‘นักแสดงต้องรักษาความลับของตัวละคร’: ไอเดน กิลเลน นักแสดงผู้รักษาความลับของ ปีเตอร์ เบลิช ชายผู้น่ากลัวที่สุดใน GOT

Home / bioscope / ‘นักแสดงต้องรักษาความลับของตัวละคร’: ไอเดน กิลเลน นักแสดงผู้รักษาความลับของ ปีเตอร์ เบลิช ชายผู้น่ากลัวที่สุดใน GOT

[หมายเหตุ: บทความมีการเปิดเผยเนื้อเรื่องของ Game of Thrones]

“ความวุ่นวายคือบันได หลายคนพยายามปีนบันไดนี้ก่อนจะพลัดตกลงมาและไม่เคยพยายามปีนขึ้นไปอีก ความล้มเหลวนั่นทำลายพวกเขา… บางคนมีโอกาสปีนขึ้นไปแต่พวกเขาก็ปฏิเสธ ต่างยึดติดอยู่กับอาณาจักรของตน หรือพระเจ้า หรือความรัก… ภาพลวงตาทั้งนั้น” ปีเตอร์ เบลิช

เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับซีรีส์แห่งยุคอย่าง Game of Thrones ที่ตลอดระยะเวลาเดินทางอันยาวนานหลายปีของมัน ก็เต็มไปด้วยการพลัดพรากจากไปของตัวละครผู้เป็นที่รักของคนดูหลายสิบชีวิต

ซีซั่นที่ 7 เองก็เช่นกัน ไม่เพียงแต่ตัวเรื่องเดินหน้าไปสู่การเผชิญหน้ากันของเหล่าตัวละครหลัก แต่มันยังนำไปสู่การเปิดเผยเรื่องราวของตัวละครเบื้องหลังกำแพงอันลึกลับอย่างไวท์ วอล์กเกอร์อีกด้วย

แต่เหนืออื่นใด สิ่งที่คนดูในซีซั่นนี้ต้องร้องอุทานด้วยความตกใจไปจนสาแก่ใจ คือการตายของ ปีเตอร์ เบลิช หรือ ลิตเติลฟิงเกอร์ ชายผู้ชักใยผู้ทรงอำนาจทั้งหลายอย่างเงียบๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาคือหนึ่งในตัวละครที่อ่านไม่ออกและไม่มีเป้าประสงค์ที่ชัดเจน เต็มไปด้วยคนที่รักและคนที่เกลียดจนไม่รู้ว่าใครแน่คือมิตรแท้ของเขา

ไอเดน กิลเลน นักแสดงหนุ่มชาวไอริชผู้รับบทเป็นเบลิช ให้สัมภาษณ์ว่าการจากไปของเจ้านิ้วก้อยหรือลิตเติลฟิงเกอร์นั้นส่งผลต่อความรู้สึกของเขามากทีเดียว

เป็นที่รู้กันในกองถ่ายว่า แดน ไวส์ส และ เดวิด เบนิออฟ คู่หูมือเขียนบทของซีรีส์จะไม่โทรศัพท์หานักแสดงคนไหนตราบใดเท่าที่ตัวละครของพวกเขายังไม่ถูกฆ่าตายในเรื่อง และกิลเลนรู้เรื่องนี้มาจาก ไมเคิล แม็กเอลแฮ็ตตัน ที่รับบท รูส บอลตัน ซึ่งถูกฆ่าตายไปก่อนหน้าในซีซั่นที่ 6

“ผมรู้เรื่องนี้มาจากแม็กเอลแฮ็ตตันว่าตอนได้รับโทรศัพท์น่ะมันเป็นยังไง เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกแบบไหน” กิลเลนเล่า “มันทำให้ผมสงสัยเหมือนกันว่า ถ้าวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็ว ผมได้รับโทรศัพท์แบบนี้ การตายของตัวละครอย่างลิตเติลฟิงเกอร์จะให้ความรู้สึกแบบไหนกันนะ

“เพราะซีรีส์นี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมไปแล้ว มันทำให้คิดขึ้นมาว่า ‘ชีวิตหลังจากไม่มีมันอยู่แล้วจะเป็นยังไงนะ’ มันเป็นการสูญเสียที่ทรงพลังมากเลย”

แม้ลอร์ดเบลิชจะถูกคนดูเหม็นหน้าตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง แต่นั่นนับเป็นช่อดอกไม้สำหรับทีมงานและโดยเฉพาะตัวกิลเลนเองในฐานะนักแสดง “ผมพยายามทำให้คนดูรู้สึกว่าการดูผมตายเป็นเรื่องน่าสนุก และถ้านั่นเป็นเรื่องที่คนดูคาดหวังไว้ ผมว่าเราก็มากันถูกทางละ

“(การถ่ายทำฉากสุดท้ายของเบลิช)มันน่าสะเทือนใจเหมือนกันนะ ไม่ได้หมายถึงว่ามันเศร้า แต่เป็นห้วงอารมณ์ที่ผมรู้สึกร่วมกับตัวละคร ไบรอัน ค็อกแมน (โปรดิวเซอร์) เรียกทีมงานเข้ามาในห้องและกล่าวอะไรสักสองสามคำได้ ตอนนั้นลูกชายก็อยู่กับผม ผมได้เข็มกลัดม็อกกิงเบิร์ดด้วย อันที่จริงผมบอกให้พวกเขารู้ตลอดแหละว่าผมอยากได้มันมากๆ ก็เลยตั้งใจทำงานให้ดีเพื่อจะได้มันมาครอง และก็ได้มาจริงๆ ตั้งสองอัน ผมจะเก็บไว้ให้ตัวเองอันหนึ่ง อีกอันให้ลูกชาย”

กิลเลนสัมผัสได้ว่า เบลิชนั้น แม้ระหว่างทางจะดูมีความสุขแค่ไหน แต่ถึงที่สุดแล้วเขาจะต้องได้รับบทลงเอยที่เจ็บปวดอย่างแน่นอน นั่นจึงนำมาสู่หยดน้ำตาของลิตเติลฟิงเกอร์ในตอนท้าย “มันไม่ใช่น้ำตาจระเข้ ไม่ใช่น้ำตาจากความสงสาร แต่มันเป็นน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวแบบที่เรารู้ตัวดีว่า เวลาของเราหมดลงแล้ว”

เราอาจรู้สึกได้ว่าเบลิชมีบางสิ่งที่อยากพูดก่อนโดยอาร์ยาปาดคอ และกิลเลนรู้ดีว่าวายร้ายแห่งซีรีส์จะพูดอะไร แต่เขาไม่ยอมเฉลย “มันเป็นความรับผิดชอบของนักแสดงนะครับที่จะตีความตัวละคร และปกป้องความลับของพวกเขา

“ไม่ว่าจะอย่างไร ลิตเติลฟิงเกอร์ก็จะเอาความลับลงหลุมฝังศพไปด้วยกันกับเขา-ผมเองก็เช่นกันครับ”