‘การทำให้คนดูรู้สึกกลัวคืองานของเรา’ 4 เคล็ดลับการกำกับหนังธริลเลอร์แบบ เดวิด ฟินเชอร์!

Home / bioscope / ‘การทำให้คนดูรู้สึกกลัวคืองานของเรา’ 4 เคล็ดลับการกำกับหนังธริลเลอร์แบบ เดวิด ฟินเชอร์!
David Fincher

“The first rule of Fight Club is: You do not talk about Fight Club.”

“What’s in the Box?”

ไม่แปลกถ้าเราจะยกให้ เดวิด ฟินเชอร์ คือหนึ่งในผู้กำกับที่เล่าหนังธริลเลอร์ได้เก่งกาจที่สุดคนหนึ่ง ทั้งจาก Fight Club (1999), Se7en (1995), Zodiac (2007), Gone Girl (2014) ที่สั่นประสาทคนดูด้วยความลึกลับและตัวละครแสนคุกคาม หรือซีรีส์จากเน็ตฟลิกซ์ที่เขากำกับอย่าง Mindhunter

และถ้าถามว่า หลักการสำคัญในการทำหนังธริลเลอร์สไตล์ฟินเชอร์คืออะไร ผู้กำกับดังก็ตอบอย่างมั่นใจว่า “คุณก็ต้องทำให้คนดูอึดอัดใจไปเรื่อยๆ นี่เป็นเรื่องที่ต้องทำในหนังอยู่แล้ว”

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าหนังมันควรจะบันเทิงแค่ไหน สำหรับผมแล้ว ผมสนใจหนังที่สร้างปมให้เรามากกว่า อย่างที่ผมชอบ Jaws (1975, สตีเวน สปีลเบิร์ก) ที่ทำให้ผมกลัวจนไม่ลงไปว่ายน้ำในทะเลอีกเลยนั่นแหละ”

และจากนี้ คือ 4 เคล็ดลับการกำกับหนังธริลเลอร์ในสไตล์ของ เดวิด ฟินเชอร์!

ถ่ายซ้ำจนกว่าจะสาแก่ใจ!

ฟินเชอร์ขึ้นเรื่องความเข้มงวดในการถ่ายทำมาก หนังเกือบทุกเรื่องของเขาแม้จะถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยไปแล้วแต่นักแสดงและทีมงานก็ยังถูกเรียกตัวมาให้ถ่ายทำซ้ำอยู่เป็นประจำ

ใน Fight Club ฟินเชอร์ใช้กล้องสองตัวในการถ่ายทำฉากเล็กๆ น้อยๆ แต่ละฉาก แต่ที่โหดที่สุดคือฉากเรียบๆ อย่างฉากที่ ไทเลอร์ เดอร์เดน (แบรด พิตต์) คุยกับ เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ในบาร์หลังอพาร์ตเม้นต์ระเบิด

ไม่เพียงแต่ฟินเชอร์จะใช้กล้องสองตัวถ่ายทำฉากนี้ แต่ยังถ่ายไปทั้งสิ้น 38 เทค! ยังไม่นับว่าในฉากถ่ายเจาะนักแสดงเดี่ยวๆ ฟินเชอร์ยังกระตุ้นให้นักแสดงอิมโพรไวซ์สิ่งใหม่ๆ เข้าฉากด้วย โดยเฉพาะฉากที่ไทเลอร์พล่ามยาวถึงแนวคิดที่แทบจะเรียกได้ว่าฟินเชอร์ปล่อยให้พิตต์ด้นสดเกือบทุกประโยค

ใช้สีที่เหมาะกับเรื่อง

หนังของฟินเชอร์ส่วนมากใช้สีพื้นไม่กี่สีกับสีดำเป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งไม่ใช่สีแบบอะไรก็ได้เพราะเมื่อมันอยู่ในหนังของฟินเชอร์ มันย่อมเป็นสีที่เขาเลือกและเหมาะกับธีมของหนังแล้วเท่านั้น!

อย่างที่เราจะเห็นได้จาก Fight Club ที่สีหลักคือสีเขียวกับสีน้ำเงินเพื่อสื่อถึงรอยฟกช้ำบนเนื้อตัวหลังร่างกายถูกปะทะ และ Zodiac ที่สีเหลืองใช้ในช่วงเวลากลางวันชวนอุ่นใจเมื่อฆาตกรยังไม่ลงมือ ตัดสลับกับสีดำของยามค่ำคืนที่ฆาตกรออกล่าเหยื่อได้อย่างน่าขนลุก

เล่นกับเงาให้เป็น

ผู้ร้ายในหนังธริลเลอร์ของฟินเชอร์นั้นส่วนใหญ่ปรากฏตัวตั้งแต่ช่วงแรกของเรื่องและถูกเงาดำบังไปครึ่งตัวจนมองไม่ออกว่าเป็นใคร และนั่นเองที่ทำให้คนดูประสาทเสียซะเหลือเกิน เงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้เทคนิคนี้ประสบความสำเร็จคือต้องรู้จักเล่นกับแสงเงาได้เป็นอย่างดี

เราจึงได้เห็นผู้ร้ายปรากฎตัวเข้าฉากตั้งแต่นาทีแรกๆ ของเรื่อง ไม่ว่าจะใน Zodiac หรือ Se7en-ซึ่งมาเหนือด้วยการโผล่มาให้เห็นเป็นเงาดำผ่านเงาสะท้อนจากแอ่งน้ำบนถนน-ซึ่งเทคนิคนี้นี่เองที่ไม่เพียงแต่ทำให้คนดูหายใจไม่ทั่วท้อง แต่มันยังสะท้อนถึงภาวะจิตใจอันดำมืดและอ่านไม่ออกของตัวละครดังกล่าวด้วย

แทรกภาพนิ่งเข้ามา

เพื่อจะขับความน่าสะพรึงและความน่าขนลุก การใส่ปมปัญหาให้คนดูรู้สึกถูกคุกคามหรือไม่ปลอดภัยนั้นเป็นหนึ่งในวิธีการเล่าเรื่องแบบฟินเชอร์ และการใส่ภาพ Single framed-ซึ่งโผล่มาให้เห็นเพียงแวบเดียวในแต่ละฉากนั้น-ก็ถือเป็นเทคนิคที่เขาใช้เสมอเพื่อรบกวนคนดู

หลายคนอาจรู้แล้วว่าหนังขึ้นชื่อของฟินเชอร์อย่าง Fight club นั้นเพียบไปด้วย Single framed ที่ถูกแทรกเข้ามาระหว่างฉากเพื่อเล่าเรื่อง (และเป็นปมให้คนดูได้ปวดประสาท) โดยเฉพาะการปรากฏตัวของไทเลอร์ เดอร์เดนที่วูบวาบตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง

แต่ที่หลายคนยังไม่รู้คือ ฟินเชอร์ใช้เทคนิคนี้ใน Se7en ด้วยเพื่อบอกเล่าโศกนาฏกรรมของนักสืบหนุ่มและเป็นคำตอบของประโยคคำถาม “What’s in the Box?” อันโด่งดัง


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine