จาก Forrest Gump ถึง Taxi Driver เข้าใจความรุนแรงของสงครามเวียดนามผ่านโลกภาพยนตร์

Home / bioscope / จาก Forrest Gump ถึง Taxi Driver เข้าใจความรุนแรงของสงครามเวียดนามผ่านโลกภาพยนตร์

สงครามเวียดนามนับเป็นการรบครั้งใหญ่ระหว่างอเมริกาและเวียดนาม ที่เป็นชนวนให้เกิดสโลกแกน ‘Make love not war’ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการเกิดสงครามในยุคบุปผาชน

และการที่มันเป็นหนึ่งในสงครามครั้งใหญ่ของโลก จึงมีภาพยนตร์จำนวนมากที่เล่าสะท้อนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสงคราม ทั้ง…

Forrest Gump (1994, โรเบิร์ต เซเม็กคิส) ที่คว้ารางวัลออสการ์ไปถึง 6 สาขา ทั้งหนังแห่งปี, นำชายยอดเยี่ยม รวมถึงผู้กำกับยอดเยี่ยม เล่าถึงชายหนุ่มที่มีไอคิวเพียง 75 ชื่อ ฟอร์เรส กัมป์ กับชีวิตที่ปล่อยไหลไปตามกระแสธารของชะตากรรม รวมถึงการจับพลัดจับผลูไปร่วมสงครามเวียดนามด้วย

ในหนัง สงครามเวียดนามที่กัมป์ต้องเจอนั้นทำให้เขาเสียเพื่อน และตัวผู้บัญชาการเองเสียขาไปสองข้างและเกือบตั้งหลักชีวิตไม่ได้ หนังอย่าง Apocalypse Now (1979, ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา) กลับเล่าถึงฉากสงครามด้วยท่าทีดุเดือดกว่ามาก ทั้งยังเผยให้เห็นถึงชีวิตประชาชนเวียดนามที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเหตุการณ์ครั้งนี้

ขณะที่เวียดนามเองบันทึกประวัติศาสตร์ความรุนแรงของสงครามไว้ในโลกภาพยนตร์ไม่น้อยเช่นกัน ทั้ง Vĩ tuyến 17 ngày và đêm (1972, ไห่ นิง) ชีวิตชาวเวียดนามที่ต้องเผชิญกับการแบ่งประเทศออกเป็นเหนือและใต้อย่างน่าสลด, The Abandoned Field: Free Fire Zone (1979, เหงียน ฮง เซน) หนังขาวดำสุดคลาสสิกที่เล่าตัดสลับระหว่างการกราดยิงของทหารอเมริกันกับชีวิตชาวบ้านที่ต้องตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว หนังคว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังนานาชาติมอสโกวในปี 1981

และสงครามเวียดนาม นับเป็นสงครามใหญ่ที่กัดกินชีวิตจิตวิญญาณทหารมากที่สุดครั้งหนึ่ง มีรายงานทหารผ่านศึกที่กลับมาจากสงครามนั้น นอกจากจะพิการแล้วยังต้องเข้ารับการบำบัดทางจิตใจอย่างหนัก เนื่องจากความเครียดเขม็งที่เผชิญมาตลอดระยะเวลาการต่อสู้

แม้จะมีการพยายามเยียวยาจิตใจของกองทัพระหว่างสงคราม อย่างใน The Sapphires (2012, เวย์น แบลร์) ที่เล่าถึงสี่สาวชาวอะบอริจินที่ไปร้องเพลงโซลขับกล่อมทหารอเมริกันในสงคราม แต่ทหารส่วนมากก็ยังซึมเศร้าและบาดเจ็บทางใจจากสงครามอยู่ดี

The Deer Hunter (1978, ไมเคิล ชิมิโน) หนังยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ เล่าถึงสภาพจิตใจแตกสลายสุดขีดของทหารอเมริกันหลังผ่านสงครามได้อย่างน่าสะเทือนใจ เช่นเดียวกับ Taxi Driver (1976, มาร์ติน สกอร์เซซี) ที่เล่าถึงอดีตทหารผ่านศึกที่กลับจากสงครามเวียดนามและเป็นโรคนอนไม่หลับจนต้องมาขับแท็กซี่ทุก 12 ชั่วโมงต่อวัน, First Kill (2001, โคโค ชไรจ์เบอร์) สารคดีวิเคราะห์สภาพจิตใจนายทหารหลังผ่านสงครามมาอย่างหนักหน่วง

ขณะที่ Hearts and Minds (1974) สารคดีที่ทั้งจริงทั้งเจ็บของ ปีเตอร์ เดวิส ติดตามประเด็นสงครามอย่างใกล้ชิดด้วยการสัมภาษณ์นายทหารอเมริกันกับชาวเวียดนามที่ได้รับผลกระทบ หนังได้รับคำวิจารณ์ว่า “เลือกข้าง” ชาวเวียดนามอย่างเห็นได้ชัดด้วยการประโคมใส่ฉากชวนหดหู่ในหนัง (ซึ่งเป็นฟุตเทจจากเหตุการณ์จริงด้วย!)

สารคดีสัญชาติฝรั่งเศสอีกเรื่องอย่าง Enemy Image (2005, มาร์ค ดาเนียลส์) เลือกจะจับตาเรื่องของสงครามผ่านการนำเสนอของสื่อมวลชน รวมทั้งตีแผ่ว่าสื่ออเมริกันนั้นมีบทบาทอย่างไรต่อความเข้าใจในสงครามเวียดนามของคนรุ่นหลัง

BIOSCOPE Theatre
เสาร์ที่ 19 สิงหาคม : The Sapphires

ชมหนังฟรีทุกวันเสาร์ 2 ช่วงเวลา
13.00 น. และ 22.00 น.

ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre


ชมไฮไลต์โปรแกรมหนังเดือนสิงหาคม​