ดอมเนลล์ กลีสัน) โปรแกรมเมอร์หนุ่มได้รับมอบหมายให้ไปสนทนากับหุ่นยนต์สาวชื่อ เอวา (อลิเซีย วิกันเดอร์) เพื่อดูว่าหุ่นยนต์ AI เหล่านี้มีความรู้สึกใกล้เคียงกับมนุษย์มากน้อยแค่ไหน หรือความคิดพัฒนาไปไกลเกินกว่าที่ตั้งโปรแกรมไว้หรือยัง

ในยุคที่สังคมเรากำลังตื่้นตัวและรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศ Ex Machina ก็เป็นอีกเรื่องที่บอกเรื่องนี้ผ่านความเป็นหนังไซ-ไฟ เมื่อหุ่น AI ถูกสร้างมาให้เป็นเพศหญิงเพื่อเข้ารับการทดสอบจากเพศชายที่มีฐานะเป็นผู้สร้าง ขณะที่เพศหญิงถูกกำหนดให้เป็นเพียงหุ่นยนต์ที่ตั้งโปรแกรมมาแล้วเท่านั้น ไม่มีสิทธิคิดหรือออกความเห็นได้เกินกว่าระบบที่ตั้งไว้ ไม่ว่ามันจะถูกสร้างมาให้เหมือนมนุษย์มากเพียงใดก็ตาม


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine