The Sapphires เขย่าสูตรหนังรัก+เพลง+ประวัติศาสตร์ แบบ เวย์น แบลร์ (BIOSCOPE Theatre)

Home / bioscope / The Sapphires เขย่าสูตรหนังรัก+เพลง+ประวัติศาสตร์ แบบ เวย์น แบลร์ (BIOSCOPE Theatre)

แม้ The Sapphires จะได้รับคำชมอย่างมากเมื่อครั้งไปเปิดตัวนอกสายประกวดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ หากสำหรับ เวย์น แบลร์ ที่ทำหนังยาวเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกก็ประหลาดใจไม่น้อยกับความสำเร็จจากผู้ชมในวงกว้างจากทั่วโลก

“หนังของผมไม่มีดาราดังๆ อย่าง ทอม ครูซ, แองเจลิน่า โจลี่ หรือ แบรด พิตต์ มันคือหนังที่เล่าเรื่องสาวอะบอริจินสี่คน โอเคว่าเรามี คริส โอโดวด์ จาก Bridesmaids แต่เขาก็ไม่ได้ดังระดับทอม ครูซ แต่อย่างไรก็ตาม เรากลับมีกลุ่มผู้ชมจากนอกเมืองในนิวซีแลนด์หรือออสเตรเลีย ส่วนหนึ่งผมคิดว่ามันมีส่วนผสมของหนังฟีลกู๊ดอยู่ เช่นเพลงโซล ซึ่งเราใช้เพลงในเรื่องเป็นจุดขาย ผ่านตัวละครของ เจสสิก้า โมบอย (ผู้โด่งดังจาก Australian Idol) แสดงนำ” แบลร์เล่าถึงความสำเร็จของหนังในบ้านเกิดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะออสเตรเลียที่เก็บไปได้กว่า 13 ล้านเหรียญจากการฉาย 6 สัปดาห์

ซึ่งหลังจากนั้น The Sapphires ก็ถูกซื้อไปฉายในอเมริกาโดย ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ผู้ขึ้นชื่อในการตัดหนังที่ซื้อใหม่ให้สั้นลงจนได้ฉายา ‘ฮาร์วีย์มือกรรไกร’ ซึ่งก็ทำให้มีวิวาทะกับเจ้าของหนังอยู่บ่อยครั้ง หากสำหรับแบลร์แล้ว เขาเลือกที่จะตัดใหม่ให้เป็นเวอร์ชั่นที่สั้นลงด้วยตนเอง ซึ่งทำให้เวอร์ชั่นนานาชาติขิงหนังเรื่องนี้มีความยาวที่ 98 นาที (ขณะที่ฉบับออสเตรเลียยาว 103 นาที) “จริงๆ ความรู้สึกที่มีต่อหนังมันไม่ได้เปลี่ยนไป มันการเปลี่ยนแปลงในจุดเล็กๆ น้อยไม่กี่จุด เพื่อเพิ่มเติมเนื้อหาสำหรับผู้ชมอเมริกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่เข้าใจในสภาพสังคมการเมืองของชาวอะบอริจิน”

สิ่งหนึ่งที่แบลร์ทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ คือการมุ่งถ่ายทอดความรู้สึกไปสู่กลุ่มผู้ชมผู้หญิงอย่างชัดเจน “หลายครั้งที่คุณถูกถามในโรงเรียนหนังหรือหลักสูตรสอนภาพยนตร์สั้นๆ ว่า – ตลาดของคุณคืออะไร มันคืออะไร และคุณมีทุนแค่ไหน – นั่นคือสิ่งที่ฮอลลีวูดทำ นั่นจึงทำให้พวกเขาต้องจ้างดาราดังมาแสดง แต่สำหรับหนังเรื่องนี้มันต่างออกไป เราแค่เล่าเรื่องที่เราอยากเล่า เรารู้ว่าหนังมีโอกาสสำหรับตลาดผู้หญิง เพราะด้วยองค์ประกอบของเพลงและมันก็ไปได้ดีในกลุ่มผู้ชมเพศชายด้วย จนเราได้ตัว คริส โอโดวด์ มาร่วมงาน คาแร็กเตอร์ของเขาเหมือนหนุ่มบ้านๆ ที่ชอบดื่มชอบเหล่สาวๆ เป็นผู้ชายในสไตล์ที่มีอยู่ทั่วโลก คือเขาแค่มาเล่นในหนังของเราเฉยๆ ก็ได้ แต่คริสกับ เด็บราห์ เมลแมน (นักแสดงนำหญิงในเรื่อง) ที่แม้จะไม่ได้เข้ากลุ่มคาแร็กเตอร์ยอดนิยมแบบหนังรอม-คอมทั่วไป แต่พวกเขาดีกว่านั้น เพราะมันดูสมจริงและคนดูสามารถตกหลุ่มรักพวกเขาได้ เพราะผู้คนอยากเป็นพวกเขา ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เราก็ไม่ได้คาดเอาไว้ก่อนเหมือนกัน”

และส่วนประกอบอีกอย่างที่ทำให้หนังน่าสนใจยิ่งขึ้น คือบรรยากาศของสงครามเวียดนามในยุค 60’s ซึ่งแบลร์มองว่าเป็นเรื่องราวที่ผู้ชมทั่วโลกสามารถเข้าถึงร่วมกันได้ “มันคือเหตุสงครามที่ดูโด่งดังกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 เพราะมันอยู่ในยุคที่ร่วมสมัยกับผู้คนทั่วไป แต่มันสงครามที่ดูโง่เขลาสำหรับผม บางครั้งความโง่เขลาเล็กๆ น้อยๆ มันคือความสุข ดังนั้นผมแค่ต้องการเล่าเรื่องราวและให้มันสมบูรณ์ และมั่นใจว่าการผจญภัยของแต่ละตัวละครจะชัดเจน เพราะเราต้องเล่าเรื่องถึง 5 ตัวละครหลัก…แม้ผู้เขียนบททำให้มันง่ายขึ้น แต่เราก็ต้องมาทดลองที่จะเล่าเรื่องให้การผจญภัยของแต่ละตัวละครนั่นชัดเจนและสมจริง” ซึ่งเรื่องราวจริงๆ นั้นกลุ่มนักร้องที่ไปสงครามเวียดนามมีเพียงแค่ 2 คน โดยตัวบทได้นำข้อมูลจริงๆ ของพวกเขามามาเล่าผ่านในหนังและมีการเติมแต่งบางส่วนเท่านั้น

BIOSCOPE Theatre
เสาร์ที่ 19 สิงหาคม : The Sapphires

ชมหนังฟรีทุกวันเสาร์ 2 ช่วงเวลา
13.00 น. และ 22.00 น.

ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre


ชมไฮไลต์โปรแกรมหนังเดือนสิงหาคม​